Archive for November, 2007

ZTD #2

November 21st, 2007

บทที่ 1 ทำไมต้องเป็น ZTD

ตอนแรกระบบนี้จะมีชื่อว่า Simple To Done แต่ตัวย่อ STD มันดูไม่ดี (เป็นชื่อย่อของโรคที่ติตต่อทางเพศสัมพันธ์) จึงเปลี่ยนมาเป็น Zen To Done ที่เข้ากันกับเว็บของผู้เขียนคือ ZenHabits แทน

ZTD ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการเอาไปใช้ได้ยากของ GTD ซึ่งผู้เขียนแจงออกมา 5 ข้อคือ

  1. GTD เป็นการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยหลายๆ อย่างพร้อมกันในคราวเดียว ทำให้คนที่ไม่มีความตั้งใจมากพอ มักจะล้มเหลวกัน ZTD จึงแก้ปัญหานี้ด้วยการเน้นให้เปลี่ยนอุปนิสัยทีละอย่าง เพื่อให้เกิดความจดจ่อกับสิ่งนั้น จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า และ ZTD ใช้หลักการของการทำอะไรติดต่อกัน 30 วันแล้วสิ่งนั้นจะกลายเป็นอุปนิสัยเอง
  2. GTD ไม่ได้เน้นขั้นตอนการทำ แต่เน้นการดึงความคิดออกมาจากสมอง แล้วจัดการกับมันมากกว่า ทำให้หลายคนมักมาล้มเหลวในขั้นตอนการทำ ZTD เน้นขั้นตอนการทำ วิธีการที่จะทำได้อย่างสมบูรณ์
  3. GTD ยืดหยุ่นจนดูเหมือนไร้โครงสร้าง หลายคนมีรายการที่ต้องทำครบครับ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ จะเลือกทำสิ่งไหนก่อน ZTD เน้นการวางแผน ให้เรากำหนดสิ่งที่ต้องทำเพียงแค่ 3 อย่างต่อวัน โดยใช้หลักการเลือกทำสิ่งที่สัมพันธ์กับเป้าหมาย ที่เราวางไว้มากที่สุด และใช้วิธีการกำหนดงานประจำวัน ที่สามารถทำควบคู่ไปด้วยกันกับ งานในรายการที่ต้องทำ
  4. GTD เน้นการจัดการกับ รายการที่ต้องทำให้หมด ทำให้เกิดความเครียด มากกว่าที่จะลดความเครียดตามวัตถุประสงค์ของระบบ ZTD ให้เลือกทำสิ่งที่สำคัญเพียงแค่ 3 สิ่งต่อวัน ทำให้ความเครียดน้อยกว่า และทำงานออกมาได้ดี
  5. GTD ไม่เน้นเป้าหมายชีวิต ใช้การคิดจากล่างไปบน ทำให้เรามักติดอยู่กับสิ่งที่ต้องทำในปัจจุบัน ไปไม่ถึงงานที่มีความสำคัญต่ออนาคตสักที ZTD จะใช้วิธีการกำหนดเป้าหมายของวัน สัปดาห์ และปีไว้ เพื่อช่วยในการเลือกสิ่งที่ต้องทำ 3 อย่างใน 1 วัน

สรุปแล้ว ผู้ที่ใช้ GTD จนคล่องแคล่วแล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้ GTD แต่ให้เอาจุดเด่นของ ZTD ไปเสริมความแข็งแกร่งของ GTD แทนได้

Blognone community

November 20th, 2007

จากสถานการณ์อันสืบเนื่องมาจาก การประกาศยกเลิกสมาชิกภาพคุณ survivalsin ใน blognone จนเกิดประเด็นร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ผมได้เรื่องเล่ามาหนึ่งเรื่อง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชุมชนหนึ่งชื่อว่า “บล็อกนั้น” ก่อตั้งด้วยบุคคล 2 คน ช่วงแรกของการสร้างชุมชน มีผู้คนเข้ามาอยู่เป็นจำนวนไม่มาก เนื่องจากชื่อยังไม่ดัง และยังมีชุมชนอื่นข้างเคียง ที่เก่าแก่กว่า และมีชื่อเสียงกว่า

