about 1 day ago - No comments
S&O: ชายไทยหน้าตี๋ป่วยเป็นโรคหวานเกินมาประมาณ 7 ปี มาติดตามอาการที่คลินิกผู้ป่วยนอกทุก 2 เดือน มาครั้งนี้ยอมรับว่าคุมอาหารได้ไม่ดี ออกกำลังกายได้ไม่มากพอ แต่เชื่อมั่นว่ากินยาครบทุกมื้อไม่มีขาด ค่าน้ำตาลสะสมเมื่อสองเดือนที่แล้ว และวันนี้เท่ากับ 8.8 และ 8.7 ตามลำดับ ปัจจุบันใช้ยากินในกลุ่ม Sulfonylureas และ Biguanides อย่างละ 1 ตัว ช่วงที่ผ่านมาไม่มีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่ปากหวานนี่เป็นบ้างบางเวลา น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ BMI = 20.4 แต่คนรอบๆ ตัวทักว่าผอมแทบทุกคน A: คัมภีร์ ADA 2010 บอกว่าค่าน้ำตาลสะสมที่มากกว่า 7 จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจ ไต ตา ดังนั้นควรเพิ่มยาอีก 1 ตัว เป็น triple therapy ยาที่ถูกเลือกคือยาในกลุ่ม Thiazolidinediones ที่ช่วยลดน้ำตาลสะสมได้ประมาณ 1 บวกกับการคุมอาหารที่เข้มงวดขึ้น และการออกกำลังกายที่มากขึ้น น่าจะทำให้ค่าน้ำตาลสะสมอยู่ในเป้าหมายได้ จากผลทางห้องปฏิบัติการและการตรวจร่างกายยังไม่พบอาการแทรกซ้อนที่หัวใจ และไต
about 1 month ago - No comments
ครั้งที่แล้ว: 14/5/53 FBS = 127 mg/dl, HbA1C = 6.5, BMI 19.3 ล่าสุด: 14/7/53 FBS = 186 mg/dl, HbA1C = 8.8, BMI 20.1 BMI ก็เพิ่มได้ไม่ถึงเป้า น้ำตาลก็กลับมาสูงปี๊ดอีกแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ต้องพึ่งตัวช่วยอย่างเจ้านี้ คอยดูว่าครั้งหน้าจะดีขึ้นมั้ย คุ้มกับราคาเจ้าตัวช่วยหรือเปล่า ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 3 months ago - No comments
ครั้งที่แล้ว: 11/3/53 FBS = 85 mg/dl, HbA1C = 7.4, BMI 20.1ล่าสุด: 14/5/53 FBS = 127 mg/dl, HbA1C = 6.5, BMI 19.3 เป้าหมายต่อไปคือเพิ่มน้ำหนักเอา BMI เพิ่มอีก 2 ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 6 months ago - No comments
ครั้งที่แล้ว: 21/1/53 FBS = 117 mg/dl, HbA1C = 9.1, BMI 19.8 ล่าสุด: 11/3/53 FBS = 85 mg/dl, HbA1C = 7.4, BMI 20.1 เย้ในที่สุดก็ลงจากยอดเขามาได้แล้ว ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 7 months ago - No comments
ครั้งที่แล้ว 4/1/53 FBS = 140 mg/dl, BMI 19.8 ล่าสุด 21/1/53 FBS = 117 mg/dl, HbA1C = 9.1, BMI 19.8 ผ่านไปอีกครึ่งเดือน ผลงานออกมาน่าพอใจ ระดับน้ำตาลถึงเป้าหมายไปตัวนึงแล้ว เหลือ HbA1C ที่ค่าครึ่งชีวิตยาวคงอีกเดือนสองเดือนถึงจะอยู่ระดับที่เหมาะสม ผลการตรวจระบบต่างๆ ของร่างกายออกมาปกติหมด ค่อยยังชั่วนึกว่าจะเจอโรคอะไรเพิ่มซะอีก ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 8 months ago - No comments
