Hiranwong
enneagram of personality
|
Main Type |
Overall Self |
|
|
|
Take Free Enneagram Personality Test
เรามีลักษณะสามหรือนี่?
เห็นมาจาก pradt กับ escribitionist
| Print article | This entry was posted by Rachanont on October 16, 2007 at 1:38, and is filed under cool. Follow any responses to this post through RSS 2.0. You can leave a response or trackback from your own site. |
No trackbacks yet.
Sweet diary #14
about 1 month ago - No comments
ครั้งที่แล้ว: 14/5/53 FBS = 127 mg/dl, HbA1C = 6.5, BMI 19.3 ล่าสุด: 14/7/53 FBS = 186 mg/dl, HbA1C = 8.8, BMI 20.1 BMI ก็เพิ่มได้ไม่ถึงเป้า น้ำตาลก็กลับมาสูงปี๊ดอีกแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ต้องพึ่งตัวช่วยอย่างเจ้านี้ คอยดูว่าครั้งหน้าจะดีขึ้นมั้ย คุ้มกับราคาเจ้าตัวช่วยหรือเปล่า ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
Puzzle
about 2 months ago - 3 comments
อากาศดี มีฤดูครบสามฤดู ร้อน ฝน หนาว ความหนาแน่นไม่เกินเทศบาลเมือง อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยที่มีคณะเภสัชศาสตร์ไม่เกิน 15 นาที มาลองค้นหากันดูว่าสถานที่ตามเงื่อนไขนี้ มีอยู่ที่ไหนบ้างในประเทศไทย
ทำไมถึงเลือกมาเรียนเภสัช
about 2 months ago - 7 comments
ทำไมถึงมาเรียนเภสัช คำถามนี้เป็นคำถามที่ผ่านมาแล้ว 9 ปี แต่ผมก็ยังไม่เคยตอบมันอย่างจริงจังได้เลย คำถามนี้เป็นหนึ่งในงานที่ได้รับมอบหมายของวิชา Pharmacy Orientation วิชาแนะนำงานของเภสัชกรว่าเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง คำตอบที่ผมตอบไปตอนนั้นคือ มาเรียนเพราะไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี แล้วก็ไม่ได้ชอบวิชาชีพนี้เป็นพิเศษ สารภาพตามตรงว่าตอนนั้นตอบไปแบบส่งๆ เพราะเห็นเพื่อนๆ ตอบกันประมาณว่า “รักวิชาชีพนี้ ฝันอยากจะเป็นมาตั้งแต่เด็ก” ก็เลยหมันไส้ตอบมันกวนทีนแบบนี้แหละ (นึกแล้วก็ขำตัวเองตอนนั้น นิสัยเด็กจริงๆ ที่เพื่อนตอบก็ถูกของเพื่อน ก็พวกเค้าฝันแบบนี้กันจริงๆ นี่) แล้วคำตอบนี้มันก็ส่งผลให้ผมได้เกรดบีในวิชานี้ วิชาที่แจกเอเกือบหมดชั้นปี มีแค่ผมกับเพื่อนอีกคนที่ได้บี แล้วมันก็ซิ่วไปเรียนแพทย์จนกลายเป็นนายแพทย์ไปแล้วด้วย แต่จะโทษคำตอบนี้อย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะตอนนั้นผมชอบเลี่ยงการออกไปนำเสนอด้วย ก็สมควรหรอกที่จะได้คะแนนน้อย ถึงผมจะย้อนเวลากลับไปแก้คำตอบนี้ไม่ได้แล้ว ผมก็อยากหาคำตอบของคำถามนี้ให้ได้ ก่อนที่ผมจะลืมความรู้สึกของตัวเองเมื่อ 9 ปีที่แล้วไปซะก่อน ขั้นแรกก็ต้องย้อนอดีตกลับไปว่าตอนนั้นผมกำลังคิด กำลังทำอะไรอยู่ มีอะไรที่พอจะเป็นคำตอบได้บ้าง ช่วงก่อนจะยื่นคะแนนโควต้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรประมาณ 2 เดือน น้าชายที่ใกล้ชิดกับผมมาตั้งแต่เด็ก ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับอาชีพเภสัชให้ผมฟัง ซึ่งผมจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว แต่สรุปได้ว่าอาชีพนี้น่าสนใจ และเหมาะกับผมดี