ยาแก้พิษจาก Paraquat

คำถาม
antidote ของ Paraquat poisoning คืออะไร

คำตอบ

Paraquat เป็นสารเคมีกำจัดวัชพืชในกลุ่ม dipyridil ซึ่งมีใช้กันอย่างแพร่หลาย ข้อมูลจาก CDC พบว่า ปัจจุบันยังไม่มีการ approved antidote สำหรับ paraquat[1] การรักษาผู้ป่วยที่ได้รับพิษจาก paraquat จึงควรเน้นที่การประคับประคองผู้ป่วย โดยการเฝ้าดูอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดและการให้การรักษาอาการแทรกซ้อน เช่น ตับอักเสบ หรือไตวาย เชื่อกันว่าการให้ oxygen อาจจะทำให้พิษของสาร paraquat เป็นเร็วและมากขึ้น ในผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับ paraquat ทางปาก ควรจะรีบทำ gastric lavage และให้ดินเหนียว Fuller’s earth (60 gm/bottle) 150 gm ผสมน้ำ 1 L ให้ทางปาก หรือให้ 7.5% bentonite 100-150 gm  หรือ  Activated charcoal 100-150 g (2 gm/1kg) และให้ร่วมกับยาระบาย MOM 30 ml ทุก 4-6 ชั่วโมงจนผู้ป่วยถ่ายอุจจาระ

โดยทั่วไปแล้วถือกันว่าขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการรักษาภาวะเป็นพิษนี้ เพราะว่าดินสามารถ inactivate paraquat ได้เป็นอย่างดี การให้ Fuller’s earth โดยเร็วจึงเป็นการลดพิษที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ยังอาจพิจารณาทำการเพิ่มการกำจัดยา paraquat ออกจากร่างกายโดยการทำ hemoperfusion โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับยามาภายในไม่เกิน 3 วัน และอาการไม่เป็นแบบ multiple organ failure ซึ่งมักจะรักษาไม่ได้ผล

การทำ hemoperfusion อาจจะต้องทำซ้ำๆ กันวันละ 1 – 2 ครั้งเป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นแล้วยาจะกระจายเข้าไปในเนื้อเยื่อต่างๆ แม้จะทำ hemoperfusion ก็อาจไม่ได้ผล ผู้ป่วยที่เป็นพิษจาก paraquat แม้จะมีอาการตับวาย ไตวาย ก็อาจจะฟื้นเป็นปกติได้ ดังนั้นการประคับประคองผู้ป่วยจึงมีความสำคัญมาก ผู้ป่วยจะเสียชีวิตจากภาวะการหายใจล้มเหลว เนื่องจากมี pulmonary edema และ necrotizing pneumonitis แม้ว่าอาการตับไตวายจะดี แต่ความเสียหายของปอดเป็นแบบถาวร มี pulmonary fibrosis

ดังนั้นจึงมีความพยายามอย่างมากในการจะป้องกันอาการแทรกซ้อนที่ปอด โดยการให้ยากลุ่ม antiinflamatory เช่น dexamethasone 10 mg IV ทุก 8 ชั่วโมง และยา cytotoxic เช่น cyclophosphamide 5 mg/kg/day   ทางหลอดเลือดดำ แบ่งให้ทุก 8 ชั่วโมง ผลการรักษาอาจจะดี แต่ยังไม่มี controlled trial พิสูจน์อย่างชัดเจน

นอกจากนี้มีรายงานว่าการฉายแสงที่ปอด (lung radiation) โดยใช้รังสีขนาดต่ำ อาจจะยับยั้งการเจริญของ fibroblast ทำให้ fibrosis น้อยลง แต่การทดลองในหนูพบว่าไม่ช่วยให้รอดชีวิตมากขึ้น จากการที่ paraquat ออกฤทธิ์โดยแบบ oxidant จึงมีความพยายามใช้สาร anti-oxidants ทั้งหลายมาใช้ในการรักษาเช่น vitamin C, vitamin E, niacine, N-acetylcysteine แต่พบว่าได้ผลน้อย[1],[2]

ในปัจจุบันทางศูนย์พิษวิทยาฯ แนะนำ regimen ที่ใช้การรักษาพิษจากพาราควอทดังนี้

  • Cyclophosphamide 5 mg/kg/day  ทางหลอดเลือดดำ แบ่งให้ทุก 8 ชั่วโมง
  • Dexamethasone 10 mg IV ทุก 8 ชั่วโมง
  • Vitamin C (500 mg/amp) 6 gm/day  ทางหลอดเลือดดำ
  • Vitamin E (400 IU/tab) 2 tabs วันละ 4 ครั้ง

เอกสารอ้างอิง :

  1. CDC Facts about Paraquat. (2017). Emergency.cdc.gov. Retrieved 9 November 2017, from https://emergency.cdc.gov/agent/paraquat/basics/facts.asp
  2. ภาวะเป็นพิษจาก paraquat. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. (2017). Med.mahidol.ac.th. Retrieved 9 November 2017, from https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/pois-cov/PQ

หัวข้อสืบค้น(keywords) paraquat, antidote

Facebook Comments

Leave a Reply