แต่ด้วยความความต่างจากชุมชนเดิมๆ ทำให้ผู้คนเริ่มเข้ามาอยู่เยอะขึ้น หลายคนตัดสินใจเข้ามาเป็นสมาชิกของชุมชนนี้ และบางคนตัดสินใจที่จะร่วมพัฒนาชุมชน หรือไม่ก็ถูกชวนให้มาร่วมพัฒนาชุมชน โดยคนกลุ่มนี้ หรือ “ผู้ร่วมพัฒนา” จะดำเนินการพัฒนาิตามแนวทางการพัฒนาชุมชนที่กำหนดโดย “ผู้ก่อตั้ง”

ชุมชนนี้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเกิดปัญหาการขัดแย้งขึ้นระหว่าง “สมาชิก” ด้วยกัน หรือไม่ก็กับ “ผู้ก่อตั้ง” หรือไม่ก็กับ “ผู้ร่วมพัฒนา” และหลายๆ ครั้งปัญหาจะถูกตัดสินอย่างเด็ดขาดโดย “ผู้ก่อตั้ง” จึงทำให้ สมาชิกกลุ่มเล็กๆ เริ่มเกิดความไม่พอใจ “ผู้ก่อตั้ง” จนบางคนตัดสินใจออกไปจากชุมชน แต่หลายคนก็ยังอยู่ต่อ เพียงแต่มีส่วนร่วมกับชุมชนน้อยลงกว่าเดิม เนื่องจากชุมชนอื่นก็ไม่ได้น่าอยู่ไปมากกว่านี้ จะไปสร้างชุมชนใหม่ก็ไม่มีพลังมากพอ

จนกระทั่งครั้งหนึ่ง เกิดเหตุการณ์พิพาทระหว่างหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนา กับหนึ่งในผู้ก่อตั้ง จนเป็นเหตุให้ผู้ร่วมพัฒนาคนนั้นต้องออกไปจากชุมชน จากการพิพาทครั้งนั้นทำให้สมาชิกทั่วไป และสมาชิกที่ไม่พอใจ “ผู้ก่อตั้ง” ออกมาแสดงความคิดเห็นของตนต่อเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก เพราะรู้สึกว่าการปกครองชุมชนนี้ เป็นสิทธิ์ขาดของผู้ก่อตั้งเท่านั้น

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ผู้ก่อตั้งจึงได้เปิดชุมชนเบื้องหลัง สำหรับหารือเรื่องแนวทางการบริหาร ปกครอง และพัฒนาชุมชน โดยชุมชนนี้เป็นชุมชนที่เปิดกว้างให้สมาชิกทุกคนเข้าร่วมได้ แต่ในความเป็นจริงมีเพียงแค่ “ผู้ก่อตั้ง” “ผู้ร่วมพัฒนา” และสมาชิกส่วนน้อยที่เข้าร่วม ทำให้การตัดสินใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเสียงของชุมชนจริงๆ ยังคงเป็นการตัดสินใจโดย ผู้ก่อตั้งเป็นหลัก และมีความเห็นจากผู้ร่วมพัฒนาบ้าง

หลังจากผู้ร่วมพัฒนาเยอะขึ้น ปริมาณงานเยอะขึ้น จนคุณภาพลดน้อยลงในบางครั้ง ทำให้สมาชิกบางคนที่รู้สึกไม่ถูกใจกับคุณภาพงาน ได้มีการออกมาบ่นบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ในบางครั้ง “ผู้ก่อตั้ง” ก็ออกมาตอบความคิดเห็น โดยแนะนำให้ไปสร้างชุมชนเอง ตามที่ตนต้องการ เพราะชุมชนนี้ไม่ได้เก็บค่าสมาชิกเขา และไม่ได้บังคับให้เขาอยู่ และ “ผู้ก่อตั้ง” เองก็จะเ้น้นทำตามความต้องการ ของปริมาณ และระดับการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน

และแล้ว เหตุการณ์ที่ทุกคนรู้ว่ามันต้องเกิด ก็เกิดขึ้นจนได้ มีสมาชิกคนหนึ่งออกมาพูดเสียดสี “ผู้ร่วมพัฒนา” ค่อนข้างรุนแรง จนสมาชิกอีกคนหนึ่งที่ทนไม่ได้ ออกมาทำการตอบโต้กันไปมา เกิดการกระทบกระทั่งค่อนข้างรุนแรง โดยไม่มีสมาชิกคนอื่นมาเข้าร่วม จน “ผู้ก่อตั้ง” กลัวเหตุการณ์จะบานปลายจึงทำการตัดสินผู้เริ่มเรื่อง ให้ออกไปจากชุมชน แล้วขอความเห็นจากสมาชิกทุกคน

