My workspace
เริ่มจาก bact’ แล้วก็ตามมาด้วยคนอื่นอีกมากมาย (keng, poakpong, sugree, mk, mon, rerngrit, escribitionist, molecularck, pittaya) ผมขอเป็นคนปิดท้ายแล้วกัน
อันนี้สภาพก่อนจัด
อันนี้หลังจากจัดเสร็จแล้ว
My new glasses
about 8 months ago - 1 comment
หลังจากที่เปลี่ยนเลนส์ให้กับแว่นเ่ก่า ในที่สุดก็ถึงเวลาตัดแว่นใหม่ซะที เพื่อเตรียมถ่ายรูปงาน…
แว่นนี้ถือว่าเป็นแว่นอันแรกที่ใช้เงินตัวเองตัด และเป็นอันแรกหลังจากเริ่มทำงาน และราคาแพงที่สุดเท่าที่เคยตัดมาเหมือนกัน และหวังว่ามันจะอยู่ได้สัก 2 ปีตามอายุการใช้งานเฉลี่ยของแว่นอันที่ผ่านๆ มา (20 ปี กับแว่นกว่า 10 อัน) สาธุ
Bangkok International Book Fair 2009
about 1 year ago - No comments
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 7วันที่ 26 มีนาคม 2552 ถึง วันที่ 6 เมษายน 2552 เวลา 10.00 – 21.00 น.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เหมือนเดิม ใกล้จะได้ Xenocide แล้วดิ
Bangkok International Book Fair 2009
Checklist
about 1 year ago - No comments
Checklist เครื่องมือที่แสนจะธรรมดา แต่ก็มีประโยชน์ในการทำงานที่ความผิดพลาดหมายถึงชีวิตเช่น การผ่าตัด หรือการใช้เครื่องบิน แต่ก็ใช่ว่าการทำงานอื่นจะเอามันไปใช้ไม่ได้ อย่างเช่นงานติดตามผู้ป่วยแพ้ยาของผม ที่ปกติแล้วจะแบ่งกันทำในกลุ่มเภสัชกรที่ขึ้นเวร โดยมีผมที่เป็นผู้รับผิดชอบคอยตรวจสอบจากแบบบันทึกประวัติอีกทีในเคสที่ผมไม่ได้เป็นคนดูเอง ซึ่งในบางครั้งก็เจอปัญหาที่บางคนถามคำถามไม่ครบ ทำให้การประเมินที่ได้อาจกลายเป็นอีกอย่างไปเลยจากคำถามเพียงข้อเดียว ผมเลยลองร่างคำถามที่ควรถามออกมาคร่าวๆ ได้ประมาณนี้
นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างหนึ่งของการเอา Checklist มาใช้ ลองดูรอบๆ ตัวจะเห็นว่ามีการใช้กันใช่น้อย เฉพาะในโรงพยาบาลผมก็มีใช้กันแทบทุกฝ่ายเลย
This year’s goal (2009)
about 1 year ago - 2 comments
ปีก่อนเป้าหมาย 10 ข้อยังไม่ผ่าน ปีนี้ขอลดเหลือเท่านี้ละกัน
ความรัก
แต่งงาน
สุขภาพ
ควบคุม BMI ให้อยู่ในช่วง 18 – 23
ออกกำลังกายเป็นประจำ (15 วันต่อเดือน)
หลังจากเดือนมกราคมต้องคุม FBS และ HbA1C ให้อยู่ในเป้าหมายตลอด
การงาน
งานวิจัย 1 เรื่องจะเอาไปนำเสนอในงานประชุมหรือไม่ก็ได้
โปรแกรมสำหรับใช้ในงานเภสัชกรรม 1 โปรแกรม
แค่ 6 ข้อก็พอแล้วสำหรับปีนี้ เพราะข้อแรกข้อเดียวก็เหนื่อยสุดๆ แล้ว
Half way
about 1 year ago - 1 comment
ผ่านมาแล้วครึ่งทางกับการทำงานแบบหนักหน่วง ตามเป้าหมาย 3 ปีนี่ก็ผ่านมาแล้ว 18 เดือนกับการทำงานเดือนละ 29 – 30 วัน (ถ้าเดือนนึงมีมากกว่า 31 วันผมก็คงทำได้มากกว่านี้)