แพทย์เป็นอาชีพที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่มัธยมต้น แล้วก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนมาค่อนข้างเยอะ แล้วก็ได้รู้ว่าต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ด้วย แล้วผมก็กลัว แล้วผมก็คิดเอาเองว่าเรียนเภสัชไม่ต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ แล้วผมก็ได้รู้ว่าผมเข้าใจผิด เภสัชก็ต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ด้วย แค่ไม่ต้องผ่าเท่านั้นเอง
แล้วไงต่อ
about 2 months ago - 7 comments
คำถามนี้ไม่ได้ถามใครหรอก ถามตัวผมเองนี่แหละ จากเดิมที่คิดว่าคงได้ใช้ชีวิตชิลๆ เป็นเภสัชกรปฏิบัติการ (ก่อนเปลี่ยนมาใช้ระบบแท่ง ถูกเรียกว่าเภสัชกร 3, 4 หรือ 5) ไปอีก 3 ปี แต่ชีวิตคนเรามันไม่มีความแน่นอน หลังจากพี่ๆ รุ่นแรกของหลักสูตร 6 ปีได้ส่งเรื่องไปให้กพ. ตีความเรื่องปริญญาเภสัชศาสตร์ 6 ปีว่าเทียบเท่าปริญญาโทหรือไม่ ในกรณีที่ต้องการทำเรื่องขอเลื่อนตำแหน่งเป็นเภสัชกรชำนาญการ (เภสัชกร 6, 7 เดิม) ซึ่งทางกพ. ก็ตอบกลับมาว่าได้ ทีนี้หละชีวิตชิลๆ ผมหายไป 2 ปีทันตาเพราะเงื่อนไขในการเลื่อนตำแหน่งเดิมต้องครองตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการให้ครบ 6 ปีลดลงเหลือ 4 ปีทันที แล้วผมกำลังจะมีอายุงานครบ 4 ปีในปี 54 ที่จะถึงนี้แล้ว แล้วมันยังไง? คืออย่างนี้ครับอาชีพเภสัชกรโรงพยาบาลของรัฐบาลส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 95 ถ้าไม่ลาออกซะก่อนก็จะเกษียณไปด้วยตำแหน่งเภสัชกรชำนาญการนี่แหละ ส่วนอีก 5% ที่เหลืออาจจะขึ้นไปถึงเภสัชกรชำนาญการพิเศษ (เภสัชกร 8, 9 เดิม) หรือเภสัชกรเชี่ยวชาญ (เภสัชกร 10,
Sweet diary #13
about 3 months ago - No comments
ครั้งที่แล้ว: 11/3/53 FBS = 85 mg/dl, HbA1C = 7.4, BMI 20.1ล่าสุด: 14/5/53 FBS = 127 mg/dl, HbA1C = 6.5, BMI 19.3 เป้าหมายต่อไปคือเพิ่มน้ำหนักเอา BMI เพิ่มอีก 2 ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
Rule for me 2010/1
about 3 months ago - No comments
ช่วงนี้เริ่มทำอะไรเรื่อยเปื่อยนอก Short list แถมทำไปก็ไม่ได้มีความสุข แค่ทำไปเพราะขี้เกียจ ก็เลยต้องออกกฎมาควบคุมตัวเองซะหน่อย เดี๋ยวเดินไปไม่ถึงจุดหมายซะที กฎก็ง่ายๆ แบ่งกิจกรรมที่จะทำออกเป็น 3 ประเภทเหมือนการแบ่งประเภทอาหารที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทาน แบ่งออกมาได้ตามนี้ กิจกรรมที่ทำได้ไม่จำกัด อ่าน แปล และเขียนหนังสือ เขียนบล็อก สอนหนังสือ ออกกำลังกาย ซ้อมดนตรี ฝึกสมาธิ ท่องเที่ยว และถ่ายรูป กิจกรรมที่ทำได้จำกัด ดูหนัง กับ DVD รวมกันไม่เกินสัปดาห์ละ 4 เรื่อง ดู anime ไม่เกินวันละ 1 ตอน Facebook กับ Google reader ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ดู TV ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง กิจกรรมที่ไม่ควรทำ ขับรถแบบไร้จุดหมาย เล่นเกมส์ เอางาน รพ. มาทำที่บ้าน อะไรที่ไม่อยู่ในกฎก็ยกผลประโยชน์ให้ไปก่อน ช่วงแรกกำหนดให้มี
My Short list
about 4 months ago - 1 comment
