เล่าเรื่องหนังสือ ตามรอยลำไส้ (Follow your gut)

หนังสือตามรอยลำไส้ (Follow your gut) โดย รอบ ไคนท์

หนังสือเล่มนี้เป็นภาคขยายจาก TED talk ที่มีชื่อว่า How our microbes make us who we are โดย เนื้อหาหลักจะเป็นการทำให้เราเข้าใจบทบาทของจุลินทรีย์ในร่างกาย

ส่วนที่ชอบคือ ผู้เขียนจะตอบข้อสงสัยด้วยการทำวิจัยซึ่งออกจะดูแปลกๆ แต่ก็ช่วยปูพื้นฐานไปสู่การศึกษาทางคลินิกในอนาคตได้ โดยประเด็นที่ได้จากหนังสือเล่มนี้คือ

– จุลินทรีย์ในร่างกายผู้ใหญ่มีน้ำหนักรวมกันถึง 3 ปอนด์ (ประมาณ 1.4 กิโลกรัม) พอๆ กับน้ำหนักของสมอง ทำให้มันมีบทบาทต่อร่างกายของมนุษย์เยอะมาก และยังใช้เป็นตัวจำแนกได้ว่าเจ้าของจุลินทรีย์เหล่านี้เป็นคนเชื้อชาติอะไร อาศัยอยู่ในพื้นที่ใดของโลก

– มนุษย์เราได้รับจุลินทรีย์มาจากธรรมชาติ คนใกล้ชิด และแม่ของเรา ดังนั้นการคลอดโดยวิธีธรรมชาติ กับการคลอดโดยการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง ทำให้เด็กสองคนอาจมีจุลินทรีย์ในร่างกายต่างกันแบบสุดขั้ว และเด็กที่คลอดโดยการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องอาจไม่ได้รับจุลินทรีย์ดีๆ หลายตัวจากแม่ (ผู้เขียนแก้ปัญหานี้โดยการเอาสารคัดหลั่งในช่องคลอดจากแม่มาป้ายที่ตัวลูกหลังจากคลอด ซึ่งวิธีนี้ยังไม่ได้มีการยอมรับโดยทั่วไป)

– นอกจากโรคในลำไส้แล้ว จุลินทรีย์ยังเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคปลอกประสาทอักเสบชนิดเอ็มเอส (Multiple Sclerosis) โรคออทิซึม และโรคซึมเศร้า
– มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เป็นโรคอ้วนอยู่จริง จากการที่จุลินทรีย์ช่วยเพิ่มการเผาพลาญทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากขึ้น 
– มีโพรไบโอติกที่ช่วยรักษาอาการภูมิแพ้บางชนิด และหอบหืดได้ 
– การใกล้ชิดกับสุนัขตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนถึงขวบปีแรกของลูก ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคภูมิแพ้ได้

– พรีไบโอติก เปรียบเสมือนปุ๋ยที่ทำให้จุลินทรีย์ในร่างกายเราเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ส่วนโพรไบโอติกคือจุลินทรีย์ที่มีผลดีต่อสุขภาพของเราซึ่งอาจจะอยู่ในโยเกิร์ตหรือจำหน่ายในรูปแบบของยา แต่อย่างไรก็ตามโพรไบโอติกยังคงเป็นแค่การรักษาทางเลือก และไม่ถือว่าเป็นยา เป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะยังขาดการศึกษาที่มีความน่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่คำโฆษณา
– การที่คิดว่ากินโพรไบโอติกตัวไหนก็ได้เปรียบเสมือนการหยิบยาอะไรมากินก็ได้เวลาปวดหัว โดยบอกว่ามันก็เป็นยาเหมือนกัน ดังนั้นการเลือกซื้อโพรไบโอติกที่อยู่ในรูปของยาควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อน เพราะการเลือกโพรไบโอติกผิดชนิด อาจไม่ก่อให้เกิดโทษ แต่ก็ทำให้เราไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากมันเลย
– ส่วนการรับโพรไบโอติกด้วยการกินโยเกิร์ตสามารถกินได้ตามปกติ เพราะตัวโยเกิร์ตยังไม่เคยมีรายงานว่าทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงกับร่างกายเราเลย

– การปลูกถ่ายอุจจาระเพื่อรักษาการติดเชื้อในลำไส้ ทำได้สองแบบคือรับประทานอุจจาระของคนสุขภาพดี (ถึงจะเอามาใส่แคปซูล แต่ก็น่าจะทำใจให้กลืนลงไปได้ยากเหมือนกัน) หรือปลูกถ่ายเข้าไปตรงๆ ในลำไส้
– อีกสิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์กับกับสุขภาพของเราเหมือนกันคือ วัคซีนครับ ดังนั้นวัคซีนที่จำเป็นควรได้รับทั้งหมดครับ
– ถ้าเปรียบจุลินทรีย์ในร่างกายของเราเหมือนหญ้าในสนามหญ้า ยาฆ่าเชื้อก็คือยาฆ่าหญ้านี่เอง โดยมันจะฆ่าหญ้าจนหมดสนาม ไม่สนว่าจะเป็นหญ้าดีหรือไม่ดี มีงานวิจัยยืนยันมากมายว่าการได้รับยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นในเด็ก ทำให้เด็กอ้วนขึ้น และเสี่ยงต่อการเป็นโรคแพ้อาหาร ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการเสียจุลินทรีย์ดีๆ ไปเพราะยาฆ่าเชื้อ ดังนั้นเมื่อพาลูกไปพบแพทย์ควรหลีกเลี่ยงการเรียกหายาฆ่าเชื้อ เพราะถ้าจำเป็นจริงๆ แพทย์จะสั่งให้อยู่แล้ว

ผู้เขียนบอกว่าในอนาคต เราอาจตรวจสอบจุลินทรีย์ในร่างกายทุกคนไว้เป็นข้อมูลเวลาใช้ยา หรือกินอาหารว่ามันจะมีผลต่อร่างกายของเราอย่างไร เช่นเดียวกับการตรวจยีนส์เพื่อการเลือกใช้ยาที่มีการทำกันแล้วในปัจจุบัน

แนะนำหนังสือเล่มนี้สำหรับคนที่สนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ คนที่สนใจเรื่องพรีไบโอติก และคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ ครับ

TED talk – How our microbes make us who we are

Facebook Comments

Leave a Reply