about 1 year ago - No comments
หลังจากออกเล่มแรกไปเมื่อปลายปีก่อน ตอนนี้ได้ออกเล่มที่สองมาแล้วสำหรับ Productive Magazine เล่มนี้มีบทสัมภาษณ์ของ Guy Kawasaki กับบทความน่าสนใจอีก 10 บทความ ดาวน์โหลดได้ที่ Productive Magazine ครับ
about 1 year ago - No comments
ใครสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับการเพิ่ม productivity ด้วย GTD หรือ ZTD ดาวน์โหลดไปอ่านกันได้ครับ ที่ Productive Magazine
about 3 years ago - 3 comments
บทสุดท้ายคือ การควบคุมโปรเจคให้อยู่ ซึ่งเราจำเป็นต้องมีการวางแผน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ที่เริ่มจาก การระดมสมอง ซึ่งเราควรเน้นปริมาณของความคิดที่ได้ มากกว่าคุณภาพ เพื่อป้องกันการพลาดความคิดดีๆ ที่อยู่ในกลุ่มความคิดของคุณ พอเราได้ความคิดออกมาแล้ว จึงเอามาใส่ในรายการงานที่ต้องทำต่อไป ซึ่งเราอาจจะต้องไปพบกับผู้อื่นที่อาจช่วยเหลือในการทำโปรเจคของเราได้ โดยตลอดการทำตามความคิดต่างๆ เราควรเก็บข้อมูลการทำไว้ให้หมด เพื่อที่โปรเจคของเราจะได้เคลื่อนไปอย่างถูกทิศทาง ซึ่งงานพวกนี้เราอาจจะต้องการแค่กระดาษกับปากกา (LoFi) หรือใช้ PDA คอมพิวเตอร์ กับโปรแกรมจัดการโปรเจค (HiFi) ก็เลือกใช้กันไปตามความถนัดนะครับ ในที่สุดก็จบซีรี่ย์นี้ซะที แต่พอกับไปอ่านบทแรกๆ ดูผมยังงเลยว่าผมเขียนอะไรไปนี่ ผมเลยคิดว่าจะลองสรุปเนื้อหาของหนังสือทั้งสิบบท ออกมาเป็นตอนเดียวดู อาจจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น สรุปคือ ขี้เกียจตามไปแก้ของเก่านั่นเอง
about 3 years ago - No comments
บทนี้จะพูดถึงวิธีในการตัดสินใจ ว่าควรทำงานไหนก่อน หรือหลัง จากขั้นตอนการจัดการเราจะได้ รายการของงานที่ต้องทำต่อไป (Next Actions) ออกมา แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรทำงานไหนก่อน หรือหลังกันแน่ David Allen จึงได้แนะนำวิธีในการเลือกไว้ 3 วิธี โดยผมจะเริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุดไปจนถึงวิธีที่ยากที่สุดในความคิดของผม ?The Four-Criteria Model for Choosing Actions in the Moment? วิธีนี้จะใช้เงื่อนไข 4 ข้อในการตัดสินใจว่าจะเริ่มทำงานไหนก่อน เริ่มจากดูบริบท งานที่เป็น @Call เราจำเป็นต้องมีโทรศัพท์จึงจะทำได้ หรืองานที่เป็น @Computer ถ้าไม่มีคอมพิวเตอร์คุณก็ทำไม่ได้ ถ้าเราไม่มีอุปกรณ์เหล่านั้น เราก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว เราควรไปดูงานในบริบทอื่นก่อน หรือไม่ตอนนี้เราอยู่ในห้างเราก็ควรดูงานที่เป็น @Errands เพื่อที่จะได้เลือกซื้อของตามรายการ จากนั้นเราจึงดูเวลา ว่าตอนนี้เรามีเวลาว่างเท่าไหร่ ถ้ามีเวลาว่างแค่ไม่กี่นาที ก็ไม่ควรทำงานที่ต้องใช้เวลาในการทำนานอย่างเช่น เขียนรายงาน สิ่งที่ต้องพิจารณาถัดมาคือพลังงาน งานบางอย่างถ้าเราไม่มีพลังพอก็ไม่อาจทำให้เสร็จได้ ถ้าเรามีงานที่ต้องใช้พลังงานมากๆ หลายงาน เราก็ควรสงวนพลังงานไว้ทำงานพวกนี้ โดย Allen แนะนำให้แยกรายการงานที่ใช้พลังงานน้อยๆ ออกมาอีกชุดหนึ่ง
about 3 years ago - No comments
บทนี้จะเป็นการจัดการขั้นที่ยากที่สุดของระบบ นั่นคือการรีวิว โดยการรีวิวประจำวัน เราจะเริ่มจากการตรวจสอบ ตารางนัดหมายของเรา ว่าช่วงที่ผ่านมา เราได้พลาดอะไรไปบ้าง และดูกำหนดการในอนาคต ว่าเราได้จัดเวลาสำหรับการนัดหมายไว้หมดหรือยัง โดยตารางนัดหมายของเราอาจจะเป็น planner หรือโปรแกรมตารางนัดหมายก็ได้ โดยระบบของผมใช้ HipsterPDA เป็นหลัก และใช้ Google calendar เป็นตัวแบ็คอัพเอาไว้ส่ง SMS แจ้งเตือนอีกทีกันพลาด จากนั้นเราจึงดู รายการงานที่ต้องทำต่อไป ว่าถูกต้องหรือไม่ โดยสิ่งที่เราควรทำคือตรวจสอบให้ไวที่สุด ไม่ต้องหยุดทำงาน เหมือนตอนจัดการงานออกจาก Inbox ส่วนการรีวิวประจำสัปดาห์ เราต้องไล่ดูทุกงานในระบบของเรา ว่ามันอยู่ถูกที่ ถูกประเภทหรือไม่ แล้วแก้ไขให้มันอยู่ในที่ที่ถูกต้อง หลังจากนั้นจึงลบ หรือจัดเก็บงานที่เราทำเสร็จ หรืองานที่เราไม่ต้องติดตามแล้ว โดยครั้งแรกๆ ของการรีวิวอาจจะน่าเบื่อ และใช้เวลามาก แต่เมื่อเราทำมันไปเรื่อยๆ จนเป็นนิสัย จะทำให้เราใช้เวลาน้อยลง
about 3 years ago - No comments
บทนี้ จะเป็นการจัดการกับงานให้อยู่ในประเภทที่ถูกต้อง โดย David Allen กำหนดประเภทของไอเทมที่เราต้องติดตามในระบบไว้ 7 ประเภทคือ โปรเจค (Projects) สิ่งที่ช่วยในการทำโปรเจค (Project Support Materials) ตารางนัดหมายสำหรับเก็บข้อมูลของงานที่มีกำหนดเวลาแน่นอน (Calendar) งานที่ต้องทำชิ้นต่อไป (Next Actions) งานที่วานให้คนอื่นทำให้ (Waiting For) สิ่งที่ใช้อ้างอิงทั่วไป (Reference Material) งานที่จะทำในอนาคตเมื่อมีเวลา (Someday/Maybe) โดยเราจำเป็นต้องแยกงานแต่ละประเภทออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่เอามาปนกัน เพราะมันจะทำให้การแบ่งประเภทของเราเสียเปล่า สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับระบบของเราคือ บริบท (context) สิ่งนี้จะช่วยให้เราจัดการกับงานต่างๆได้ง่ายขึ้น โดยการกำหนดสถานการณ์ที่เหมาะสมในการทำ หรือประเภทให้กับแต่ละงาน เช่น @home @work สำหรับงานที่ต้องทำที่บ้าน หรือที่ทำงาน @Agenda สำหรับงานที่ต้องไปคุยกับคนอื่น @Read สำหรับงานที่ต้องอ่านหนังสือ หรือบทความ @Call สำหรับงานที่เป็นการโทรหาคนอื่น โดยระบบของเราอาจจะมี บริบทมาก หรือน้อยก็ได้ แล้วแต่เราจะจัดการ เช่นมีงานที่ต้องไปคุยกับเจ้านายบ่อยๆ อาจจะแยกบริบทออกมาเป็น @Agenda-boss
