สอบเป็นตัวแทนประกันชีวิต

เนื่องจาก ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือหนึ่งในการวางแผนการเงิน ดังนั้นการมีใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตจะทำให้นักวางแผนการเงินอำนวยความสะดวกให้ผู้รับบริการได้ แต่ถึงไม่มีก็ยังวางแผนการเงินได้อยู่ เพียงแต่ผู้รับบริการต้องไปติดต่อตัวแทนเพื่อขอซื้อประกันชีวิตเอง

และนอกจากนี้การจะขึ้นทะเบียนเป็น CFP ได้ต้องมีอายุงานที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงิน 3 ปี ดังนั้นการเป็นตัวแทนประกันชีวิตจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานประจำด้านนี้อย่างผม

ในส่วนของขั้นตอนต่างๆ สามารถติดต่อบริษัทที่เราต้องการไปเป็นตัวแทนได้เลย ซึ่งหาได้ไม่ยาก แต่ถ้าใครหาไม่ได้ก็ติดต่อผมได้ที่ lastelixer@gmail.com ซึ่งขั้นตอนอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท แต่ที่สำคัญคือทุกคนต้องมาสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตก่อนออกรหัสตัวแทนของบริษัท

โดยตารางอบรมสามารถดูได้จากที่เว็บไซต์สมาคมประกันชีวิตไทย เพื่อสมัครเอง หรือให้ทางบริษัทสมัครให้ก็ได้ โดยหลังจากสมัครแล้วทางสมาคมจะแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าอบรมและลำดับที่ในการสอบให้เราเช็ค 1 – 2 วันก่อนอบรม

พอถึงวันอบรมเราก็เดินทางไปที่สมาคมเพื่อรายงานตัวก่อน 8.30 น. (ไปสายกว่านี้อาจตามเนื้อหาไม่ทัน) โดยการเดินทาง ถ้าเอารถไปเองต้องไปแต่เช้าก่อนที่จอดรถจะเต็ม (จอดรถฟรี) แต่ถ้าไปรถไฟฟ้า ก็ไปลงที่ MRT ลุมพินี แล้วเดินประมาณ 500 เมตรก็ถึงแล้ว

ห้องอบรมจะอยู่ที่ชั้น 7 การอบรมจะเริ่มตั้งแต่ 8.30 จนถึง 16.45 น. โดยมีอาจารย์ผู้สอนท่านเดียว อาจารย์จะสอนเนื้อหาที่สรุปมาจาก คู่มือหลักสูตรขอรับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต อีกที ซึ่งมีชีทแจกพร้อมกับตัวอย่างข้อสอบอีก 110 ข้อให้ลองทำก่อนสอบจริงตอนหลังเลิกเรียน

ข้อสอบจะมีอยู่ 50 ข้อแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วน อาจารย์ก็จะสอนเจาะไปตรงที่จะออกข้อสอบ หลังจบแต่ละส่วนก็จะให้ลองทำข้อสอบและเฉลยเพื่อคิดคะแนนดูว่าตกในส่วนไหน จะได้อ่านเพิ่มในส่วนนั้นไป

พอถึงเวลา 16.45 น. จบการอบรมจะมีใบประกาศว่าผ่านการอบรมแจก จากนั้นก็ลงไปที่ชั้น 3 เพื่อเข้าห้องสอบ โดยการสอบจะเป็นการสอบบนคอมพิวเตอร์ แบบ 4 ตัวเลือก มีเครื่องคิดเลขให้ในตัวโปรแกรมที่ใช้สอบ มีกระดาษสำหรับจดคะแนน ซึ่งใช้เป็นกระดาษทดได้

ข้อสอบ 50 ข้อ มีเวลาให้ 2 ชั่วโมง โดยเกณฑ์ผ่านจะแยกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 จรรยาบรรณ 10 ข้อ ต้องตอบถูกอย่างน้อย 7 ข้อ หรือ 14 คะแนนจึงจะผ่าน
ส่วนที่ 2 แบ่งเป็น 3 หมวด รวม 40 ข้อ  ต้องตอบถูกรวมกันอย่างน้อย 24 ข้อ หรือ 48 คะแนนจึงจะผ่าน ซึ่งต้องผ่านทั้ง 2 ส่วนจึงจะถือว่าผ่านการสอบ

ผมก็ทำเหมือนเดิมคือทำเสร็จแล้วนับข้อไม่มั่นใจ ถ้านับแล้วผ่านก็กดส่งเลย ผลก็ออกมาว่า “ผ่าน” โดยครั้งนี้ใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมง ออกมาเป็นคนแรกของห้อง

จากนี้ก็ต้องไปอบรมในส่วนของบริษัทอีก ก่อนจะที่จะได้เป็นตัวแทนจริงๆ

Facebook Comments
Series Navigation<< ขึ้นทะเบียนเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารทั่วไปสอบ P2 ตราสารที่มีความซับซ้อน (ตราสารหนี้และกองทุนรวม) >>

Leave a Reply