ครั้งที่แล้ว 17/12/52 FBS = 186 mg/dl, BMI 19.8 วันนี้ 4/1/53 FBS = 140 mg/dl, BMI 19.8 ผ่านไปครึ่งเดือน ผลงานออกมาค่อนข้างพอใจ แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าหมาย อีกสองสัปดาห์ น้อง GP เลยนัดเจาะเลือดชุดใหญ่ ตรวจปัสสาวะ พร้อมกับส่งผมไปพบแพทย์อายุรกรรม เพราะหนึ่งปีที่ผ่านมา follow up กับน้อง GP ตลอดซึ่งผลการควบคุมน้ำตาลก็ออกมาได้ดี แต่พึ่งมาแย่เอาตอนช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา น้องเค้าเลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมต้องเจอแพทย์อายุรกรรม ช่วงนี้ก็เลยต้องวิ่งให้ได้ตามแผน เพราะหวังผลจากยา และการคุมอาหาร คงลดระดับน้ำตาลได้ไม่ทันใจผม ต้องทำให้มันครบทั้งสามอย่างเลย ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 8 months ago - 1 comment
ครั้งที่แล้ว 15/10/52 FBS = 133 mg/dl, HbA1C = 7.2, BMI 20.7 วันนี้ 17/12/52 FBS = 186 mg/dl, HbA1C = 10.1, BMI 19.8 ระดับน้ำตาลในเลือดแย่ลงติดต่อกันเป็นครั้งที่สามแล้ว แถม BMI ลดลงอีกตั้ง 1 สาเหตุไม่ต้องหาเพราะช่วงเตรียมงานแต่งงานนี่เหนื่อยมาก ก็เลยกินมาก ภรรยาเห็นผลตรวจยังไม่แปลกใจเลย เค้าบอกว่า “ก็เธอกินซะขนาดนี้ น้ำตาลไม่ขึ้นก็แปลกแล้ว” ตอนนี้เลยเซ็ตวันสำหรับวิ่งออกกำลังกายไว้ล่วงหน้า 1 เดือนแล้ว เป้าหมายช่วงแรกคือวิ่งให้ได้อย่างน้อย 10 ครั้งต่อเดือน แล้วก็เอาระดับน้ำตาลกลับมาเป็นปกติให้ได้ก่อนวันเกิดภรรยา เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด เค้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจกับสุขภาพผม ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 11 months ago - 2 comments
ครั้งที่แล้ว 29/7/52 FBS = 126 mg/dl, HbA1C = 6.4, BMI 21.5, LDL = 127 mg/dl, HDL = 50 mg/dl วันนี้ 15/10/52 FBS = 133 mg/dl, HbA1C = 7.2, BMI 20.7 ระดับน้ำตาลในเลือดแย่ลงกว่าเดิมอีกแล้ว คงเป็นเพราะช่วงนี้ต้องกินข้าวเยอะขึ้น เพื่อให้ใส่สูทแล้วหุ่นเฟิร์ม ก็เลยต้องยอมรับชะตากรรม กินยาลดระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มอีก 1 ตัวเพราะถ้าปล่อยให้มากกว่านี้ จะเอามันลงมายาก เดี๋ยวหลังแต่งงานจะตั้งเป้าหมายเรื่องสุขภาพเป็นเป้าหมายใหญ่แล้ว ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้.
