Skip to toolbar

Kyoto Marathon 2019

ประสบการณ์การวิ่งมาราธอนที่งาน Kyoto Marathon 2019

ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปวิ่งโอซาก้าก่อน แต่บังเอิญไปเจอโพสของเพจ ThaiRun ว่าเกียวโตมาราธอนเปิดให้สมัครแบบได้เลย 2,400 คนไม่ต้องรอล็อตโต้ ก็เลยมือลั่นสมัครไปเรียบร้อย

พอสมัครได้แล้ว ทีนี้พอผ่านไประยะนึงก็คิดได้ว่าต้องซ้อมด้วย ถึงตอนนั้นก็เหลือเวลาแค่ 12 สัปดาห์ ก็เลยใช้บริการของ strava summit ให้จัดตารางซ้อมให้ เป็นตารางของ McMillan Running ก็ซ้อมไปได้ประมาณ 80% ของตาราง โดยที่มักผิดนัดซ้อมคือวิ่งยาว ซึ่งส่งผลค่อนข้างเยอะในวันวิ่งจริง

พอวันวิ่งจริงอากาศก็หนาวจริงๆ ประมาณ 5 องศา แต่ก็ตัดสินใจใส่แค่ชุดวิ่ง ใส่ถุงมือ กับเสื้อคลุมพลาสติกที่ทางงานแจกให้ ซึ่งก็พอทนได้ตลอดการวิ่ง แต่ก็มีสะดุ้งบ้างช่วงที่มีลมพัดมาแรงๆ กับช่วงที่เจอละอองฝนปรอยๆ

โดยก่อนหน้านี้คิดว่าคนวิ่ง 17,000 คนน่าจะติดตรงจุดปล่อยตัวไม่เกิน 5 นาที ที่ไหนได้ขนาดอยู่บล็อก J ยังใช้เวลาถึง 10 นาทีถึงจะผ่านจุดปล่อยตัว (เวลาตรงนี้สำคัญเพราะทางงานยึดเวลา gun time ในการปิดจุดห้ามวิ่งต่อในแต่ละจุด ไม่ได้ชดเชยการที่เราออกตัวช้าให้)

พอออกตัวได้ ก็ใส่ความเร็วเพซ 6 ก่อนเลย เพื่อให้ทันจุด cut off แรก ก็เลยมีเวลาเหลือประมาณ 10 กว่านาที ได้แวะถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอกองเชียร์เป็นระยะ แต่พอพ้นจุด 18 กิโลเท่านั้นแหละหิวข้าวเลย น่าจะเกิดจากการกินน้อยเกินไป เพราะคิดว่างานจะมีแจกของกินตั้งแต่ช่วง 10 กิโลแรกเหมือนที่บางแสน โชคดีเจอ 7/11 เลยแวะกินขนมกับกาแฟไปซะ 15 นาที

พออิ่มแล้วทีนี้วิ่งสบายเลย แต่ก็ดีใจได้ไม่นาน อาการจุกจากขนมที่กินไปก็มา ทีนี้ความเร็วตกลงมาจนถูก sweeper ไล่ทัน ถึงตอนนี้เริ่มเครียดแล้วเพราะคำนวณเพซกับเวลาที่เหลือนี่คือวิ่งช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว พอถึงจุดตัดตัวที่ 34.9 กิโลก็ใจหายแวบเพราะเห็นเค้ากั้นผ้าและเชิญคนที่วิ่งไม่ทันขึ้นรถบัสแล้ว

ถึงตรงนี้คือคิดอย่างเดียวเราจะวิ่งอีซี่รันเพซ 8.5 ไปจนจบไม่หยุดพักอีกแล้ว ซึ่งเอาจริงๆ หัวใจก็เต้นไปถึงโซน 4 แล้ว มันจึงเป็นการวิ่งเพซอีซี่ที่ทรมานมาก พอพ้นจุด 41 กิโลไปนี่น้ำตาจะไหลเลย เพราะคำนวณเวลาแล้วถึงเดินเพซ 11 ก็ทันเวลา 6 ชั่วโมง แต่เอาจริงๆ ก็เร่งความเร็วอีกครั้งจนได้ถึงเพซ 7 เข้าเส้นชัยได้ New PB 5.54 ชั่วโมงเร็วกว่าที่งาน Bangsaen42 2018 ถึง 30 นาที ได้ขยับตัวเองมาอยู่ในกลุ่ม sub6 แล้ว

🌸🌸🌸 ในส่วนของการจัดงานนั้นถือว่ายอดเยี่ยมมาก ตั้งแต่การรับเบอร์วิ่ง งานเอ็กซ์โป การจัดรถรับส่งมาจุดปล่อยตัว การฝากของ รับของ การแจกน้ำ อาหาร การปิดถนนแบบ 100% แต่ไม่กระทบคนที่เดินข้ามถนน (มีระบบการจัดการจราจรที่นักวิ่งไม่ต้องหยุด แต่ใช้วิธีสลับเลนให้คนเดินข้ามถนน) ห้องน้ำที่มีแทบทุกกิโลเมตร (แต่ควรเข้าหลังผ่านจุดกิโลที่ 21 ไปก่อนคิวจะไม่ยาวมาก) กองเชียร์ และสตาฟที่ส่งเสียงเชียร์ fighto / ganbare / ganbatte ตลอดทาง ช่วงเหนื่อยๆ นี่กองเชียร์ช่วยได้เยอะเลย พอถึงเส้นชัยก็แจกผ้าขนหนู เหรียญ ขนม รับใบ certificate ด้วยความรวดเร็ว เก็บความประทับใจกลับบ้านแบบเต็มๆ 🌸🌸🌸

สรุปแล้วเป็นงานที่แนะนำมากๆ สำหรับใครที่อยากวิ่งต่างประเทศ แต่มีข้อควรระวังอย่างนึงคือ สนามนี้มีเนินกับจุดกลับตัวเยอะมาก ถ้าซ้อมไม่พอ อาจจะเจ็บแทนที่จะประทับใจได้

Facebook Comments

Leave a Reply