about 1 day ago - No comments
เรื่องนี้ไปดูเพราะมันเป็นหนังของ Robert Rodriguez อย่างเดียวเลย เรท 18+ เพราะมันมีทั้งเลือด และนม เรื่องนี้มันขนดาราดังมาเยอะจริงๆ มาร์เชเต้เหมือนจะเก่ง แต่ก็เกือบเสียท่าตั้งหลายครั้ง สู้ซีกัลก็ไม่ได้ ขนาดเป็นตัวโกงยังเก่งและเท่ห์เหมือนเดิม ลินด์ซีย์ โลฮานนี่เน้นโชว์เรือนร่างมากกว่าบู๊ระห้ำแบบคนอื่น มิเชล ร็อดริเกซ นี่ก็เท่ห์ดี ส่วนเชริล ชิน มาแสดงเพื่ออะไรนี่ นึกว่าจะได้บู๊อะไรให้สมศักดิ์ศรีนักสู้จาก DOA ซะอีก สุดท้ายสองพยาบาลชนะเลิศ (Nurse Mona and Nurse Lisa) เซ็กซี่กว่าพวกตัวแสดงนำซะอีก เรื่องนี้สู้กันเลือดสาด แต่กลับไม่แหวะเท่าไหร่ เพราะผู้กำกับใช้วิธีตัดภาพไวๆ ไม่แช่ภาพเอาไว้ ทำให้มันแว็บๆ ตลอดก็เลยลดความสยองลงได้ ไอ้ภาคต่ออีก 2 ภาคนี่มันเรื่องจริง หรือล้อเล่นนี่ สรุปแล้วหนังแบบนี้รอดูดีวีดีที่บ้านก็ไม่เสียหายนะ หวังว่าครั้งต่อไปจะไม่เผลอมาดูหนังแนวนี้ในโรงอีก
about 1 week ago - No comments
เดือนนี้ดูหนังไปหลายเรื่อง แต่ไม่ค่อยได้เขียนถึง จะให้เขียนแยกเป็นเรื่องๆ ก็ขี้เกียจแล้ว เขียนรวมทั้งหมดในเอนทรี่เดียวแล้วกัน กวนมึนโฮ เรื่องราวของคนอกหัก 2 คนที่มาเจอกันในเมืองหนาวๆ บรรยากาศก็เลยชวนให้คิดไปเองว่ารักกัน (หรือเปล่า) จริงๆ แล้วพล็อตของหนังเรื่องนี้ จะเปลี่ยนไปเป็นประเทศอื่นก็ได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นประเทศไทยก็ยังได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน เรื่องนี้ก็ได้ใจผมไปเต็มๆ และประโยคที่ชอบที่สุดคือ “ชอบมื้อนี้” มันบอกถึงการอยู่กับปัจจุบันดี หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว เกิดความคิดอยากไปตามหาคนไม่รู้จักซะงั้น ยิบมัน และยิปมัน 2 หนังเรื่องนี้ดูห่างกันเดือนกว่า และดูจากดีวีดีทั้งสองภาค มวยหย่งชุนในหนังนี่ดูแล้วรู้สึกว่ามันเป็นมวยที่เหมือนไม่มีพลัง เพราะว่าไม่ได้เน้นลีลาเน้นแต่การหวังผลในการป้องกัน และโจมตี ด้วยท่วงท่าธรรมดา นี่ซินะที่เรียกว่า “ปราณ” ภาคแรกนี่ดราม่าจะเยอะไปหน่อย ไม่เหมือนกับภาคสองที่บู๊กันแทบทั้งเรื่อง ฉากที่ชอบมากที่สุดในภาคแรกก็คือ “สิบต่อหนึ่ง” ส่วนภาคสองนี่ชอบ “การประลองกับแชมป์มวยสากล” มันทำให้รู้สึกว่ายิปมันก็เจ็บตัวได้เหมือนกันเพราะการต่อสูแต่ละครั้งนี่แทบจะไม่ฟกช้ำเลย (จริงๆ แล้วก็ชอบฉากโดนรุมในตลาดปลาเหมือนกัน ดูแล้วลุ้นดีว่าจะโดนสักแผลมั้ย) 300 หนังออกมาตั้งหลายปี แล้วพึ่งจะได้ดู ตอนแรกนึกว่าจะเน้นการใช้ค่ายกล กระบวนทัพอะไร สุดท้ายก็สู้กันด้วยความถึก และความกล้าแท้ๆ แต่ก็ชอบภาพและสีของหนังโทนนี้ มันเข้ากับกล้ามเนื้อคนได้ดีจริงๆ 8 ดาบทรมาน 6
about 1 month ago - No comments
