ลำดับการใช้ยาหยอดตา

คำถาม

ในกรณีผู้ป่วยต้องใช้ยาหยอดตาหลายๆ ตัว เช่น ได้ยาขยายม่านตา ยาฆ่าเชื้อ และน้ำตาเทียม ลำดับในการหยอดตาที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ควรหยอดตัวไหนก่อนหลัง เพราะอะไร

คำตอบ

ลำดับการใช้ยาหยอดตา

จากตารางแสดงให้เห็นว่าลำดับการบริหารยาตานั้นจะเริ่มจาก A B C D ตามลำดับ
A คือ ลำดับที่ 1 ได้แก่ Local anaesthetics, Miotics, Mydriatics and cycloplegics
B คือ ลำดับที่ 2 ได้แก่ Sympathomimetics, Tear deficiency products
C คือ ลำดับที่ 3 ได้แก่ Non-steroidal preparations, Steroids
D คือ ลำดับที่ 4 ได้แก่ Antibiotics, Antifungals, Anti-inflammatory, Beta-blockers, Carbonic anhydrase inhibitors, Prostaglandin analogues, Ointments

นอกจากนี้ลำดับการใช้ยาตา ยังขึ้นอยู่กับการดูดซึมยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัย ดังนี้
1. รูปแบบผลิตภัณฑ์ของยาตา(Dosage form)
2. ค่าความเป็นกรดด่าง(pH) ของยาตา


1. รูปแบบเภสัชภัณฑ์ของยาตา(Dosage form)
ยาตามีทั้งที่เป็นเภสัชภัณฑ์รูปแบบของเหลว (Liquid dosage form) ได้แก่ ยาหยอดตา (Eye drops) ซึ่งมีทั้งชนิดยาน้ำใส (Solutions) และยาน้ำแขวนตะกอน (มีลักษณะคล้ายน้ำนม) และเภสัชภัณฑ์รูปแบบยากึ่งแข็ง (Semi-solid dosage form) ได้แก่ ยาขี้ผึ้งป้ายตา (Eye ointment) กรณีที่ต้องใช้ยาหยอดตา 2 ตัวขึ้นไป ควรเว้นระยะห่างในการหยอดยาแต่ละตัว ประมาณ 5-10 นาที จึงหยอดยาตัวต่อไป เนื่องจากอัตราการไหลเวียนของเหลวภายในตา (Turnover rate fluid) มีค่าเท่ากับร้อยละ 16 ต่อนาที หลังจากหยอดตาไป 4 นาทีจะเหลือยาประมาณร้อยละ 50 และหลังจากหยอดตาไป 10 นาที จะเหลือยาประมาณร้อยละ 17
เพราะหากหยอดยา 2 ชนิดในเวลาใกล้กันเกินไป หรือเว้นระยะห่างในการหยอดยาแต่ละตัวน้อยกว่า 5 นาที ยาชนิดที่ 2 จะไปทำให้ความเข้มข้นของยาชนิดแรกลดลง จนอาจทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่หรือจะทำให้ฤทธิ์ของยาเจือจางกรณีที่ต้องใช้ยาป้ายตา 2 ตัวขึ้นไป

ควรเว้นระยะห่างในการป้ายแต่ละตัวประมาณ 10 นาทีกรณีต้องใช้ยาตาทั้ง 2 รูปแบบร่วมกันหรือตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป ให้หยอดตาก่อนป้ายตา โดยใช้ยาตามลำดับ ดังนี้ลำดับที่ 1 – ยาหยอดตาที่มีลักษณะน้ำใสลำดับที่ 2 – ยาหยอดตาที่แขวนตะกอน (มีลักษณะคล้ายน้ำนม)ลำดับที่ 3 – ยาป้ายตาที่มีเนื้อครีมใสลำดับที่ 4 – ยาป้ายตาที่มีเนื้อครีมเหนียวโดยเว้นระยะห่างกัน 10 นาที มิฉะนั้นยาอาจไปทําลายฤทธิ์กันเอง หรือเจือจางซึ่งกันและกัน เนื่องจากยาหยอดตาจะดูดซึมได้ดีกว่ายาป้ายตา