ผลเสียของการทำตามเป้าหมายนี้คือการเจ็บป่วยซึ่งล่าสุดผมก็พึ่งเป็นหวัด ไข้ขึ้นสูงไปอีก 1 วัน นับเป็นครั้งที่สามแล้วของชีวิตการทำงาน ดูๆ แล้วตัวเลข 6 เดือนต่อ 1 ครั้งก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับตอนเรียนที่ป่วยปีละครั้ง นับว่าสุขภาพแย่ลงเยอะ ซึ่งเกิดจากการที่ผมออกกำลังกายน้อยลงกว่าเดิม เลยโดนหวัดเล่นงานได้ง่าย
ถ้าเปรียบเป้าหมายการทำงานนี้ เทียบกับการขึ้นภูกระดึง ตอนนี้ผมก็ผ่านมาได้หลายซำแล้ว แต่ซำต่อๆ ไปมันจะลำบากมากกว่าเดิม บวกกับสภาพร่างกายตอนนี้ ตอนนี้เลยคิดว่าจะลดความเร็วลงหน่อยนึง โดยการเพิ่มวันหยุดมาอีกเดือนละ 1 วัน (ชีวิตผมตอนนี้ยังห่างไกลกับการทำงานแบบปกติอีกเยอะ ดูๆ แล้วมันเป็นการทำร้ายตัวเอง มากกว่าการทำงานนะเนี่ย)
ตอนนี้เลยเข้าใจแล้วว่าคนที่ทำงานในสายนี้ ทำไมถึงไม่ค่อยส่งเสริมให้ลูก หลานเข้ามาทำงานในสายนี้ (ในกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็น ต้องให้ลูกมาสืบทอดกิจการ)
จริงๆ แล้วเป้าหมาย 3 ปีของผมนี่ดูเด็กๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับพี่คนหนึ่งที่ทำงานหนัก และหนักยิ่งกว่าผมอีก แถมทำมาแล้วกว่า 10 ปี
ปล. พี่เค้าเป็นผู้หญิงนะครับ
My Broken Glasses
about 1 year ago - 2 comments
อีกครั้งหนึ่งกับความซวยในช่วงเบญจเพส ล้างหน้าอยู่ดีๆ แว่นร่วงแตกเฉยเลย ตอนนี้เลยต้องใส่คอนแทคเลนส์ไปก่อน จนกว่าจะตัดแว่นใหม่ หน้าแปลกตาไปจนกลายเป็นเด็กใหม่ในโรงพยาบาลซะงั้น
Book Fair 2008/2
about 1 year ago - No comments
งานหนังสือครั้งนี้ผมได้เตรียมการล่วงหน้าไว้ก่อน โดยการใช้วันลาพักร้อนไปเดินในวันธรรมดา เลี่ยงกับการเจอฝูงชนจำนวนมหาศาลในวันหยุด
ก่อนจะไปงานหนังสือ ก็แวะไปที่พารากอนก่อนเพื่อซื้อปากกา Lamy ที่คุณ pphetra แนะนำไว้เมื่อปีที่แล้ว
ผมเลือกซื้อรุ่น Tipo มาทั้งแบบพลาสติก และอะลูมิเนียมอย่างละแท่ง เอาไว้ใช้กับงานเขียนอย่างเดียว เพราะ refill แพงกว่า parker กว่าครึ่ง (135 บาท) งานขีดเพื่อตรวจสอบยา ใช้ปากกาแท่งละ 5 – 10 บาทเหมือนเดิม
ซื้อปากกาเสร็จก็ไปเติมพลังที่ Ootoya กินข้าวได้ 2 ถ้วยก็จุกแล้ว ต่อถ้วยที่สามไม่ไหว พออิ่มท้องก็ไปงานหนังสือ จนได้หนังสือมาตามนี้
หนังสือที่ตั้งใจไปซื้อจริงๆ มีแค่เล่มล่างสุด กับเล่มบนสุด ที่เหลือเป็นของแถมที่กินเงินมากกว่าเป้าหมายอีก
บาทิสต้า ผ่าตัดมรณะ ปริศนาการฆาตกรรมในห้องผ่าตัด หนังสือที่บังเอิญเจอตอนค้นข้อมูลการผ่าตัดแบบบาทิสตา ที่เห็นจากละครเรื่อง คุณหมอหัวใจแกร่ง
ทุนนิยมที่มีหัวใจ หนังสือของคนชายขอบ จริงๆ แล้วจะซื้อไทยแลนด์แดนสวรรค์ด้วย แต่ตอนอยู่ที่งานดันนึกชื่อหนังสือไม่ออก เลยได้มาเล่มเดียว
นายธนาคารเพื่อคนจน คุ้นๆ ว่ามีใครเขียนถึง ดูชื่อคนเขียนจึงอ๋อ คนชายขอบนี่เอง
นักสืบเศรษฐศาสตร์ อ่านๆ ดูแล้วคิดว่าคงแนวๆ เศรษฐศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ของคุณนรินทร์ ก็เลยลองซื้อมาอ่านดู
ถอดดีเอ็นเอเทมาเส็ก [...]