หลุดเวรยาว 4 วันติดมาได้ เลยไปดูหนังซะหน่อย แต่ไปช้า 15 นาทีหนังเริ่มไปแล้ว ทำไมมันเริ่มเร็วจังแฮะ ปกติโฆษณาอย่างต่ำก็ 20 นาที หนังเริ่มต้นตอนปี 2000 แต่ฉากที่ถ่ายตึกในนิวยอร์คจากบนฟ้าไม่มีตึก World Trade Center แล้ว (เหตุการณ์ 911 เกิดปี 2001) ถ้า Dave ตอนเด็กได้รู้คำตอบในโน้ตแล้วจะจีบ Becky ถ้าตอบว่า girlfriend หรือ ไม่จีบถ้า Becky ตอบว่า friend เออแฮะจะอยากรู้ไปทำไมในเมื่อคำตอบอะไรก็จะจีบอยู่แล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้ถ้าไม่อยากรู้ก็ไม่มีหนังเรื่องนี้ ฝั่งพระเอกใช้สายฟ้า หรือพลาสมาเป็นหลัก ส่วนฝั่งตัวร้ายใช้ไฟ “You’re a bad liar, Dave. That’s good” – Balthazar Blake เหมือน Percy Jackson & the Olympians: The
about 1 month ago - No comments
ไปดูมาหนึ่งรอบแบบพากย์ไทย ก่อนดูคิดว่าการเข้าไปในฝัน คงเหมือนการเข้าไปในโลกแมทริกซ์ แต่พอดูแล้วมันไม่ใช่ เพราะมันเหนือชั้นกว่านั้นเยอะ Joseph Gordon-Levitt จาก (500) Days of Summe เล่นบท Arthur ได้ดีมาก โดยเฉพาะช่วงไร้แรงดึงดูด 10 วินาที -> 200 วินาที (3 นาทีกว่า) -> 40000 วินาที (66 นาที) “ความคิดก็เหมือนไวรัส แพร่ง่าย และฆ่าให้ตายได้ยาก” “เรามีความฝันจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน” “What’s the most resilient parasite? An Idea. A single idea from the human mind can build cities. An idea can transform the world
about 1 month ago - No comments
หลังจากพลาดการดูในโรงภาพยนต์ ในที่สุดก็ได้ดีวีดีมา เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ Imperial Life in the Emerald City ของ Rajiv Chandrasekaran พาหนะของกองทัพสหรัฐติด GPS กันทุกคัน โปรแกรมที่ใช้คงเป็นของกองทัพเอง (นึกว่าจะใช้ Garmin ซะอีก) Matt Damon แสดงเป็น Chief Warrant Officer Roy Miller ดูแถบที่เสื้อไม่ทัน เลยไม่รู้ว่าเป็น CWO rank ไหน (wikipedia มีข้อมูลเรื่องตำแหน่ง Chief Warrant Officer ละเอียดดี) ที่มาของภารกิจ Jame ใน Hurt locker คือฝ่ายกบฏในอิรัก แต่ที่มาของภารกิจของ Miller คือเรื่องโกหกของผู้มีอำนาจในสหรัฐ Matt ยังไม่เลิกขี้สงสัย ดูแล้วเหมือน Jason Bourne ภาคอิรัก เฟรดดี้ เป็นตัวละครที่สำคัญกับเรื่องนี้มากตั้งแต่ต้นจนจบ
about 2 months ago - No comments
ตอนแรกก็ว่าจะไม่ดูในโรงภาพยนต์ทั้ง the Killer และ Knight and Day แต่ดันมีคนชมหลายๆ คน ก็เลยลองไปดู Tom Cruise เหมาะกับบทสายลับที่รั่วแต่เท่ห์แบบนี้ดี ถ้าเปลี่ยนเป็น Matt Damon หรือ Daniel Craig ไม่รู้ว่าจะเล่นได้ดีเท่าหรือเปล่า แต่ตัวหนังยังมันไม่เท่า The Bourne Identity กับ Quantom of Solace Cameron Diaz นี่แก่ไปแล้วจริงๆ ก็อายุตั้ง 37 แล้วนี่ แต่ Cruise ก็ปาเข้าไป 48 แล้วกลับยังดูหนุ่มอยู่เลย (มีตีนกากันทั้งคู่) Cruise ใช้ iPhone รุ่นตกน้ำไม่พัง รถสองประตูที่ลูกน้องของ Antonio ใช้คือ Smart Roadster ผลิตโดย Mercedes Benz เวลาอยู่ในสถานการณ์อันตรายการเลือกหมดสติเพื่อไม่ต้องรับรู้อะไร อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก “If
about 2 months ago - 2 comments
ตอนแรกว่าจะไม่ดูเหมือนกับ The loser แล้ว แต่เห็นหลายคนยอกว่าดีก็เลยเปลี่ยนใจไปดู มันสุดๆ ทั้งทีม แถมดีกว่า Mission impossible ตรงที่หัวหน้าทีมไม่ได้เด่นคนเดียว ทุกคนสำคัญหมดสมชื่อ A – Team จริงๆ อยากรู้ว่ามันแค่ไหน ก็ไปพิสูจน์เองแล้วกันครับ
