Hiranwong
| Print article | This entry was posted by Rachanont on August 24, 2009 at 6:57, and is filed under cool. Follow any responses to this post through RSS 2.0. You can skip to the end and leave a response. Pinging is currently not allowed. |
แล้วไงต่อ
about 1 month ago - 7 comments
คำถามนี้ไม่ได้ถามใครหรอก ถามตัวผมเองนี่แหละ จากเดิมที่คิดว่าคงได้ใช้ชีวิตชิลๆ เป็นเภสัชกรปฏิบัติการ (ก่อนเปลี่ยนมาใช้ระบบแท่ง ถูกเรียกว่าเภสัชกร 3, 4 หรือ 5) ไปอีก 3 ปี แต่ชีวิตคนเรามันไม่มีความแน่นอน หลังจากพี่ๆ รุ่นแรกของหลักสูตร 6 ปีได้ส่งเรื่องไปให้กพ. ตีความเรื่องปริญญาเภสัชศาสตร์ 6 ปีว่าเทียบเท่าปริญญาโทหรือไม่ ในกรณีที่ต้องการทำเรื่องขอเลื่อนตำแหน่งเป็นเภสัชกรชำนาญการ (เภสัชกร 6, 7 เดิม) ซึ่งทางกพ. ก็ตอบกลับมาว่าได้ ทีนี้หละชีวิตชิลๆ ผมหายไป 2 ปีทันตาเพราะเงื่อนไขในการเลื่อนตำแหน่งเดิมต้องครองตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการให้ครบ 6 ปีลดลงเหลือ 4 ปีทันที แล้วผมกำลังจะมีอายุงานครบ 4 ปีในปี 54 ที่จะถึงนี้แล้ว แล้วมันยังไง? คืออย่างนี้ครับอาชีพเภสัชกรโรงพยาบาลของรัฐบาลส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 95 ถ้าไม่ลาออกซะก่อนก็จะเกษียณไปด้วยตำแหน่งเภสัชกรชำนาญการนี่แหละ ส่วนอีก 5% ที่เหลืออาจจะขึ้นไปถึงเภสัชกรชำนาญการพิเศษ (เภสัชกร 8, 9 เดิม) หรือเภสัชกรเชี่ยวชาญ (เภสัชกร 10,
Rule for me 2010/1
about 2 months ago - No comments
ช่วงนี้เริ่มทำอะไรเรื่อยเปื่อยนอก Short list แถมทำไปก็ไม่ได้มีความสุข แค่ทำไปเพราะขี้เกียจ ก็เลยต้องออกกฎมาควบคุมตัวเองซะหน่อย เดี๋ยวเดินไปไม่ถึงจุดหมายซะที กฎก็ง่ายๆ แบ่งกิจกรรมที่จะทำออกเป็น 3 ประเภทเหมือนการแบ่งประเภทอาหารที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทาน แบ่งออกมาได้ตามนี้ กิจกรรมที่ทำได้ไม่จำกัด อ่าน แปล และเขียนหนังสือ เขียนบล็อก สอนหนังสือ ออกกำลังกาย ซ้อมดนตรี ฝึกสมาธิ ท่องเที่ยว และถ่ายรูป กิจกรรมที่ทำได้จำกัด ดูหนัง กับ DVD รวมกันไม่เกินสัปดาห์ละ 4 เรื่อง ดู anime ไม่เกินวันละ 1 ตอน Facebook กับ Google reader ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ดู TV ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง กิจกรรมที่ไม่ควรทำ ขับรถแบบไร้จุดหมาย เล่นเกมส์ เอางาน รพ. มาทำที่บ้าน อะไรที่ไม่อยู่ในกฎก็ยกผลประโยชน์ให้ไปก่อน ช่วงแรกกำหนดให้มี
3 Years
about 2 months ago - 4 comments
จากเดิมที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำงานหนักๆ แบบใช้พลังชีวิตวัยรุ่นเต็มที่ไม่เกิน 3 ปี และประเมินผลงานไปแล้วตอนครึ่งทางรอบนึง ตอนนี้ก็ครบ 3 ปีแล้ว ปรากฎว่าทำได้ตามเป้าหมายตั้งแต่ตอนต้นปีแล้ว คือค่อยๆ ลดชั่วโมงการอยู่เวร โดยเฉพาะเวรดึก เท่าที่มองดูตัวเองอยู่ตอนนี้ก็รู้สึกว่าลงจากยอดดอยของการทำงานมาได้ระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห้นได้ชัดคือ รายได้ที่หายไป แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่เลี้ยงชีวิต และตอบสนองความต้องการของตัวเองได้อยู่ แต่ก็ได้สิ่งที่มีค่าอย่างเวลาคืนกลับมา จากการเป็นเภสัชกรมาสามปี และมีอายุครบ 27 ปีได้ไม่กี่เดือน เลยลองถามตัวเองว่ายังรักอาชีพนี้อยู่มั้ย ก็ยังตอบว่ารักอยู่ แต่คงไม่ทำจนเกษียณ เพราะอาชีพนี้ไม่ใช่อาชีพที่ผมทำแล้วมีความสุขที่สุดเนื่องจาก อาชีพนี้ไม่ใช่อาชีพที่ผมใฝ่ฝันมาตลอดชีวิตการเรียนก่อนอุดมศึกษา เพราะเราพึ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่เดือนก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเอง จากการทำงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมาผมไม่สามารถ ทำให้ตัวเองรักอาชีพเภสัชกรได้มากกว่าตอนเข้าทำงานใหม่เลย ชีวิตผมไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากๆ เพื่อสนองความต้องการไปตลอดชีวิต ตอนนี้ผมเรียนรู้ที่จะอยู่อย่า่งมีความสุข โดยไม่ต้องใช้เงินมากได้ในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้ข้อจำกัดในการประกอบอาชีพลดน้อยลงกว่าเมื่อก่อน (ไม่ต้องหาอาชีพที่ได้เงินเท่ากับหรือมากกว่าอาชีพเภสัชกร) และ ตอนนี้ผมค้นพบอาชีพที่ผมอาจจะทำมันไปจนตายได้แล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ว่ามันเป็นอาชีพที่ผมรักจริงๆ และเลี้ยงชีวิตผมได้ ดูรายได้ตัวเองตอนนี้เทียบกับเมื่อก่อนก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน แต่คิดดูดีๆ ถ้ายังฝืนทำงานหนักต่อไป เงินที่เก็บได้เยอะๆ คงได้เอาไว้ใช้ซ่อมตัวเองตอนอายุมากแน่ ขอเอาพลังวัยรุ่นที่ไม่รู้ยังเหลืออยู่หรือเปล่ามาทำตามฝันดีกว่า แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ยังมีฝันครับ ปล. พี่ที่เคยเขียนถึงตอน half way เขาก็หยุดทำงานหนักพร้อมกันกับผมโดยไม่ได้นัดหมายครับ
My Short list
about 3 months ago - 1 comment
จาก Thriving on LESS #2 เลยลองเขียน Short list ของตัวเองออกมาบ้าง อาจจะคล้ายๆ กับของ Leo แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการทำจริงๆ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เขียนหนังสือหรือบล็อก อ่านหนังสือ ดูแลสุขภาพ ทำเพื่อคนอื่นโดยเฉพาะเด็กๆ พอเอา year goal มาเทียบดูก็โอเคทุกข้ออยู่ใน list หมด ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง goal แต่อย่างใด ใครที่มี short list อยู่แล้วก็เอามาให้ดูกันได้นะครับ อยากเห็นของคนอื่นบ้าง
This year’s goal (2010)
about 6 months ago - 3 comments
หลังจากแต่งงานแล้วชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เป้าหมายระยะยาวก็เลยต้องรีวิวกันใหม่ เพื่อที่เป้าหมายของปีจะได้เป็นไปตามเป้าหมายระยะยาว ก็เลยต้องรอจนเลยปีใหม่มากว่า 10 วันถึงจะกำหนดเป้าหมายได้ ครอบครัวสำหรับสิ่งที่ทำเพื่อภรรยามันเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว จึงไม่ต้องตั้งเป้าหมายแค่ทำให้เป็นแบบนี้ตลอดไปก็ใช้ได้แล้ว ปีนี้จึงย้อนกลับมาที่พ่อ แม่ และพี่น้อง รบกวนท่านน้องมาเฝ้าร้านเพื่อให้พ่อ กับแม่ได้ไปเที่ยว ให้ของขวัญวันเกิดท่านน้อง (น่าจะเป็นปีแรกนะ เพราะจำได้ว่าไม่เคยให้เลย) รวมกันสามพี่น้องกินข้าวด้วยกันสักครั้งนึง (ลำบากท่านน้องอีกแล้ว) สุขภาพปีนี้สุขภาพย่ำแย่ต่อเนื่องมาจากปลายปีที่แล้ว