จาก Thriving on LESS #2 เลยลองเขียน Short list ของตัวเองออกมาบ้าง อาจจะคล้ายๆ กับของ Leo แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการทำจริงๆ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เขียนหนังสือหรือบล็อก อ่านหนังสือ ดูแลสุขภาพ ทำเพื่อคนอื่นโดยเฉพาะเด็กๆ พอเอา year goal มาเทียบดูก็โอเคทุกข้ออยู่ใน list หมด ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง goal แต่อย่างใด ใครที่มี short list อยู่แล้วก็เอามาให้ดูกันได้นะครับ อยากเห็นของคนอื่นบ้าง
Sweet diary #12
about 5 months ago - No comments
ครั้งที่แล้ว: 21/1/53 FBS = 117 mg/dl, HbA1C = 9.1, BMI 19.8 ล่าสุด: 11/3/53 FBS = 85 mg/dl, HbA1C = 7.4, BMI 20.1 เย้ในที่สุดก็ลงจากยอดเขามาได้แล้ว ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
Sweet diary #11
about 7 months ago - No comments
ครั้งที่แล้ว 4/1/53 FBS = 140 mg/dl, BMI 19.8 ล่าสุด 21/1/53 FBS = 117 mg/dl, HbA1C = 9.1, BMI 19.8 ผ่านไปอีกครึ่งเดือน ผลงานออกมาน่าพอใจ ระดับน้ำตาลถึงเป้าหมายไปตัวนึงแล้ว เหลือ HbA1C ที่ค่าครึ่งชีวิตยาวคงอีกเดือนสองเดือนถึงจะอยู่ระดับที่เหมาะสม ผลการตรวจระบบต่างๆ ของร่างกายออกมาปกติหมด ค่อยยังชั่วนึกว่าจะเจอโรคอะไรเพิ่มซะอีก ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
This year’s goal (2010)
about 7 months ago - 4 comments
หลังจากแต่งงานแล้วชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เป้าหมายระยะยาวก็เลยต้องรีวิวกันใหม่ เพื่อที่เป้าหมายของปีจะได้เป็นไปตามเป้าหมายระยะยาว ก็เลยต้องรอจนเลยปีใหม่มากว่า 10 วันถึงจะกำหนดเป้าหมายได้ ครอบครัวสำหรับสิ่งที่ทำเพื่อภรรยามันเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว จึงไม่ต้องตั้งเป้าหมายแค่ทำให้เป็นแบบนี้ตลอดไปก็ใช้ได้แล้ว ปีนี้จึงย้อนกลับมาที่พ่อ แม่ และพี่น้อง รบกวนท่านน้องมาเฝ้าร้านเพื่อให้พ่อ กับแม่ได้ไปเที่ยว ให้ของขวัญวันเกิดท่านน้อง (น่าจะเป็นปีแรกนะ เพราะจำได้ว่าไม่เคยให้เลย) รวมกันสามพี่น้องกินข้าวด้วยกันสักครั้งนึง (ลำบากท่านน้องอีกแล้ว) สุขภาพปีนี้สุขภาพย่ำแย่ต่อเนื่องมาจากปลายปีที่แล้ว ถ้าทำตามเป้าหมายไม่ได้อายุก็อาจจะสั้นลงไปอีก ควบคุมน้ำหนักไม่ให้น้อยกว่า 60 กิโลกรัมและไม่ให้เกิน 70 กิโลกรัม วิ่งให้ได้อย่างน้อย 20 กิโลเมตรต่อสองสัปดาห์ HbA1C ต้องน้อยกว่า 7 ตลอดไป การเรียนปีนี้เริ่มเรียนใหม่แล้วต้องพยายามจบให้ได้ตามกำหนด สอบให้ผ่านทุกวิชาที่ลงทะเบียนไว้ การงานปีนี้คงโดนตามงานที่ติดค้างหลายๆ คนไว้ใช่น้อย เพราะไม่มีข้ออ้างเรื่องเตรียมงานแต่งงานอีกแล้ว ลดชั่วโมงอยู่เวรให้ได้อย่างน้อย 10% (ณ ต้นปีอยู่เวรประมาณ 140 ชม./เดือน) ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเภสัชอีก 1 เว็บเพื่อใครก็ได้ สอนน้องฝึกงานแบบเป็นเรื่อง เป็นราว ไม่สอนแบบเรื่อยเปื่อยอย่างที่ผ่านมา กลับมาตั้งเป้าหมาย 10 ข้ออีกแล้ว แต่ครั้งนี้จะทำคะแนนเต็มให้ได้




about 6 months ago
เรียนรู้เรื่อง enneagram เพิ่มเติมได้ที่นี้ ค่ะ
http://enneagramthailand.spaces.live.com/blog/cns!181CAB7E34CA7F9E!129.entry