about 2 months ago - 2 comments
หนังไทยเรื่องแรกของปีนี้ที่ได้ไปดูที่โรงภาพยนต์ อยากไปคาราวานแบบนี้บ้าง (ไทย – ลาว – เวียดนาม – จีน) แต่คงเมื่อยน่าดูขับรถกันตลอดเลย ตั้ง 4000 กว่ากิโลเมตร ในหนังใช้รถ Suzuki caribian เดินทางกัน 7 คัน แต่ไม่ค่อยไ้ด้ใช้ความเป็นรถออฟโรดซักเท่าไหร่ นอกจากที่ทะเลทราย กับแม่น้ำที่ไม่ต้องลงไปก็ได้ สุนทรีย์ ได้ยินไม่ชัดมากๆ จนน่ารำคาญ ยังดีที่หนังจำลองสิ่งที่สุนทรีย์ได้ยินให้คนดูได้รับรู้ด้วย การมองไม่ชัดของเต๋อที่หนังจำลองมานี่ โดนมาก อยากให้คนตาปกติได้รับรู้ว่า เฮ้ยมันมองไม่ชัดแบบที่เห็นในหนังเลยนะ เวลาไม่มีแว่นนี่ ใครที่คิดจะไปดู Elly Tran Ha อย่างเดียว ดูแค่เบื้องหลังอันนี้ก็น่าจะพอนะ เต๋อ (ยิบโซ รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) อารมณ์ดีตลอด น่ารัก หนังเรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มเล็กแต่ก็ใช้ทุนสร้างไปกว่า 30 ล้านบาท ถ้าใครคิดจะไปดูสถานที่สวยๆ เยอะๆ อาจจะมีผิดหวัง เนื้อเรื่องอาจจะเบาโหวงไปหน่อย แต่ก็ยังพอสัมผัสได้ถึงสิ่งที่หนังต้องการสื่อ สรุปแล้วก็ดูได้เรื่อยๆ คุ้มกับที่ไปดูในโรงครับ
about 2 months ago - 1 comment
ไปดูมาแล้ว ได้โรงใหญ่ซะด้วย แต่คนโหรงเหรง ขนาดวันพุธนะนี่ Jake Gyllenhaal ก็เหมาะกับบทเจ้าชายดัสตันดี (ตอนที่ไปดูจำไม่ไ่ด้ว่าเขาคือ Jack Twist ใน Brokeback Moutain) Tamina (Gemma Arterton) ธรรมดาไปหน่อย ไม่ค่อยเซ็กซี่ ซีจีก็โอเคดีนะ ถึงแม้บางคนจะว่ามันก็อกแก๊ก ก็ทำไงได้ เมืองในทะเลทรายมันก็ต้องออกโทนเหลืองอยู่แล้ว นักปามีดนี่เหมือนจะไม่ค่อยมีบทบาท แต่ดันเป็นตัวสำคัญในช่วงท้าย Hassasin เหมือนกับ Assasin “ดัสตัน” เป็นภาษาเปอร์เซียร์แปลว่า “สองมือ” ตอนปีนกำแพงจะค่อยๆ ยิงธนูเพื่ออะไร ทำไมไม่ยิงไปให้หมดก่อนค่อยปีน “He’ll jump into battle with thousands without thought, but before marriage, he stands speechless” – King Sharaman สรุปแล้วก็ดีในระดับหนึ่ง พอๆ กับ Robinhood
about 2 months ago - 4 comments
หนัง Thriller แบบ Orphan นี่ เหมาะแล้วกับการดูที่บ้าน เรื่องนี้แอบโฆษณา Iphone Classic กับ Macbook Air ด้วย ส่วน Lexus Harrier นี่ไม่รู้แอบโฆษณาด้วยหรือเปล่า แต่ผมชอบ ความเร็วของกระสุนเพนท์บอลประมาณ 90 เมตรต่อวินาที ส่วนปืนจริงความเร็วต่ำสุดก็ 180 เมตรต่อวินาที ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าเอาเพนท์บอลยิงใส่ผิวหนังตรงๆ จะเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็น case study ของโรคบุคลิกผิดปกติ (personality disorder) ได้เลย ภาพวาดกับหมึกล่องหนก็คือตัวแทนของนิสัย Esther (Isabelle Fuhrman) Vera Farmiga ในเรื่อง Up in the air เซ็กซี่แล้ว พอมาดูเรื่องนี้แล้วยิ่งเซ็กซี่ขึ้นไปอีก ช่วงที่ Max ถอดเครื่องประมวลเสียงออก แล้วหนังตัดเสียงออก ทำให้เข้าใจเลยว่าการไม่ได้ยินเป็นอย่างไร สำหรับคนที่ชอบหนังแนว Thriller น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ครับ