ผู้ที่เคยได้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกคนสามารถทำตามแนวทางดังนี้ได้หรือไม่

คำถาม 

    1. ผู้ที่เคยได้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกคนสามารถทำตามแนวทางดังนี้ได้หรือไม่ ” ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนมาแล้วไม่ต้องฉีดERIG/HRIG โดยตัดที่ 6 เดือน ถ้าไม่เกิน 6 เดือนหลังฉีดครบ ให้กระตุ้น booster 1 เข็ม ถ้าเกิน 6 เดือนจะฉีดกระตุ้น 2 เข็ม”

     2. เมื่อสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า ภูมิคุ้มกันจะอยู่ตลอดไปหรือไม่

คำตอบ

                อิมมูโนโกลบุลินเป็นโปรตีนในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถผลิตได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ม้า (Equine Rabies Immunoglobulin; ERIG) หรือคน (Human Rabies Immunoglobulin; HRIG) และฉีดกระตุ้นจนกระทั่งมีแอนติบอดีอยู่ในระดับสูงพอ จึงเจาะเลือดมาแยกซีรั่มผลิตเป็นอิมมูโนโกลบุลินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งอิมมูโนโกลบุลินที่ได้จากม้าจะมีโอกาสทำให้เกิดอาการแพ้ได้มากกว่าอิมมูโนโกลบุลินที่ได้จากคน

       ผู้ป่วยเคยได้รับ Post-exposure rabies vaccination ด้วยวัคซีนเซลล์เพาะเลี้ยงหรือไข่เป็ดฟักบริสุทธิ์มาก่อนอย่างน้อย 3 ครั้ง (วันที่ 0, 3, 7) หรือ Complete pre-exposure rabies vaccination หรือ ผู้ที่เคยตรวจพบว่ามี rabies Nab titer มากกว่า 0.5 IU/มล. เมื่อมีการสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า และจำเป็นต้องได้รับการรักษา เช่น บาดแผลเป็น WHO category II ให้การรักษาด้วย Rabies vaccine (ใช้สูตร ESSEN,TRC-ID) หรือ III ให้การรักษาด้วย Rabies vaccine (ใช้สูตร ESSEN, TRC-ID) ร่วมกับการให้ Rabies immunoglobulin (ERIG หรือ HRIG) สามารถให้การรักษาได้โดยการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น(โดยไม่ต้องให้ Rabies immunoglobulin) โดย 

    1 ในกรณีที่ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายมาน้อยกว่า 6 เดือน ให้ฉีดเข็มกระตุ้นโดยฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน (IM) 1 เข็ม หรือฉีดวัคซีนเข้าในหนังบริเวณต้นแขน (ID) 0.1 มล.1 จุด วันที่ 0

      2. ในกรณีที่ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายมานานกว่า 6 เดือน (โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วย ได้รับมานานเท่าใดก็ตาม) ให้ฉีดเข็มกระตุ้นโดย 

       – ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน (IM) 1 เข็ม วันที่ 0 และ 3 หรือ ฉีดวัคซีนเข้าในหนังบริเวณต้นแขน (ID) 0.1 มล. 1 จุด วันที่ 0 และ 3

         – ฉีดวัคซีนเข้าในหนังบริเวณต้นแขนและต้นขาหรือสะบักหลัง (ID) 0.1 มล. 4 จุด วันที่ 0 (ต้นแขน 2 ข้าง และด้านหน้าต้นขาหรือสะบักหลัง 2 ข้าง)

  1. ในกรณีที่ผู้ป่วยมีการสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าอีกในขณะที่กำลังได้รับการฉีด Rabies post-exposure prophylaxis อยู่ไม่จำเป็นต้องได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นเพราะพบว่าขณะนั้นผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันเพียงพอในการป้องกันโรคอยู่แล้ว
  2. ผู้ป่วยเคยได้รับวัคซีนชนิดทำจากสมองสัตว์ (Sample หรือ suckling mouse brain) ในอดีต ให้ถือเสมือนผู้ป่วยไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาก่อน ดังนั้นต้องให้การรักษาใหม่ทั้งหมด
  3.  ในกรณีที่สัมผัสสัตว์มาแล้วมากกว่า 14 วันจนถึงวันที่มาพบแพทย์และสัตว์ยังปกติดี ไม่ต้องให้การรักษา (อาจพิจารณาให้วัคซีนแบบ Pre-exposure prophylaxis)(1)