Protection suits
about 1 year ago - No comments
งานเตรียมยาเคมีบำบัด หนึ่งในงานผลิตยาของเภสัชกรโรงพยาบาล งานที่ตั้งแต่ผมจบมา ยังไม่ได้ทำเลย ภาพที่เห็นข้างบนนี้ จึงเป็นภาพตอนฝึกงานเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
สิ่งที่ยังจำได้ดี นอกจากเทคนิคการเตรียมยาก็คือขั้นตอนก่อนจะได้เตรียมยานี่แหละ ยุ่งยากมาก ถึงมากที่สุด หมอผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการล้างมือ และทำร่างกายให้ปราศจากเชื้อ แต่ผมกว่าจะได้เข้าห้องเตรียมยาจำได้ว่าเร็วสุดก็ปาไป 10 นาทีแล้ว ไหนจะล้างหน้า ล้างมือ ทำความสะอาดถุงมือ ใส่ถุงมือ 2 ชั้น ใส่หมวกคลุมผม ใส่ชุดป้องกัน ใส่หน้ากากสุดรัด ถอดแล้วหน้ายังเป็นรอยอยู่ครึ่งชั่วโมง ทำให้เป็นคนหน้าประหลาดตอนกินข้าวกลางวัน
แต่ถึงจะเบื่อก็ต้องทำ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะยาเคมีบำบัดไม่ใช่สิ่งที่ควรเสี่ยงด้วย ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า cytotoxic drug แค่หยดใส่ถุงมือก็หลอนเป็นสัปดาห์แล้ว ดังนั้นสิ่งสำคัญนอกจากการทำให้ยาที่เตรียมไม่ปนเปื้อนแล้ว ก็คือการระวังไม่ให้ยามันมาปนเปื้อนตัวคนเตรียมนี่แหละ (ทั้งการสัมผัส และสูดดม)
แต่ในปัจจุบันอาจจะไม่ต้องใส่ชุดรัดกุมขนาดนี้แล้ว เพราะมีการใช้ตู้แบบปิดกันมากขึ้น ใส่เข้าไปแค่มือผ่านถุงมือ อันตรายจากการปนเปื้อนจึงลดลง (ถ้านึกภาพตู้ไม่ออก ให้นึกถึงตู้ใส่เชื้อไวรัสใน MI2) แต่ตอนฝึกงานผมใช้ตู้แบบเปิดก็เลยต้องใส่ชุดรัดกุมแบบข้างบน
ไหนๆ ก็พูดถึง งานเตรียมยาเคมีบำบัด จะไม่พูดถึงงานเตรียมสารละลายของยา และอาหารที่ให้ทางหลอดเลือดดำก็กระไรอยู่
ในขณะที่งานเตรียมยาเคมีบำบัด ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้เกิดการปนเปื้อนยาสู่ผู้เตรียม งานนี้ก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน แต่เป็นการระวังไม่ให้เข็มทิ่มมือตัวเอง [...]
