Hiranwong
Imagini
เห็นคุณ pradt กับคุณ panuta เล่น เลยเอาบ้าง
ปล. ผมไม่ได้สูบบุหรี่นะ พอดีเข้าใจผิด คิดว่า my gross คือความชั่วร้ายในความคิดผมซะอีก จะเปลี่ยนก็ไม่ได้
สรุปแล้ว ถ้าดูจากหัวข้ออื่นอย่าง my art หรือ my love หัวข้อ my gross ก็น่าจะหมายถึง สิ่งที่เราเห็นแล้วรู้สึกว่าน่าสะอิดสะเอียนที่สุด ในความรู้สึกของเรานั่นแหละ ขอบคุณ kong ที่ช่วยทำให้เข้าใจครับ
| Print article | This entry was posted by Rachanont on March 11, 2007 at 17:29, and is filed under Uncategorized. Follow any responses to this post through RSS 2.0. You can leave a response or trackback from your own site. |
No trackbacks yet.
My new glasses
about 1 year ago - 1 comment
หลังจากที่เปลี่ยนเลนส์ให้กับแว่นเ่ก่า ในที่สุดก็ถึงเวลาตัดแว่นใหม่ซะที เพื่อเตรียมถ่ายรูปงาน… แว่นนี้ถือว่าเป็นแว่นอันแรกที่ใช้เงินตัวเองตัด และเป็นอันแรกหลังจากเริ่มทำงาน และราคาแพงที่สุดเท่าที่เคยตัดมาเหมือนกัน และหวังว่ามันจะอยู่ได้สัก 2 ปีตามอายุการใช้งานเฉลี่ยของแว่นอันที่ผ่านๆ มา (20 ปี กับแว่นกว่า 10 อัน) สาธุ
Bangkok International Book Fair 2009
about 1 year ago - No comments
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 7วันที่ 26 มีนาคม 2552 ถึง วันที่ 6 เมษายน 2552 เวลา 10.00 – 21.00 น.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เหมือนเดิม ใกล้จะได้ Xenocide แล้วดิ Bangkok International Book Fair 2009
Checklist
about 1 year ago - No comments
Checklist เครื่องมือที่แสนจะธรรมดา แต่ก็มีประโยชน์ในการทำงานที่ความผิดพลาดหมายถึงชีวิตเช่น การผ่าตัด หรือการใช้เครื่องบิน แต่ก็ใช่ว่าการทำงานอื่นจะเอามันไปใช้ไม่ได้ อย่างเช่นงานติดตามผู้ป่วยแพ้ยาของผม ที่ปกติแล้วจะแบ่งกันทำในกลุ่มเภสัชกรที่ขึ้นเวร โดยมีผมที่เป็นผู้รับผิดชอบคอยตรวจสอบจากแบบบันทึกประวัติอีกทีในเคสที่ผมไม่ได้เป็นคนดูเอง ซึ่งในบางครั้งก็เจอปัญหาที่บางคนถามคำถามไม่ครบ ทำให้การประเมินที่ได้อาจกลายเป็นอีกอย่างไปเลยจากคำถามเพียงข้อเดียว ผมเลยลองร่างคำถามที่ควรถามออกมาคร่าวๆ ได้ประมาณนี้ นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งของการเอา Checklist มาใช้ ลองดูรอบๆ ตัวจะเห็นว่ามีการใช้กันใช่น้อย เฉพาะในโรงพยาบาลผมก็มีใช้กันแทบทุกฝ่ายเลย
This year’s goal (2009)