about 3 years ago - No comments
Chapter 6สำหรับผู้ที่เริ่มใช้ระบบ gtd ตามบทที่ 5 ถึงตอนนี้ คุณคงมีกระดาษกองใหญ่ อยู่ข้างตัวคุณ ไม่ต้องตกใจไป เพราะในบทนี้เราจะทำการกำจัดมันแล้ว ด้วย gtd process ที่คุณสามารถกลับไปอ่าน ได้ในบทแรกๆ หรือดูที่รูป gtd Workflow Diagram ด้านบนนี้ก็ได้ หลังจากเข้าใจกระบวนการแล้ว เราจะมาเริ่มเคลียร์ inbox กัน โดยการเคลียร์ inbox เราจะต้องยึดหลักที่สำคัญ 3 ข้อต่อไปนี้ เริ่มจัดการงานที่อยู่บนสุดก่อน (ในที่นี้คือกระดาษจดงานแผ่นบนสุดของกอง) จัดการงาานทีละชิ้น อย่าพยายามจัดการทีละหลายๆ ชิ้น งานไหนที่เข้าสู่กระบวนการจัดการแล้ว ไม่ควรกลับไปสู่ inbox ไม่เช่นนั้น inbox เราจะไม่มีวันว่างได้ ทีนี้จะเริ่มเคลียร์ inbox จริงๆแล้วนะเริ่มจากหยิบงานขึ้นมาชิ้นนึงก่อนแล้วถามตัวเองว่า งานนี้ มันเป็นงานจริงๆหรือเปล่า เราสามารถทำมันได้มั้ย?ถ้าคำตอบคือ ไม่ งานนี้มีที่ไป 3 ที่คือ Someday/Maybe list สำหรับเก็บเอาไว้ทำในอนาคต Reference File
about 3 years ago - No comments
Chapter 5 บทนี้จะเป็นการเริ่มต้นใช้ gtd จริงๆแล้ว โดยเริ่มจากขั้นตอนแรกคือรวบรวม input ซึ่งก่อนที่จะเริ่มต้องมี 3 สิ่งต่อไปนี้คือ เวลา สิงที่ใช้รวบรวม input (inbox) กระดาษจำนวนหนึ่งสำหรับจด เริ่มแรก เราต้องนึกถึงสิ่งที่เราจะทำ และต้องทำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว เขียนไว้ในกระดาษหนึ่งแผ่นต่อหนึ่งเรื่อง แล้วเก็บไว้ใน inbox เพื่อที่จะจัดการต่อไป แต่ในระหว่าง ที่คุณกำลังรวบรวมสิ่งเหล่านี้ อาจจะพบกับปัญหาต่อไปนี้คือ รายละเอียดของสิ่งที่จะทำ มากกว่าที่จะเก็บไว้ในกระดาษแผ่นเดียว ให้แก้ไขโดยการสรุปแค่พอเข้าใจ ปัญหาต่อไปคือการพยายามไปสู่ขั้นต่อไป โดยทำขั้นแรกไม่เสร็จดี ให้เราคิดเสมอว่า การทำหลายๆขั้นในขณะเดียวกัน จะยิ่งทำให้ระบบแย่ลง พยายามรวบรวมงานให้หมดก่อน ค่อยเริ่มขั้นต่อไป สำหรับผู้ที่ใช้สมุดบันทึก หรือสมุดแผนงานอยู่แล้ว ขอให้เก็บมันไว้ก่อน ตอนนี้ต้องการแค่ กระดาษขาวธรรมดาสำหรับเขียน และเก็บไว้ใน inbox เพื่อรอจัดการต่อไปเท่านั้น เพื่อให้ระบบมีความสอดคล้องก่อน ถ้าระบบลงตัวแล้ว ค่อยเอามาประยุกต์ใช้ด้วยกัน แต่ถ้าในระหว่างขั้นตอนการรวบรวม เราพบสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้แน่ๆ ให้เอามันไปใส่ถังขยะได้เลย ไม่ต้องรอให้ขั้นตอนรวบรวมเสร็จ ส่วนสิ่งที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ก็เก็บไว้ใน inbox
