Skip to toolbar

สรุปชีวิตในปี 2019

1. ลาออกจากการเป็นเภสัชกรโรงพยาบาลมา 1 ปีเต็ม ชีวิตเปลี่ยนไปมากเหมือนกัน จากเดิมที่ต้องรีบตื่น รีบขับรถไปทำงาน ก่อนที่รถจะติด ต้องรีบหาอะไรกินก่อนไปจ่ายยาในวันที่มีคลินิก กลายเป็นตื่นมาเปิดร้านทำนู่น ทำนี่แบบช้าๆ แทน

2. เคยตอบคำถามเรื่องเหตุผลในการลาออกไปกับหลายๆ คน ถ้าบางคนคุยกันเรื่องนี้อาจจะรู้ว่าแต่ละคนได้คำตอบไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะอิ่มตัวในการทำงานรพ.แล้ว ความรู้สึก challenge หายไป เบื่อการติดต่อคนเยอะๆ จนพลังหมด (introvert problem) การอยากหาอะไรนอกสายงานเภสัชทำ ฯลฯ ซึ่งมันก็ใช่ทั้งหมดแหละ และมันนำไปสู่เหตุผลหลักคือ ลาออกเพราะต้องการเวลาเพื่อมาอ่านหนังสือสอบและดูแลสุขภาพ

3. แต่ถึงมีเวลาเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นทันทีนะ เพราะหลังจากลาออกมาก็ต้องปรับตัวให้ชินกับชีวิตการทำงานร้านยาเต็มตัว กว่าจะได้ตารางการอ่านหนังสือที่ลงตัวก็ลองผิดลองถูกมาอยู่หลายเดือน

4. ด้วยความที่ตารางยังไม่ลงตัว การสอบวิแพ่งจึงขาดคะแนนไปอีก 3 คะแนน เลยสอบไม่ผ่านเป็นครั้งที่ 2 แต่นั่นก็เป็นความผิดหวังในการสอบเพียงครั้งเดียวของปีนี้ เลยให้กำลังใจตัวเองว่า สิ่งที่อยากได้ ถ้าพยายามมากพอสุดท้ายมันย่อมได้มา อาจจะช้ากว่าที่คิดไว้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องได้ มันก็ต้องได้

5. ในส่วนของร้านก็พยายามใช้วิชาชีพช่วยเหลือคนไข้อย่างเต็มที่ ปฏิเสธการจ่ายยาในเคสที่ไม่ควรได้ยาเป็นเรื่องปกติ เป็นที่ปรึกษาเรื่องสุขภาพให้กับคนในชุมชน แม้บางวันจะเหนื่อยจากการรับฟังปัญหาต่างๆ แต่ก็พยายาม release ออกไปให้ได้ เพื่อที่ตื่นเช้ามาจะได้พร้อมรับมือกับเรื่องต่างๆ

6. สุขภาพเป็นเรื่องที่ใส่ใจมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใกล้จะถึงหลักสี่แล้ว ยิ่งต้องดูแลให้ดี พยายามนอนให้พอ ซึ่งที่ผ่านมาก็นอนได้เฉลี่ยคืนละ 7 ชั่วโมง ทำให้อ่านหนังสือได้เข้าใจดีกว่าเมื่อก่อนที่นอนแค่คืนละ 5 – 6 ชั่วโมง ส่วนการวิ่งก็วิ่งได้ตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งมันก็ย้อนกลับมาช่วยเรื่องการอ่านหนังสือเหมือนกัน ทำให้การอ่านหนังสือ ห้าถึงหกพันหน้าต่อเดือนไม่ได้เป็นเรื่องยากลำบากมากนัก

7. แต่สิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีก็คือการควบคุมอาหาร ถึงแม้จะกินกาแฟดำเป็นหลักได้แล้ว แต่ก็ยังกินอย่างอื่นเยอะอยู่ดี ปีหน้าเลยตั้งใจที่จะนับแคลอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว

8. ข้อเสียของการทำตามเป้าหมายใหญ่ๆ คือ การดึงเวลาจากเรื่องอื่นไป และหนึ่งในนั้นคือเวลาสำหรับครอบครัว จึงพยายามทำหน้าที่ของตนเอง คอยเป็น supporter ที่ดี ปีนี้ได้ไปเที่ยวเกียวโต-โอซาก้าแล้ว ปีหน้าเปลี่ยนจากเที่ยวเป็นมีลูกน่ารักๆ แล้วกัน

9. หลังจากอ่านเรื่อง ปาฏิหาริย์ร้านชําของคุณนามิยะ กับ Into the Magic Shop แล้ว เลยได้ปรับความคิดเรื่องการทำเพื่อคนอื่น ว่ามันเป็นหนึ่งในแรงผลักดันเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแรงผลักนี้เพียงแรงเดียว ในหลายๆ เรื่อง แรงผลักอื่นอาจจะเหมาะสมกว่า

10. การดูหนังและซีรี่ส์เปลี่ยนไปจากเดิมที่พยายามไล่ตามดูทุกเรื่องที่เค้าบอกว่าดีกัน เปลี่ยนเป็นการดูไปเรื่อยๆ สลับไปมา ไม่ต้องเร่งดูให้จบ ตอนนี้เลยมีเรื่องที่ดูค้างไว้เป็น 10 เรื่องเลย

11. เกมส์ที่เล่นปีนี้มีเพียงเกมส์เดียวคือ Into the Breach ซึ่งสนุกมากติดไปพักนึงเลย

12. งานโปรแกรมเมอร์ปีนี้มีตามเก็บงานเล็กน้อยตอนต้นปี จากนั้นก็ไม่ได้เขียนคำสั่ง SQL อีกเลย ยังดีได้เขียน excel คำนวณระดับยานิดหน่อยตอนปลายปี

13. แม้ความเป็นคน introvert จะทำให้ใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมาก แต่ก็ยังคิดถึงพี่ๆ น้องๆ ที่รพ.อยู่ แต่เวลาผ่านไปก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เลือกเอง เพื่อ trade off กับการทำตามเป้าหมาย ก็เลยต้อง move on เพื่อไปต่อ

สุดท้ายนี้ขอให้ปีหน้าเป็นปีที่ดีของทุกคน สุขสันต์วันปีใหม่ครับ

Facebook Comments
Series Navigation<< 11 Years20 ปีที่ผ่านมา >>

Leave a Reply