about 1 year ago - 2 comments
ปีก่อนเป้าหมาย 10 ข้อยังไม่ผ่าน ปีนี้ขอลดเหลือเท่านี้ละกัน ความรัก แต่งงาน สุขภาพ ควบคุม BMI ให้อยู่ในช่วง 18 – 23 ออกกำลังกายเป็นประจำ (15 วันต่อเดือน) หลังจากเดือนมกราคมต้องคุม FBS และ HbA1C ให้อยู่ในเป้าหมายตลอด การงาน งานวิจัย 1 เรื่องจะเอาไปนำเสนอในงานประชุมหรือไม่ก็ได้ โปรแกรมสำหรับใช้ในงานเภสัชกรรม 1 โปรแกรม แค่ 6 ข้อก็พอแล้วสำหรับปีนี้ เพราะข้อแรกข้อเดียวก็เหนื่อยสุดๆ แล้ว
Half way
about 1 year ago - 1 comment
ผ่านมาแล้วครึ่งทางกับการทำงานแบบหนักหน่วง ตามเป้าหมาย 3 ปีนี่ก็ผ่านมาแล้ว 18 เดือนกับการทำงานเดือนละ 29 – 30 วัน (ถ้าเดือนนึงมีมากกว่า 31 วันผมก็คงทำได้มากกว่านี้) ผลเสียของการทำตามเป้าหมายนี้คือการเจ็บป่วยซึ่งล่าสุดผมก็พึ่งเป็นหวัด ไข้ขึ้นสูงไปอีก 1 วัน นับเป็นครั้งที่สามแล้วของชีวิตการทำงาน ดูๆ แล้วตัวเลข 6 เดือนต่อ 1 ครั้งก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับตอนเรียนที่ป่วยปีละครั้ง นับว่าสุขภาพแย่ลงเยอะ ซึ่งเกิดจากการที่ผมออกกำลังกายน้อยลงกว่าเดิม เลยโดนหวัดเล่นงานได้ง่าย ถ้าเปรียบเป้าหมายการทำงานนี้ เทียบกับการขึ้นภูกระดึง ตอนนี้ผมก็ผ่านมาได้หลายซำแล้ว แต่ซำต่อๆ ไปมันจะลำบากมากกว่าเดิม บวกกับสภาพร่างกายตอนนี้ ตอนนี้เลยคิดว่าจะลดความเร็วลงหน่อยนึง โดยการเพิ่มวันหยุดมาอีกเดือนละ 1 วัน (ชีวิตผมตอนนี้ยังห่างไกลกับการทำงานแบบปกติอีกเยอะ ดูๆ แล้วมันเป็นการทำร้ายตัวเอง มากกว่าการทำงานนะเนี่ย) ตอนนี้เลยเข้าใจแล้วว่าคนที่ทำงานในสายนี้ ทำไมถึงไม่ค่อยส่งเสริมให้ลูก หลานเข้ามาทำงานในสายนี้ (ในกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็น ต้องให้ลูกมาสืบทอดกิจการ) จริงๆ แล้วเป้าหมาย 3 ปีของผมนี่ดูเด็กๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับพี่คนหนึ่งที่ทำงานหนัก และหนักยิ่งกว่าผมอีก แถมทำมาแล้วกว่า 10
My Broken Glasses
about 1 year ago - 2 comments
อีกครั้งหนึ่งกับความซวยในช่วงเบญจเพส ล้างหน้าอยู่ดีๆ แว่นร่วงแตกเฉยเลย ตอนนี้เลยต้องใส่คอนแทคเลนส์ไปก่อน จนกว่าจะตัดแว่นใหม่ หน้าแปลกตาไปจนกลายเป็นเด็กใหม่ในโรงพยาบาลซะงั้น
Book Fair 2008/2
about 1 year ago - No comments