about 1 year ago - 2 comments
ช่วงนี้มีพี่ๆ หลายคนมาถามอยู่เรื่อยว่าควรใช้ smartphone ตัวไหนดีสำหรับใช้งานทางการแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการเรียกใช้ข้อมูลยา การคำนวณเป็นต้น ซึ่งคำตอบผมก็ง่ายๆ เลือกรุ่นที่มีบุคลากรทางการแพทย์ใช้เยอะๆ ไง (กำปั้นทุบดินมาก) บริษัทที่ผลิตโปรแกรมจะได้ตามไปผลิตโปรแกรมออกมาให้ได้ใช้กันมากๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจที่เห็นโปรแกรมที่ต้องการใช้ไปลงบนระบบปฏิบัติการอื่น แต่ไม่มีบนเครื่องตัวเอง แล้วรุ่นไหนหละที่ใช้กันเยอะ ? จาก การสำรวจนี้ พบว่าบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ใช้ iPhone ที่เหลือก็ใช้ Windows mobile, Palm Pre, Google phone และ Blackberry ส่วนเหตุผลหลักในการเลือกใช้คือ โปรแกรมที่มีให้เลือกใช้ เพราะโปรแกรมทางการแพทย์มักไม่มีให้ใช้ครบทุกระบบปฏิบัติการ ถ้าไม่อยากใช้ iPhone เพราะมันไม่มีคีย์บอร์ดหละ? Windows mobile รุ่นที่มีคีย์บอร์ดสไลด์ ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า Blackberry เพราะบุญเก่าสมัยที่เป็นเจ้าตลาดนี้ ทำให้มีโปรแกรมให้เลือกใช้มากมาย แต่ในอนาคตอาจจะไม่แน่ถ้านักพัฒนาหนีไปเขียนโปรแกรมให้ iPhone กันหมด ถ้าให้คาดการณ์คิดว่าในอนาคต iPhone น่าจะเป็นเจ้าตลาดของบุคลากรทางการแพทย์ได้ ถ้า WM 7 ไม่ได้มีอะไรที่เหนือหรือเทียบเท่า iPhone แล้ว Android ไม่คิดจะบุกตลาดนี้ ส่วนผมตอนนี้รอ
about 1 year ago - 4 comments
ครั้งที่แล้ว 19/5/52 FBS = 91 mg/dl, BMI 21.4 วันนี้ 29/7/52 FBS = 126 mg/dl, HbA1C = 6.4, BMI 21.5, LDL = 127 mg/dl, HDL = 50 mg/dl ระดับน้ำตาลในเลือดเริ่มไม่ดีแล้ว จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะลดยา กลับต้องกินยาต่อเหมือนเดิม แล้วก็ต้องลดการกินขนมให้ถี่น้อยลงจาก 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เหลือแค่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ พยายามไม่กินหลัง 2 ทุ่ม ส่วนระดับไขมันในเลือด LDL ลดลงแล้ว แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายสำหรับผู้ป่วย DM ซึ่งคงถึงยากถ้าไม่กินยาลดระดับไขมันในเลือด ตอนนี้ก็เลยแกล้งลืมๆ ไปเดี๋ยวอีกครึ่งปีค่อยดูกันใหม่ ส่วน HDL ลดลงไป 5 เหลือ 50
about 2 years ago
ทุกอย่างผ่านหมดยกเว้น ข้อ 4 กับ 6 ว่าแต่ทำไมน้ำตาลถึงมีความเสี่ยงล่ะครับ
about 2 years ago
น้ำตาลเป็นสาเหตุของความอ้วน และความอ้วนก็เป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดมะเร็ง โดยความเสี่ยงจะมากขึ้นเมื่อ BMI > 25 (ของคนเอเชียคือ 23) เพราะฉะนั้นการลดน้ำตาลจึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมครับ
about 2 years ago
ขอถามอีกคำถามครับ พอดีเพื่อนผมเขาเป็นอีสุกอีใส เขาสามารถอาบน้ำได้หรือเปล่าครับ หรือว่าต้องเช็ดตัวอย่างเดียว
about 2 years ago
อาบน้ำได้ โดยเฉพาะน้ำเย็น มันจะช่วยลดอาการคัน แต่ต้องระวังไม่ไปเกาแผล เพราะถ้าแผลลอก อาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้
about 2 years ago
ขอบคุณมากๆเลยครับ