ถ้าทำตามเป้าหมายไม่ได้อายุก็อาจจะสั้นลงไปอีก ควบคุมน้ำหนักไม่ให้น้อยกว่า 60 กิโลกรัมและไม่ให้เกิน 70 กิโลกรัม วิ่งให้ได้อย่างน้อย 20 กิโลเมตรต่อสองสัปดาห์ HbA1C ต้องน้อยกว่า 7 ตลอดไป การเรียนปีนี้เริ่มเรียนใหม่แล้วต้องพยายามจบให้ได้ตามกำหนด สอบให้ผ่านทุกวิชาที่ลงทะเบียนไว้ การงานปีนี้คงโดนตามงานที่ติดค้างหลายๆ คนไว้ใช่น้อย เพราะไม่มีข้ออ้างเรื่องเตรียมงานแต่งงานอีกแล้ว ลดชั่วโมงอยู่เวรให้ได้อย่างน้อย 10% (ณ ต้นปีอยู่เวรประมาณ 140 ชม./เดือน) ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเภสัชอีก 1 เว็บเพื่อใครก็ได้ สอนน้องฝึกงานแบบเป็นเรื่อง เป็นราว ไม่สอนแบบเรื่อยเปื่อยอย่างที่ผ่านมา กลับมาตั้งเป้าหมาย 10 ข้ออีกแล้ว แต่ครั้งนี้จะทำคะแนนเต็มให้ได้
2009 year’s goal
about 7 months ago - No comments
จาก This year’s goal (2009) ความรัก แต่งงาน สุขภาพ ควบคุม BMI ให้อยู่ในช่วง 18 – 23 ออกกำลังกายเป็นประจำ (15 วันต่อเดือน) หลังจากเดือนมกราคมต้องคุม FBS และ HbA1C ให้อยู่ในเป้าหมายตลอด การงาน งานวิจัย 1 เรื่องจะเอาไปนำเสนอในงานประชุมหรือไม่ก็ได้ โปรแกรมสำหรับใช้ในงานเภสัชกรรม 1 โปรแกรม ปีนี้ตั้งไว้ 6 ข้อทำได้ 2 ข้อแต่ข้อ 1 มีคะแนน 5 คะแนนเลยได้คะแนนรวม 6 เต็ม 10 ซะงั้น เอาไว้ปีหน้าตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ ไว้ทำอีกจะได้คะแนนเยอะๆ
Next big goal
about 11 months ago - No comments
อ่านที่คุณขุนอรรถรีวิวหนังสือ “เขาเรียกผมว่า คุณหมอผู้เปลี่ยนโลก” ของนายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะต้องแวะไปที่ร้านหนังสือเพื่อหาซื้อหนังสือเล่มนี้ ซึ่ง B2S ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง วางหนังสือเล่มนี้ไว้แถวสิบอันดับหนังสือขายดี ทำให้หาได้ง่าย หลังจากได้มาก็ใช้เวลาอ่านถึงสองครั้งจึงจบ เป็นเพราะหนังสือคุณนรินทร์ที่ซื้อมาพร้อมกันก็น่าอ่านเลยอ่านสลับไปมา ทำให้ขาดความต่อเนื่องของอารมณ์ไปหน่อยนึง นี่แหละนะผลของการทำ multi task สุดท้ายก็ให้ผลสู้ทำทีละอย่างหรือ single task ไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมก็ห้ามตัวเองไม่ให้ทำ multi task กับสิ่งหนึ่งได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งสิ่งนั่นก็คือ ความรัก กลับมาเรื่องหนังสือต่อ ภาพรวมผมว่าขุนอรรถเขียนได้ชัดเจนแล้ว แต่ที่ผมสนใจคือ โครงการถุงยาง 100% นี่ ทำให้งานของผมยังเป็นงานที่ทำได้โดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าไม่มีโครงการนี้ผมอาจจะถอดใจกับการดูแลการใช้ยาของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีไปแล้ว เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่มากเกินกำลังบุคลากรอันจำกัดจะรับไหว เพราะทุกวันนี้ขนาดมีโครงการแล้วเภสัชกร 2 คนยังมีเวลาให้ผู้ป่วย 200 คน (ทั้งหมดประมาณ 800 คน) แค่ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลย เจ้าหน้าที่ทุกคนก็อยากให้เวลามากกว่านี้เหมือนกันแต่ ภาระงานทุกคนล้นมือหมดแล้ว ก็เลยต้องกัดฟันสู้กันต่อไป รอวันที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลง หรือไม่ก็รอวันที่เจ้าหน้าที่ด้านนี้เพิ่มขึ้น เป็นจริงได้สักอย่างก็ดี อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้ไฟในการที่จะเปลี่ยนบางสิ่งที่หลายๆ คนคิดว่าใหญ่เกินตัว