       จากการศึกษาแบบ Prospective study ปีค.ศ. 2006 ในคนไทยจำนวน118 รายเพื่อดูการคงอยู่ของ Neutralizing antibody หรือระดับภูมิคุมกันที่เกิดหลังจากการได้รับวัคซีน ในผู้ที่มีการสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าซึ่งเคยได้รับวัคซีนชนิดป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าก่อนสัมผัสโรค (Pre-exposure prophylaxis vaccination) และป้องกันหลังสัมผัสโรค (Post-exposure prophylaxis vaccination) โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่มคือ

– กลุ่ม 1a (23 ราย) : เคยได้รับวัคซีน Pre-exposure prophylaxis vaccination มาในระยะเวลา 5 – 10 ปีก่อน

– กลุ่ม 1b (42 ราย) : เคยได้รับวัคซีน Post-exposure prophylaxis vaccination มาในระยะเวลา 5 – 10 ปีก่อน

– กลุ่ม 2a (15 ราย) : เคยได้รับวัคซีน Pre-exposure prophylaxis vaccination มาในระยะเวลา 10 – 21 ปีก่อน

– กลุ่ม 2b (38 ราย) : เคยได้รับวัคซีน Post-exposure prophylaxis vaccination มาในระยะเวลา 10 – 20 ปีก่อน

       ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยทุกรายยกเว้น 1 รายซึ่งเป็นผู้สัมผัสโรคที่อยู่ในกลุ่ม Post-exposure prophylaxis vaccination มาในระยะเวลา 10 ปีก่อน สามารถตรวจพบระดับ neutralizing antibody ที่ > 0.5 IU/mL ซึ่งเป็น cut point ที่แนะนำให้ต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันใหม่ จากการศึกษานี้จึงช่วยสนับสนุนข้อมูลจาก WHO ที่ระบุว่าหลังการฉีดวัคซีนครบจะคงมีระดับ Antibody อยู่ได้ยาวนาน ซึ่งจากการศึกษานี้ระดับ Neutralizing antibody ที่คงอยู่ยาวนานที่สุดคือจากวัคซีนชนิด PVRV นาน 20 ปีและชนิด HDCV นาน 21 ปี

ดังนั้นพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนครบ 3 เข็มหรือ 5 เข็มจะมีภูมิคุ้มกันได้ยาวนานมากกว่า 10 – 20 ปี หลังจากฉีด(2)


เอกสารอ้างอิง :

  1. สถานเสาวภา สภากาชาดไทย แนวทางการให้การดูแลรักษาผู้ปุวยสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า (พ.ศ. 2559) (QSMI Guideline for Post-Exposure Rabies Treatment)[อินเทอร์เน็ต].กรุงเทพฯ: สถานเสาวภา สภากาชาดไทย; 2549 เข้าถึงได้จากhttp://saovabha.redcross.or.th/download /2559/thailand%20Rabies-Free/QsmiGuidline2016.pdf [เข้าถึงเมื่อ 9 มี.ค. 2561].
  2. Suwansrinon K, Wilde H, Benjavongkulchai M, Banjongkasaena U, Lertjarutorn S, Boonchang S, Suttisri R, Khowplod P, Daviratanasilpa S, Sitprija V. Survival of neutralizing antibody in previously rabies vaccinated subjects: a prospective study showing long lasting immunity. Vaccine. 2006 May 1;24(18):3878-80.

หัวข้อสืบค้น(keywords):  วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

Facebook Comments

Leave a Reply