งานหนังสือครั้งนี้ผมได้เตรียมการล่วงหน้าไว้ก่อน โดยการใช้วันลาพักร้อนไปเดินในวันธรรมดา เลี่ยงกับการเจอฝูงชนจำนวนมหาศาลในวันหยุด ก่อนจะไปงานหนังสือ ก็แวะไปที่พารากอนก่อนเพื่อซื้อปากกา Lamy ที่คุณ pphetra แนะนำไว้เมื่อปีที่แล้ว ผมเลือกซื้อรุ่น Tipo มาทั้งแบบพลาสติก และอะลูมิเนียมอย่างละแท่ง เอาไว้ใช้กับงานเขียนอย่างเดียว เพราะ refill แพงกว่า parker กว่าครึ่ง (135 บาท) งานขีดเพื่อตรวจสอบยา ใช้ปากกาแท่งละ 5 – 10 บาทเหมือนเดิม ซื้อปากกาเสร็จก็ไปเติมพลังที่ Ootoya กินข้าวได้ 2 ถ้วยก็จุกแล้ว ต่อถ้วยที่สามไม่ไหว พออิ่มท้องก็ไปงานหนังสือ จนได้หนังสือมาตามนี้ หนังสือที่ตั้งใจไปซื้อจริงๆ มีแค่เล่มล่างสุด กับเล่มบนสุด ที่เหลือเป็นของแถมที่กินเงินมากกว่าเป้าหมายอีก บาทิสต้า ผ่าตัดมรณะ ปริศนาการฆาตกรรมในห้องผ่าตัด หนังสือที่บังเอิญเจอตอนค้นข้อมูลการผ่าตัดแบบบาทิสตา ที่เห็นจากละครเรื่อง คุณหมอหัวใจแกร่ง ทุนนิยมที่มีหัวใจ หนังสือของคนชายขอบ จริงๆ แล้วจะซื้อไทยแลนด์แดนสวรรค์ด้วย แต่ตอนอยู่ที่งานดันนึกชื่อหนังสือไม่ออก เลยได้มาเล่มเดียว นายธนาคารเพื่อคนจน คุ้นๆ ว่ามีใครเขียนถึง ดูชื่อคนเขียนจึงอ๋อ
Protection suits
about 1 year ago - No comments
งานเตรียมยาเคมีบำบัด หนึ่งในงานผลิตยาของเภสัชกรโรงพยาบาล งานที่ตั้งแต่ผมจบมา ยังไม่ได้ทำเลย ภาพที่เห็นข้างบนนี้ จึงเป็นภาพตอนฝึกงานเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สิ่งที่ยังจำได้ดี นอกจากเทคนิคการเตรียมยาก็คือขั้นตอนก่อนจะได้เตรียมยานี่แหละ ยุ่งยากมาก ถึงมากที่สุด หมอผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการล้างมือ และทำร่างกายให้ปราศจากเชื้อ แต่ผมกว่าจะได้เข้าห้องเตรียมยาจำได้ว่าเร็วสุดก็ปาไป 10 นาทีแล้ว ไหนจะล้างหน้า ล้างมือ ทำความสะอาดถุงมือ ใส่ถุงมือ 2 ชั้น ใส่หมวกคลุมผม ใส่ชุดป้องกัน ใส่หน้ากากสุดรัด ถอดแล้วหน้ายังเป็นรอยอยู่ครึ่งชั่วโมง ทำให้เป็นคนหน้าประหลาดตอนกินข้าวกลางวัน แต่ถึงจะเบื่อก็ต้องทำ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะยาเคมีบำบัดไม่ใช่สิ่งที่ควรเสี่ยงด้วย ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า cytotoxic drug แค่หยดใส่ถุงมือก็หลอนเป็นสัปดาห์แล้ว ดังนั้นสิ่งสำคัญนอกจากการทำให้ยาที่เตรียมไม่ปนเปื้อนแล้ว ก็คือการระวังไม่ให้ยามันมาปนเปื้อนตัวคนเตรียมนี่แหละ (ทั้งการสัมผัส และสูดดม) แต่ในปัจจุบันอาจจะไม่ต้องใส่ชุดรัดกุมขนาดนี้แล้ว เพราะมีการใช้ตู้แบบปิดกันมากขึ้น ใส่เข้าไปแค่มือผ่านถุงมือ อันตรายจากการปนเปื้อนจึงลดลง (ถ้านึกภาพตู้ไม่ออก ให้นึกถึงตู้ใส่เชื้อไวรัสใน MI2) แต่ตอนฝึกงานผมใช้ตู้แบบเปิดก็เลยต้องใส่ชุดรัดกุมแบบข้างบน ไหนๆ ก็พูดถึง งานเตรียมยาเคมีบำบัด จะไม่พูดถึงงานเตรียมสารละลายของยา และอาหารที่ให้ทางหลอดเลือดดำก็กระไรอยู่ ในขณะที่งานเตรียมยาเคมีบำบัด