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13
about 1 year ago - No comments
อีกไม่กี่วันก็จะได้ไปเดินซื้อหนังสือ แก้อาการเซ็งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้แล้ว
ตอนนี้ที่เว็บของงานอัพโหลดข้อมูล กำหนดการ ตารางกิจกรรม แผนที่ เรียบร้อยแล้ว ใครสนใจก็เข้าไปเตรียมข้อมูลไว้ก่อนได้เลยครับ
เว็บไซต์มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13
Why i still love my job
about 1 year ago - 5 comments
ต่อเนื่องจากเอนทรี่นี้ เลยลองนึกดูว่าทุกวันต้องเจอเรื่องน่าเบื่ออะไรบ้าง แล้วคิดอย่างไรให้มันน่าเบื่อน้อยลง
เพื่อนร่วมงานนิสัยไม่ดี
–> ไม่เป็นไร จะทำอะไรก็ทำไป อย่าให้กระทบตัวผม กับการดูแลคนไข้ของผมแล้วกัน
คนไข้มากมาย มหาศาล อย่างกับมีงานเทศกาล
–> ดีแล้วที่เค้ามาหาหมอ ไม่ฝืนจนป่วยหนักกว่าเดิม อย่างน้อยพวกเค้าก็ทำให้ผมไม่ตกงาน
ในวันหยุดตอนเที่ยงได้แค่พักกินข้าว (10 – 15 นาที) เพราะเคลียร์คนไข้นอกไม่หมด บวกกับหอผู้ป่วยส่งใบสั่งยาลงมาเบิกยาตอนเที่ยง
–> ถือว่าช่วยให้คนไข้ได้กลับบ้านเร็วขึ้นตั้งเกือบหนึ่งชั่วโมง ดีกว่าปล่อยให้พวกเค้าเคว้งคว้างตอนเที่ยง เดี๋ยวตอนเย็นก็ได้พักอยู่แล้ว (ถ้าอยู่เวรบ่ายต่อต้องเปลี่ยนเป็นเดี๋ยวเที่ยงคืนก็ได้พักแล้ว)
คนไข้อธิบายการใช้ยาเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ
–> ไม่เป็นไร ท่องคำสอนจากการอบรม ESB ไว้ คนไข้ไม่ได้ฟังไม่รู้เรื่อง เราต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่องเอง
คนไข้เล่าประวัติสับสน ยิ่งฟังยิ่งงง
–> ท่องไว้ๆ คนไข้ไม่ได้พูดไม่รู้เรื่อง เราต่างหากที่ฟังแล้วไม่เข้าใจเอง
คนไข้ไม่อ่านป้าย ยื่นใบสั่งยาผิดช่องประจำ
–> ป้ายออกจะเยอะขนาดนั้น เป็นผมมาครั้งแรกก็งงเหมือนกันแหละว่าจะอ่านป้่ายไหนก่อนดี
คนไข้มัวแต่คุยโทรศัพท์ ไม่ได้ยินผมเรียกให้รับยา
–> ก็นั่งรอยามันน่าเบื่อนี่ จะให้คุยกับคนข้างๆ ก็กระไรอยู่ ให้เค้าคุยโทรศัพท์แก้เบื่อซักหน่อย เดี๋ยวเค้าคุยเสร็จ ค่อยเรียกใหม่อีกรอบแล้วกัน (แล้วก็ลืมเรียก แล้วก็โดนคนไข้ต่อว่า ว่าทำไมโดนแซงคิว)
นี่แค่ส่วนหนึ่ง แต่ไม่อยากเขียนมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นเขียนบ่นคนไข้ไปซะงั้น โดยรวมแล้วก็ออกแนว positive thinking ซึ่งมันก็ช่วยให้ผมเบื่อน้อยลงได้นะ



about 1 year ago
อะโห.. แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด.. ๕๕ ที่หายไปเนี่ย ไปกองอยู่ใต้โต๊ะ?
about 1 year ago
โอ้โห ทำได้อ่ะ
about 1 year ago
หนังสือกลับไปอยู่ที่ชั้นรวมครับ เพราะท้ายที่สุดแล้วผมก็เอาหนังสือมาอ่านทีละเล่มอยู่ดี
ส่วนพัดลมเอาไปเก็บเพราะไม่ได้ใช้ เปิดแล้วมันเป่าหน้าแสบตา
สายชาร์ตก็เอาไปเก็บใต้โต๊ะ ไว้ในตะกร้าปลั๊กไฟ
ของจุกจิกก็เอาซ่อนไว้ในปฏิทินครับ
about 1 year ago
ต่างจากของผมจริงๆ รกมาก