Health goal in february
about 1 year ago - No comments
เดือนที่ผ่านมาวุ่นวายมากจนลืมสรุปผลงานเลย BMI ลดเหลือ 20.7 แล้วเนื่องจากผลของยาที่ทำให้ความอยากอาหารลดลง แต่จากระดับน้ำตาลที่ดีขึ้นมากทำให้ไม่ต้องใช้ยาตัวนี้แล้ว FBS เหลือแค่ 96 mg/dl ถึงแม้จะลดลงมาแค่ 1 แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีแล้ว ส่วน HbA1C เหลือแค่ 5.9 กลับมาอยู่ในระดับของคนปกติซะที (< 6) ออกกำลังกายทำได้แค่ 8 วันเป็นการเล่น Wii อย่างเดียวจน tennis เทิร์นโปรไปแล้ว แถมได้เหรียญทองของเทนนิสในโหมดฝึกครบสามเหรียญเลย แต่ยังไงก็ถือว่าล้มเหลว ทำให้ผมต้องเพิ่มการออกกำลังกายขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือ burpee โดยตอนนี้ขอกำหนดไว้ก่อนว่าต้องทำอย่างน้อย 5 นาทีถึงจะนับเป็นการออกกำลังกายของวัน
Health goal in january
about 1 year ago - No comments
ผลงานเดือนแรกของปี ผ่านหมดตามนี้ BMI เพิ่มมาอีกหน่อยเป็น 21.7 ยังไม่หลุดเป้าหมาย FBS ตอนแรกว่าจะดูหลังจากเดือนมกราคมไปแล้ว แต่ดันทำได้ดีกว่าที่คิด ได้น้อยกว่า 120 แล้ว (105 mg/dl) ออกกำลังกายได้ 15 วันพอดีแต่ดันเป็นการเล่น Wii ไปซะ 14 วัน เล่น Wii fitness จนได้ดีสุดเท่าอายุจริง (จริงๆ แล้วมันวัดความฟิตไม่ได้หรอก เพราะคะแนนส่วนใหญ่มันมาจากความชินในเกมส์) แต่เล่นไปเล่นมาดันได้อายุ 30 ปิดท้ายเดือน เพราะโชคร้ายเจอกอล์ฟที่ผมไม่ถนัดเลย ปล. Wii fitness เป็นโหมดหนึ่งใน Wii sport ที่ให้เราเล่นเกมส์จากโหมด training 3 เกมส์ เพื่อวัดความสามารถของเราสามด้านตามแผนภูมิในรูป โดยวัดค่าออกมาเป็นอายุ ซึ่งค่าดีที่สุดคือ 20
Plan for health goal
about 1 year ago - No comments
เป้าหมายของปีนี้ที่ต้องตามอยู่ตลอดคือ เป้าหมายด้านสุขภาพซึ่งปีนี้มีอยู่ 3 ข้อ ควบคุม BMI ให้อยู่ในช่วง 18 – 23 : อันนี้ไม่ยากเท่าไหร่ติดตามแค่เดือนละครั้งก็ใช้ได้แล้ว คุม FBS และ HbA1C ให้อยู่ในเป้าหมายตลอด : อันนี้ก็ตามไม่ถี่เท่าไหร่ เท่าที่คุยกับแพทย์ที่ดูแลผมอยู่ ก็ตกลงกันว่าจะวัด FBS ทุกเดือน ส่วน HbA1C ดูแค่ 3 เดือนครั้งพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ (15 วันต่อเดือน) : อันนี้ต้องให้คำจำกัดความของเป้าหมายก่อน ซึ่งผมยังคงใช้วิธีวิ่งต่อเนื่อง 20 – 30 นาทีเหมือนเดิม แต่เพิ่มการออกกำลังกายอีกแบบหนึ่งเอาไว้ทำเวลาที่ลงเวร 2 ทุ่ม หรือ 4 ทุ่มมาซึ่งผมมักจะไปวิ่งต่อไม่ไหว ซึ่งการออกกำลังกายนั้นก็คือ Wii sports ครับ เพราะข้อมูลจาก WiiHealthy พบว่าการออกกำลังกายด้วย Wii เผาผลาญแคลอรีได้ถึง 70% ของการเล่นกีฬานั้นจริงๆ


about 10 months ago
มีแจกป่าวครับ อย่างได้จัง….
about 9 months ago
อีก 32 วัน ดีใจล้วงหน้าด้วยครับ จะได้มีคู่เป็นตัวเป็นตนเสียที ส่วนตัวผมคงอีกนาน แหะๆ
about 9 months ago
เห็นแล้วอิจฉา นิดๆ แฮะ (ทั้งๆที่ยังสนุกกับชีวิตโสด)
ปล. เข้าไปดูอัลบั้มมา รูปมันไกลๆ น่ะครับ เลยเห็นหน้าเจ้าสาวไม่ค่อยชัด อิอิ