about 3 days ago - No comments
ครั้งที่แล้ว: 21/1/53 FBS = 117 mg/dl, HbA1C = 9.1, BMI 19.8
ล่าสุด: 11/3/53 FBS = 85 mg/dl, HbA1C = 7.4, BMI 20.1
เย้ในที่สุดก็ลงจากยอดเขามาได้แล้ว
ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 1 month ago - No comments
ครั้งที่แล้ว
4/1/53 FBS = 140 mg/dl, BMI 19.8
ล่าสุด
21/1/53 FBS = 117 mg/dl, HbA1C = 9.1, BMI 19.8
ผ่านไปอีกครึ่งเดือน ผลงานออกมาน่าพอใจ ระดับน้ำตาลถึงเป้าหมายไปตัวนึงแล้ว เหลือ HbA1C ที่ค่าครึ่งชีวิตยาวคงอีกเดือนสองเดือนถึงจะอยู่ระดับที่เหมาะสม ผลการตรวจระบบต่างๆ ของร่างกายออกมาปกติหมด ค่อยยังชั่วนึกว่าจะเจอโรคอะไรเพิ่มซะอีก
ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 2 months ago - No comments
หลังจากแต่งงานแล้วชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เป้าหมายระยะยาวก็เลยต้องรีวิวกันใหม่ เพื่อที่เป้าหมายของปีจะได้เป็นไปตามเป้าหมายระยะยาว ก็เลยต้องรอจนเลยปีใหม่มากว่า 10 วันถึงจะกำหนดเป้าหมายได้
ครอบครัวสำหรับสิ่งที่ทำเพื่อภรรยามันเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว จึงไม่ต้องตั้งเป้าหมายแค่ทำให้เป็นแบบนี้ตลอดไปก็ใช้ได้แล้ว ปีนี้จึงย้อนกลับมาที่พ่อ แม่ และพี่น้อง
รบกวนท่านน้องมาเฝ้าร้านเพื่อให้พ่อ กับแม่ได้ไปเที่ยว
ให้ของขวัญวันเกิดท่านน้อง (น่าจะเป็นปีแรกนะ เพราะจำได้ว่าไม่เคยให้เลย)
รวมกันสามพี่น้องกินข้าวด้วยกันสักครั้งนึง (ลำบากท่านน้องอีกแล้ว)
สุขภาพปีนี้สุขภาพย่ำแย่ต่อเนื่องมาจากปลายปีที่แล้ว ถ้าทำตามเป้าหมายไม่ได้อายุก็อาจจะสั้นลงไปอีก
ควบคุมน้ำหนักไม่ให้น้อยกว่า 60 กิโลกรัมและไม่ให้เกิน 70 กิโลกรัม
วิ่งให้ได้อย่างน้อย 20 กิโลเมตรต่อสองสัปดาห์
HbA1C ต้องน้อยกว่า 7 ตลอดไป
การเรียนปีนี้เริ่มเรียนใหม่แล้วต้องพยายามจบให้ได้ตามกำหนด
สอบให้ผ่านทุกวิชาที่ลงทะเบียนไว้
การงานปีนี้คงโดนตามงานที่ติดค้างหลายๆ คนไว้ใช่น้อย เพราะไม่มีข้ออ้างเรื่องเตรียมงานแต่งงานอีกแล้ว
ลดชั่วโมงอยู่เวรให้ได้อย่างน้อย 10% (ณ ต้นปีอยู่เวรประมาณ 140 ชม./เดือน)
ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเภสัชอีก 1 เว็บเพื่อใครก็ได้
สอนน้องฝึกงานแบบเป็นเรื่อง เป็นราว ไม่สอนแบบเรื่อยเปื่อยอย่างที่ผ่านมา
กลับมาตั้งเป้าหมาย 10 ข้ออีกแล้ว แต่ครั้งนี้จะทำคะแนนเต็มให้ได้
about 2 months ago - No comments
ครั้งที่แล้ว
17/12/52 FBS = 186 mg/dl, BMI 19.8
วันนี้
4/1/53 FBS = 140 mg/dl, BMI 19.8
ผ่านไปครึ่งเดือน ผลงานออกมาค่อนข้างพอใจ แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าหมาย อีกสองสัปดาห์ น้อง GP เลยนัดเจาะเลือดชุดใหญ่ ตรวจปัสสาวะ พร้อมกับส่งผมไปพบแพทย์อายุรกรรม เพราะหนึ่งปีที่ผ่านมา follow up กับน้อง GP ตลอดซึ่งผลการควบคุมน้ำตาลก็ออกมาได้ดี แต่พึ่งมาแย่เอาตอนช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา น้องเค้าเลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมต้องเจอแพทย์อายุรกรรม ช่วงนี้ก็เลยต้องวิ่งให้ได้ตามแผน เพราะหวังผลจากยา และการคุมอาหาร คงลดระดับน้ำตาลได้ไม่ทันใจผม ต้องทำให้มันครบทั้งสามอย่างเลย
ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 2 months ago - 1 comment
ครั้งที่แล้ว
15/10/52 FBS = 133 mg/dl, HbA1C = 7.2, BMI 20.7
วันนี้
17/12/52 FBS = 186 mg/dl, HbA1C = 10.1, BMI 19.8
ระดับน้ำตาลในเลือดแย่ลงติดต่อกันเป็นครั้งที่สามแล้ว แถม BMI ลดลงอีกตั้ง 1 สาเหตุไม่ต้องหาเพราะช่วงเตรียมงานแต่งงานนี่เหนื่อยมาก ก็เลยกินมาก ภรรยาเห็นผลตรวจยังไม่แปลกใจเลย เค้าบอกว่า “ก็เธอกินซะขนาดนี้ น้ำตาลไม่ขึ้นก็แปลกแล้ว” ตอนนี้เลยเซ็ตวันสำหรับวิ่งออกกำลังกายไว้ล่วงหน้า 1 เดือนแล้ว เป้าหมายช่วงแรกคือวิ่งให้ได้อย่างน้อย 10 ครั้งต่อเดือน แล้วก็เอาระดับน้ำตาลกลับมาเป็นปกติให้ได้ก่อนวันเกิดภรรยา เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด เค้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจกับสุขภาพผม
ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้
about 3 months ago - No comments
จาก This year’s goal (2009)
ความรัก
แต่งงาน
สุขภาพ
ควบคุม BMI ให้อยู่ในช่วง 18 – 23
ออกกำลังกายเป็นประจำ (15 วันต่อเดือน)
หลังจากเดือนมกราคมต้องคุม FBS และ HbA1C ให้อยู่ในเป้าหมายตลอด
การงาน
งานวิจัย 1 เรื่องจะเอาไปนำเสนอในงานประชุมหรือไม่ก็ได้
โปรแกรมสำหรับใช้ในงานเภสัชกรรม 1 โปรแกรม
ปีนี้ตั้งไว้ 6 ข้อทำได้ 2 ข้อแต่ข้อ 1 มีคะแนน 5 คะแนนเลยได้คะแนนรวม 6 เต็ม 10 ซะงั้น เอาไว้ปีหน้าตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ ไว้ทำอีกจะได้คะแนนเยอะๆ
about 7 months ago - 4 comments
ครั้งที่แล้ว
19/5/52 FBS = 91 mg/dl, BMI 21.4
วันนี้
29/7/52 FBS = 126 mg/dl, HbA1C = 6.4, BMI 21.5, LDL = 127 mg/dl, HDL = 50 mg/dl
ระดับน้ำตาลในเลือดเริ่มไม่ดีแล้ว จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะลดยา กลับต้องกินยาต่อเหมือนเดิม แล้วก็ต้องลดการกินขนมให้ถี่น้อยลงจาก 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เหลือแค่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ พยายามไม่กินหลัง 2 ทุ่ม
ส่วนระดับไขมันในเลือด LDL ลดลงแล้ว แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายสำหรับผู้ป่วย DM ซึ่งคงถึงยากถ้าไม่กินยาลดระดับไขมันในเลือด ตอนนี้ก็เลยแกล้งลืมๆ ไปเดี๋ยวอีกครึ่งปีค่อยดูกันใหม่ ส่วน HDL ลดลงไป 5 เหลือ 50 เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ออกกำลังกายเลย (ค่านี้มันสัมพันธ์กับการออกกำลังกายมาก เพราะพี่ที่โรงพยาบาลวิ่งเกือบทุกวัน ค่านี้ขึ้นไปซะ 90 [...]