ช่วงแรกก็ไม่ค่อยมีเสียงค้านเข้ามาสักเท่าไหร่ จนผู้เริ่มเรื่องได้กลับเข้ามาแสดงความคิดเห็นตอบโต้ ในชื่อใหม่แต่ยังคงตัวตนเดิมไว้ ทำให้เสียงค้านเริ่มมากขึ้น ควบคู่กับเสียงเห็นด้วย จนเกิดการแบ่งกลุ่มเป็นผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของ “ผู้ก่อตั้ง” นี้โดยผู้ไม่เห็นด้วยบางคน เห็นว่าการตัดสินนี้ไม่ชอบธรรม ทำการรวบรัดเกินไป ไม่ปรึกษาสมาชิกทั่วไปก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริง ได้มีการขอความคิดเห็นในชุมชนเบื้องหลังแล้ว แต่อย่างที่บอกไว้ในช่วงแรก ชุมชนนี้ไม่อาจเป็นตัวแทนของสมาชิกทั้งหมดในชุมชนได้ เพราะมีสมาชิกในชุมชนน้อย แต่ก็เกิดคำถามในทางกลับกัน ว่าทำไมสมาชิกทุกคนถึงไม่เข้าร่วมชุมชนเบื้องหลังนี้ ถึงเข้าร่วมก็มีความเห็นกันน้อย

จบเรื่องนี้ผมเลยมีคำถามว่า

  • ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่สมาชิกที่อยากมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างแท้จริง จะเข้ามาในชุมชนเบื้องหลัง แล้วก็ช่วยกันออกความคิดเห็นมากกว่านี้
  • ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ชุมชนนี้ควรจะมีแนวทางการปกครองที่ออกมาจากชุมชน อย่างน้อยก็ควรมีแนวทางที่เป็นที่ยอมรับของทุกคนสำหรับจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ (แสดงความเห็นไม่สร้างสรรค์ หรือเกรียน)

สนใจแสดงความคิดเห็นไปต่อกันที่นี่เลยครับ

Blognone Group

ZTD #1

November 19th, 2007

บทนำ

ZTD เป็นระบบที่ง่าย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง มันเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการพัฒนาอุปนิสัย ที่จะทำให้่เรามีชีวิตที่เป็นระบบ ระเบียบ อย่างไรก็ตาม ตัวเราก็ต้องมีความตั้งใจที่จะทำด้วย เพราะมันเป็นแค่เครื่องมือ ไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าเราไม่เป็นคนใช้มัน

ผู้เขียน (Leo Babauta) ได้ยกตัวอย่างชีวิตของเค้าเองเมื่อ 2 ปีก่อนที่ยังเป็นคนที่มีแต่ความยุ่งเหยิง วุ่นวาย บนโต๊ะมีแต่กองเอกสารกองทับกันเป็นกอง รายการสิ่งที่ต้องทำ ก็ยาวเหยีด คั่งค้างข้ามวัน ข้ามเดือน เค้าเป็นคนที่ชีวิตขาดการจัดการ ขาดความเป็นระเบียบมาก

แต่หลังจากที่เค้าเริ่มพัฒนาอุปนิสัยของเค้าด้วย ZTD ชีวิตเค้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงดีขึ้น inbox ถูกเคลียร์จนว่างทุกวัน รายการสิ่งที่ต้องทำที่เคยยาวเหยียด ก็เหลือแค่ 3 สิ่งต่อวัน แล้วเค้าก็ทำมันเสร็จภายในวันตลอด เป้าหมายหลายอย่างที่ตั้งไว้ เช่น ลดน้ำหนัก เลิกบุหรี่ และวิ่งมาราทอน ก็สามารถทำได้สำเร็จ

ทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมานี้ เราก็สามารถทำได้ ถ้ามีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะเปลี่ยนตัวเอง โดยการเริ่มทีละนิด อย่างมั่นคง ไปในทิศทางที่ถูกต้อง รักษาความมุ่งมั่น และตั้งใจไว้ได้ตลอด