Archive for April, 2007

Mac Theme for Google Reader

April 19th, 2007

หลังจากที่ใช้ Google reader optimized มาหลายเดือน วันนี้ผมก็ได้ไปเจอกับ Mac Theme for Google Reader ที่เป็นการแก้สไตล์ชีทให้หน้าตาของ Google reader ให้คล้ายกับแอพพลิเคชันของแม็ค แล้วก็มีการปรับส่วนแสดงฟีดให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าขึ้น เหมือนกับ Google reader optimized แต่ที่สำคัญคือตรงส่วนที่แสดงจำนวนไอเทม ในแต่ละโฟลเดอร์ที่สามารถแสดงได้ตามปกติ ไม่เหมือนกับ Google reader optimized ที่จะมองเห็นจำนวนไม่ครบ ในโฟลเดอร์ที่มีชื่อยาวๆ (ไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่มันแสดงตัวเลขแหว่งๆ รำคาญสายตา)

โดยผู้ที่อยากได้มาใช้ก็ทำตามนี้ครับ

  1. ติดตั้ง Stylish extension ก่อน (วิธีสำหรับไฟร์ฟอกซ์ครับ ส่วน IE ไปอ่านดูในเว็บเองแล้วกัน)
  2. ดาวโหลดไฟล์ gReader.zip จากที่เว็บ Hicksdesign
  3. แตกไฟล์ออกมาเปิดไฟล์ greader.css ในโฟลเดอร์ไฟร์ฟอกซ์ แล้วก็คัดลอกโค้ดทั้งหมดมา
  4. กลับมาที่ไฟร์ฟอกซ์ เปิดหน้า Google reader ไปที่ไอคอนของ Stylish () คลิ๊กขวาเลือก Write Style -> For this URL… แล้วก็วางโค้ดที่คัดลอกมาลงไป เท่านี้เราก็จะได้ Google reader สไตล์แม็คแล้วครับ

ส่วนผู้ที่ใช้บล็อกไลน์ ก็สามารถใช้ธีมนี้ได้โดยทำตามนี้ OS X skin for Bloglines (มีก่อนของ Google reader ตั้งนานแล้ว)

ตอนนี้เท่าที่ลองใช้ดูก็ค่อนข้างโอเค แต่ติดอยู่อย่างเดียวตรงที่มันแสดงไอเท็มแต่ละอันติดกันเป็นพรืด ไม่รู้สึกว่ามันเป็นคนละอันกัน แบบอันเก่า ซึ่งมันให้อารมณ์ของบล็อกไลน์มาก แล้วผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ก็ต้องปรับตัวให้ชิน เพราะธีมนี้มันสวยกว่าอะ

เห็นมาจาก Google Operating System

Mii

April 18th, 2007

พอดี wii ไม่ได้ต่อเน็ต ก็เลยมาทำใหม่ที่ miieditor และด้วยความที่เป็นคนที่บรรยายรายละเอียดหน้าคนไม่ค่อยเป็น ก็เลยทำออกมาได้แบบนี้ โดยใช้รูปนี้เป็นต้นแบบ

wii

5 Stages of Grief

April 17th, 2007

พอดีไปดูคลิป ยีราฟตกลงไปในทรายดูด ของคุณแนทมา เลยนึกถึง 5 Stages of Grief ที่เป็นการตอบสนองทางอารมณ์ ความรู้สึกของคนที่สูญเสียสิ่งที่รัก ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือสิ่งของ แต่ในปัจจุบันมักถูกใช้ในการอธิบายการตอบสนองของผู้ป่วย ที่รับรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคร้ายแรง หรือโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เช่น โรคเอดส์ เบาหวาน ไตวายเรื้อรังเป็นต้น

โดยที่มาของ Grief ตามคำบอกเล่านั้น พบว่าเรื่องนี้มีที่มาจากหนังสือเรื่อง “On Death and Dying” ของ Elsabeth Kubler-Ross ที่พูดถึงภาวะของคนที่กำลังจะตาย ซึ่งภายหลังได้เอามาใช้ทางการแพทย์ และเกิดการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็น 5 Stages of Grief ในที่สุด