about 8 months ago - 1 comment
หลังจากที่เปลี่ยนเลนส์ให้กับแว่นเ่ก่า ในที่สุดก็ถึงเวลาตัดแว่นใหม่ซะที เพื่อเตรียมถ่ายรูปงาน…
แว่นนี้ถือว่าเป็นแว่นอันแรกที่ใช้เงินตัวเองตัด และเป็นอันแรกหลังจากเริ่มทำงาน และราคาแพงที่สุดเท่าที่เคยตัดมาเหมือนกัน และหวังว่ามันจะอยู่ได้สัก 2 ปีตามอายุการใช้งานเฉลี่ยของแว่นอันที่ผ่านๆ มา (20 ปี กับแว่นกว่า 10 อัน) สาธุ
about 9 months ago - 3 comments
หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อย วันนี้ก็ได้ฤกษ์ลาพักร้อนเพื่อไปต่ออายุใบขับขี่ซะที
ไปติดต่อที่สำนักงานขนส่งซึ่งไกลจากที่พักมากตั้งเกือบ 500 เมตร ผมเลือกไปตอนบ่ายโมง เพราะมีคนเคยไปตอนเช้าบอกว่าเสียเวลามาก ต้องรอคนสอบใบขับขี่ใหม่ยื่นเอกสารครบก่อน
หลังจากยื่นเอกสารทั้งหมดไป (สำเนาบัตรประชาชน บัตรประชาชนตัวจริง ใบขับขี่เดิม) ก็ได้ใบรับรองแพทย์ กับบัตรประชาชนคืนมา อ้าวสรุปแล้วไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์หรือนี่ เสียดายกระดาษที่เขียนใบรับรองแพทย์จัง (ไม่เสียดายเวลาซักเท่าไหร่ เพราะการขอใบรับรองแพทย์นั้นง่ายมากสำหรับคนที่ทำงานในโรงพยาบาล)
ยื่นเอกสารเสร็จเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าให้มาอบรมตอนบ่ายสองโมง เลยกลับไปนอนเล่นที่หอแล้วกลับมาอบรม วิดีโอที่ผมได้ดูคงเป็นเวอร์ชันเก่าไม่เหมือนที่คุณ Pawin ดู เวลาหนึ่งชั่วโมงของการอบรมจึงยาวนานมากสำหรับผม และผู้ร่วมชะตากรรมคนอื่น (ต่อใบขับขี่รถส่วนบุคคลเหมือนผม 1 คน ส่วนอีก 4 คนต่อใบขับขี่รถขนส่ง)
พออบรมเสร็จก็ไปทดสอบตาบอดสี ทดสอบความไวในการเบรค ตรวจเรื่องการกะระยะจากสายตา แล้วก็ทดสอบลานสายตา (ขอบคุณข้อมูลจากคุณ Pawin ช่วยผมได้มากเลย) ทดสอบผ่านแล้วก็ไปเสียเงิน 505 บาท ค่าต่อใบขับขี่ กับอีก 100 บาทค่าบัตรสมาร์ทการ์ด สรุปแล้วเสียเวลาไปประมาณ 1 ชั่วโมงกับอีก 15 นาที (ไม่รวมเวลาที่ผมนอนเล่นรออบรม) คิดถูกแล้วที่ไปตอนบ่าย
about 10 months ago - 3 comments
อ่านบล็อกคุณ Pawin เรื่องต่ออายุใบขับขี่จบ ก็หยิบใบขับขี่ตัวเองออกมาดู ปรากฏว่ามันหมดอายุมาเกือบ 4 เดือนแล้ว
เปิดดูกระทู้เรื่อง การต่ออายุใบขับขี่ [pantip] ดูได้ความว่า
สิ้นอายุยังไม่เกิน 1 ปี ไม่ต้องสอบข้อเขียน
ถ้าสิ้นอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่
ถ้าสิ้นอายุเกิน 3 ปี ต้องสอบใหม่ทั้งข้อเขียนและสอบภาคสนาม
สรุปแล้วผมแค่ทดสอบสายตา และทักษะการเบรคเหมือนกับคุณ Pawin ไม่ต้องสอบข้อเขียนกับขับรถใหม่ แต่ต้องเสียวันลา 1 วันอยู่ดี เพราะลาครึ่งวันมันยุ่งยากบวกกับขี้เกียจขับรถไปทำงานแค่ครึ่งวัน เซ็งเลย จะประหยัดวันลาไว้ฮันนีมูนซะหน่อย