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13
about 1 year ago - No comments
อีกไม่กี่วันก็จะได้ไปเดินซื้อหนังสือ แก้อาการเซ็งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้แล้ว ตอนนี้ที่เว็บของงานอัพโหลดข้อมูล กำหนดการ ตารางกิจกรรม แผนที่ เรียบร้อยแล้ว ใครสนใจก็เข้าไปเตรียมข้อมูลไว้ก่อนได้เลยครับ เว็บไซต์มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13
Why i still love my job
about 1 year ago - 5 comments
ต่อเนื่องจากเอนทรี่นี้ เลยลองนึกดูว่าทุกวันต้องเจอเรื่องน่าเบื่ออะไรบ้าง แล้วคิดอย่างไรให้มันน่าเบื่อน้อยลง เพื่อนร่วมงานนิสัยไม่ดี –> ไม่เป็นไร จะทำอะไรก็ทำไป อย่าให้กระทบตัวผม กับการดูแลคนไข้ของผมแล้วกัน คนไข้มากมาย มหาศาล อย่างกับมีงานเทศกาล –> ดีแล้วที่เค้ามาหาหมอ ไม่ฝืนจนป่วยหนักกว่าเดิม อย่างน้อยพวกเค้าก็ทำให้ผมไม่ตกงาน ในวันหยุดตอนเที่ยงได้แค่พักกินข้าว (10 – 15 นาที) เพราะเคลียร์คนไข้นอกไม่หมด บวกกับหอผู้ป่วยส่งใบสั่งยาลงมาเบิกยาตอนเที่ยง –> ถือว่าช่วยให้คนไข้ได้กลับบ้านเร็วขึ้นตั้งเกือบหนึ่งชั่วโมง ดีกว่าปล่อยให้พวกเค้าเคว้งคว้างตอนเที่ยง เดี๋ยวตอนเย็นก็ได้พักอยู่แล้ว (ถ้าอยู่เวรบ่ายต่อต้องเปลี่ยนเป็นเดี๋ยวเที่ยงคืนก็ได้พักแล้ว) คนไข้อธิบายการใช้ยาเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ –> ไม่เป็นไร ท่องคำสอนจากการอบรม ESB ไว้ คนไข้ไม่ได้ฟังไม่รู้เรื่อง เราต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่องเอง คนไข้เล่าประวัติสับสน ยิ่งฟังยิ่งงง –> ท่องไว้ๆ คนไข้ไม่ได้พูดไม่รู้เรื่อง เราต่างหากที่ฟังแล้วไม่เข้าใจเอง คนไข้ไม่อ่านป้าย ยื่นใบสั่งยาผิดช่องประจำ –> ป้ายออกจะเยอะขนาดนั้น เป็นผมมาครั้งแรกก็งงเหมือนกันแหละว่าจะอ่านป้่ายไหนก่อนดี คนไข้มัวแต่คุยโทรศัพท์ ไม่ได้ยินผมเรียกให้รับยา –> ก็นั่งรอยามันน่าเบื่อนี่ จะให้คุยกับคนข้างๆ ก็กระไรอยู่ ให้เค้าคุยโทรศัพท์แก้เบื่อซักหน่อย เดี๋ยวเค้าคุยเสร็จ



about 3 years ago
ง่า… ตกลง my gross มันคือไรอะ
ผมเข้าใจว่า ดูรูปไหนแล้วแหยงสุด ก็รูปนั้นแหละ
about 3 years ago
เล่นมั่งๆ