2. ค่าความเป็นกรดด่าง(pH) ของยาตา
ควรหยอดยาทีมีค่า pH สูงกว่าก่อน เนื่องจากยาที่มีค่า pH สูงกว่า จะเข้าตาหรือดูดซึมได้ดีกว่ายาที่มี pH ต่ำกว่า เช่น การให้ยา timolol (pH = 6.8) ก่อนยา pilocarpine (pH = 5) เป็นต้น 
นอกจากนี้กรณีที่ใช้ยาตาที่เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Fluoroquinolones (Ciprofloxacin, Lomefloxacin) หากใช้ร่วมกับยาตาที่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก ควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 15 นาที เนื่องจากยาตกตะกอนได้
หรือในกรณีถ้าต้องใช้น้ำตาเทียมร่วมกับยาหยอดตาอื่นๆ เช่น ยารักษาต้อหิน ยารักษาโรคภูมิแพ้เยื่อบุตา ยาแก้อักเสบ ฯลฯ ควรเลือกใช้น้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสีย เพราะจะได้ไม่เพิ่มสารกันเสียที่จะทำอันตรายต่อผิวตา และควรหยอดห่างจากยาชนิดอื่นอย่างน้อย 5 นาที อาจจะก่อนหรือหลังยาชนิดอื่นก็ได้ ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับรูปแบบของน้ำตาเทียม 

โดยสรุปคือ ในกรณีผู้ป่วยต้องใช้ยาหยอดตาหลายๆ ตัว เช่น ยาขยายม่านตา ยาฆ่าเชื้อ และน้ำตาเทียม ลำดับยาที่ควรเป็นคือ ให้ยาขยายม่านตา น้ำตาเทียม และยาฆ่าเชื้อ ตามลำดับ โดยให้ใช้ยาแต่ละตัวควรห่างกัน 5-10 นาที
ทั้งนี้ ควรพิจารณารูปแบบเภสัชภัณฑ์ของยาและค่า pH ของยาร่วมด้วย โดยใช้ยาหยอดตาที่มีลักษณะน้ำใส ก่อนยาหยอดตาที่แขวนตะกอน (มีลักษณะคล้ายน้ำนม) และยาที่มีค่า pH สูงกว่าก่อน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของยาแต่ละชนิด

เอกสารอ้างอิง

  1. Mary S. How to administer eye drops and ointments. Nursing times [serial online]. 2014 Sep;110: 40, 16-18. Available at: https://www.nursingtimes.net/Journals/2014/09/26/c/d/p/011014-How-to-administer-eye-drops-and-ointments.pdf. Accessed May 29, 2018.
  2. คณะทำงานพัฒนามาตรฐานทักษะวิชาชีพด้านการเตรียมยา. คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สภาเภสัชกรรม. นนทบุรี : สภาเภสัชกรรม, 2554. หน้า 88-89.
  3. ธิดารัตน์ ลีอังกูรเสถียร. คำถามน่ารู้เรื่องต้อหิน. 2012. Available at: http://www.med.cmu.ac.th/dept/eye/2012/index.php?option=com_content&view=category&layout=blog&id=17&Itemid=394&limitstart=18. Accesses May 28, 2018.
  4. ธีระพงษ์ ศรีศิลป์. Short note pharmacotherapy โรคในร้านยา. พิมครั้งที่ 1. ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา; 2560. หน้า 13.
  5. โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน. การหยอดตาและการป้ายตา. 2560. Available at: http://www.rutnin.com/th/eye_knowledge/detail.22.2.html. Accesses May 28, 2018
  6. ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย The Royal College of Ophthalmologists of Thailand. วิธีหยอดตาที่ถูกต้อง. 2014: Available at: http://www.rcopt.org/. Accessed May 28, 2018.
  7. โรงพยาบาลราชวิถี. ใช้ยาหยอดตาอย่างไรให้ปลอดภัย. 2017. Available at: http://www.rajavithi.go.th/rj/?p=3776. accessed May 28, 2018.
  8. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. โรคทางตา หู คอ จมูก และยาใช้เฉพาะที่ ตา หู คอ จมูก. 2007. Available at: https://pharm.kku.ac.th/thaiv/pharmpractice/eent/lesson/eyes/eyes-doc.pdf. Accessed May 28, 2018.

Facebook Comments

Leave a Reply