about 3 years ago - No comments
Chapter 4 สามบทที่ผ่านมา เป็นเรื่องของ concept ส่วนบทนี้จะป็นการเอาไปใช้จริงแล้วโดยเริ่มต้น เราจะต้องทำการจัดพื้นที่การทำงาน ให้สอดรับกับระบบ GTD ที่จะเอามาใช้ก่อน โดยเราจะจัดทั้งพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ทำงาน ซึ่ง David Allen แนะนำว่าทั้งสองพื้นที่นี้ ควรจะจัดให้มีความเหมือนกัน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการทำ GTD เพราะเราจะเอามันมาใช้กับ ชีวิตของเราทั้งหมด อีกสิ่งหนึ่งที่ DA แนะนำไว้คือ เราไม่จำเป็นต้องเอา GTD มาใช้อย่างบ้าคลั่ง ให้เราคิดว่า เรากำลังทำอะไรบางอย่าง ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเรา ระบบนี้เป็นระบบที่เปิด และดัดแปลงให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้ ไม่มีรูปแบบการเอามาใช้ที่ดีที่สุด มีแต่รูปแบบที่เข้ากับชีวิตของเราที่สุดเท่าันั้น เพื่อทำให้เราพร้อมกับ GTD, DA แนะนำให้หาเวลาว่าง ไม่มีอะไรมารบกวน เพื่อที่จะได้รวบรวม input ทั้งหมด มาจัดการด้วยระบบ GTD โดยเค้าแนะนำว่า 2 วันคือเวลาที่เหมาะสม สำหรับจัดการเรื่องเหล่านี้ แต่ผมว่าวันนึงก็เหลือเฟือแล้วนะ ที่ต้องใช้เวลามากน่าจะเป็นการเข้าใจ GTD มากกว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เราจะต้องมีพื้นที่ทำงานส่วนตัว ไม่ควรใช้พื้นที่ร่วมงานกับคนอื่น
about 3 years ago - No comments
Chapter 3 ความหมายของ ?project? ที่ Allen กำหนดไว้คือ งานอะไรก็ตาม ทีต้องมีการกระทำมากกว่า 1 อย่าง เพื่อสำเร็จมัน ซึ่งแตกต่างกับความหมายของ project ที่เราใช้กันทั่วไป Allen ได้พูดถึง Natural Planning Method ซึ่งเป็นตัวเลือกหนึ่งของ planning model ที่เขาใช้ โดยหลักของวิธีนี้ ยืนอยู่บน กระบวนการจัดการข้อมูล ตามธรรมชาติของชีวิตประจำวัน ของเราทุกคน ซึ่งมีอยู่ 5 ขั้นตอน คือ กำหนดวัตถุประสงค์ และ หลักปฏิบัติ มองถึงผลลัพธ์ ระดมสมอง จัดการ กำหนด ขั้นต่อไปที่ต้องทำ ก่อนที่จะสร้าง project คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า ทำไมคุณถึงต้องการทำ project นี้ ซึ่งมันจะช่วยเรา ในการกำหนดวัตถุประสงค์ของ project ที่จะช่วยชี้นำความคิด และการกระทำของเรา ตลอด project ผู้คนจำนวนมาก