โดย 5 Stages of Grief มีดังนี้

  1. Denial ปฏิเสธความจริง เช่นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน เริ่มแรกก็จะมีความคิดก่อนว่า หมอตรวจผิดหรือเปล่า ใช่ผลเลือดของผมจริงหรือ มันไม่น่าเป็นไปได้นะ ผมออกจะแข็งแรง อาหารหวานก็ไม่ค่อยได้ทาน จะเป็นเบาหวานได้อย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการปกป้องตนเองทางจิตใจ ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งไม่ได้เป็นผลเสียอะไรมาก ถ้าสามารถผ่านขั้นนี้ไปได้ไว แต่ถ้าหยุดอยู่ที่ขั้นนี้นานไป จะทำผลเสียจากโรคมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพราะผู้ป่วยอาจจะเปลี่ยนแพทย์ไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าแพทย์ที่วินิจฉัยไม่เก่ง หรือวินิจฉัยผิด ทำให้การเริ่มการรักษาต้องยืดเยื้อออกไป จนโรคดำเนินแย่ลงไปเรื่อยๆ
  2. Anger เกรี้ยวกราด โมโหคนอื่น ตนเอง และบางทีก็เลยเถิดไปถึงพระเจ้า ว่าทำไมต้องทำให้ตนเองเป็นโรคนี้ด้วย ในใจจะมีแต่คำถามว่า ใครคือคนผิด ใครคือคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้
  3. Bargaining ต่อรอง หลังจากอารมณ์เย็นลงแล้ว คราวนี้จะเริ่มต่อรองกับใครก็ได้ที่เกี่ยวข้อง ไม่เว้นพระเจ้า ว่าช่วยให้ตนเองไม่เป็นโรคนี้ได้มั้ย แล้วตนเองจะทำตัวดี ไม่กินอาหารตามใจปาก ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ จะช่วยเหลือผู้อื่น จะเป็นเด็กดี ก็ว่ากันไป คือในใจจะคิดถึงแต่สิ่งศักสิทธิ์ ถ้าเป็นนิยายก็ประมาณข้ายอมขายวิญญาณให้ซาตาน ถ้ามันทำให้ข้าหายจากโรคนี้ได้
  4. Depression ซึมเศร้า หลังจากผ่านการต่อรองไปแล้ว คราวนี้จะเกิดการซึมเศร้า เก็บตัว ร้องให้ฟูมฟาย จะเป็นจะตาย ประมาณว่าโลกนี้ช่างไม่น่าอยู่เลย ชีวิตเรามันช่างเลวร้ายเหลือเกิน ซึ่งขั้นนี้ก็เป็นขั้นสำคัญอีกขั้นหนึ่ง ที่อาจจะกินเวลานานมาก และบางทีอาจส่งผลให้มีอาการทางจิตด้วย
  5. Acceptance ยอมรับความจริงว่าตนเองเป็นโรคนั้น ยอมรับการรักษา และพร้อมที่จะปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์

โดยขั้นทั้งหมดนี้ ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนของการติดอยู่ในแต่ละขั้น และทุกคนไม่จำเป็นต้องผ่านทุกขั้น อาจจะข้ามขั้นก็ได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยคือ ผ่านไปถึงขั้นสุดท้ายคือการยอมรับให้เร็วที่สุด เพราะจะทำให้ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ไม่ปล่อยให้โรคดำเนินแย่ลงไปเรื่อยๆ ซึ่งหน้าที่นี้ส่วนใหญ่จะเป็นของแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ที่ดูแลผู้ป่วย และคนใกล้ชิด ส่วนเภสัชกรอย่างผมก็เจอบ้าง ตอนที่ต้องอธิบายการใช้ยาให้ผู้ป่วยใหม่ โดยคนที่เจอนี่ก็เป็นไปตามขั้นจริงๆ ทำให้ความสงสัยที่เคยเกิดตอนเรียนเรื่องนี้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้จริงหรือ นี่เคลียร์เลย

สำหรับผู้ที่อ่านบล็อกผม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนวัยเดียวกับผม ซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงดี อาจจะไม่ค่อยได้เจอเรื่องแบบนี้ แต่ลองนึงถึงการสูญเสียเล็กๆ น้อยๆ เช่นยางรถแตก ของหาย หรือเป็นหวัดดูครับ จะเห็นว่ามันมีขั้นพวกนี้เกิดขึ้น แต่มันอาจจะผ่านไปไว จนคุณไม่ทันนึกถึงก็ได้ครับ

ที่มา - Counseling For Loss & Life Changes, Cancersurvivors, Helpguide