Skip to toolbar

20 ปีที่ผ่านมา

This entry is part 15 of 15 in the series Life log
assorted-title book lot

สรุปรายปีก็ทำอยู่แล้ว ลองสรุป 20 ปี ดูบ้าง

ปี 43 ตอนนั้นเรียนมัธยมปีสุดท้ายแล้ว หลังจากสอบเข้าคณะเภสัชได้ ครึ่งปีหลังก็สบายเลย หนังสือไม่ต้องอ่าน เล่นแต่เกมส์

พอถึงตอนเข้ามหาวิทยาลัยก็เกิดการต้องปรับตัวแบบมากๆ ซึ่งก็ใช้เวลาปรับตัวอยู่หลายปี กลายเป็นช่วงที่ชีวิตสูญหายไปถึง 4 ปี กว่าจะเริ่มคิดถึงเป้าหมายการเรียน งานที่อยากทำได้ก็ตอนฝึกงานปี 4 แล้ว แต่ก็ทำให้การเรียนและฝึกงานปี 5 ปี 6 เป็นเรื่องที่อยู่ในความทรงจำมากที่สุด

พอเรียนจบได้เริ่มทำงานโรงพยาบาลตามที่ตั้งใจไว้ ก็ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่าง พร้อมกับมุ่งหาเงินแบบอดหลับอดนอน ได้วางระบบงานที่ทุกวันนี้ก็ยังใช้กันอยู่ ทำอย่างนี้อยู่ 4 ปี ก็ต้องเริ่มขยับมาทำงานบริหาร ทำให้เกิดบางอย่างขึ้นในจิตใจ

สิ่งนั้นคือความรู้สึกไม่สนุก เพราะงานบริหารเป็นสิ่งที่ไม่ชอบตั้งแต่ตอนเรียน ทำๆ ไปก็เลยเบื่อ จนต้องหาอย่างอื่นมาจุดไฟตัวเองนั่นคือ การทำวิจัย จากตอนแรกต้องการทำเพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่ทำไปทำมา กลายเป็นความสนุกๆ ที่ได้ลุ้นว่าส่งไปจะผ่านมั้ย

แต่พอเวลาผ่านไป งานบริหารก็มากขึ้นเรื่อยๆ งานเดิมที่เคยทำก็ยังทำอยู่ ไม่ค่อยได้กระจายออกไป ไม่สมดุลกับงานที่รับเข้ามา ตอนนั้นก็เลย burn out เป็นช่วงๆ จนคิดเรื่องลาออกแบบจริงจัง ได้ลองคิดตัวเลือก ว่าจะลาออกไปทำอะไรได้บ้าง แต่สุดท้ายก็ได้แค่คิด

ถึงปี 56 ได้มาลองเป็นเภสัชกรร้านยาช่วงนอกเวลางาน ได้ห่างจากความเครียดเวลาอยู่เวร ก็เลยลดความเบื่อของการทำงานโรงพยาบาลได้ระดับนึง ในขณะที่งานในมือก็ยังทำได้ดีอยู่ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าทำแล้วโอเคเหมือนสมัยช่วงทำงานใหม่ๆ งานวิจัยก็ยังคงส่งประกวดมาตลอดทุกปี แต่การไปนำเสนอก็ไม่ได้ตื่นเต้นและสนุกแบบเดิมแล้ว

อีกสองปีต่อมาได้ก่อตั้งงานใหม่คืองานบริบาลเภสัชกรรม และรับหน้าที่เป็นหัวหน้างานคนแรก พร้อมกับน้องๆ เภสัชกรในทีมให้รับผิดชอบ 5 คน ได้เริ่มงานที่อยากให้มีตั้งแต่ 8 ปีก่อน ถึงแม้จะไม่เป็นอย่างภาพที่วาดไว้ แต่ก็รู้สึกดีที่เกิดงานนี้ขึ้นมา

ปีต่อมา เมื่อพ่อเสียจึงได้เกิดการทบทวนทางเลือกเดิมอีกครั้ง แล้วก็ได้ทางเลือกมาทางเลือกหนึ่งซึ่งเป็นทางเลือกใหม่คือ เปลี่ยนไปทำงานสายกฎหมาย ซึ่งเรื่องมันเริ่มมาจากหนังสือเล่มเดียวที่บังเอิญไปเห็นโพสบน facebook คือ หนังสือ รู้รอบ สอบได้ แนวทางการเตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา & อัยการผู้ช่วย

ระหว่างที่เรียนกฎหมายนอกเวลางาน ก็ทบทวนตลอดว่าจะไปทำอาชีพอะไรในสายงานนี้ และทำอย่างไงถึงจะทำอาชีพนั้นได้ ทำให้ได้ซื้อหนังสือมาหาความรู้เยอะมาก จนต้องเคลียร์หนังสือเก่าไปบริจาคบางส่วนเพื่อให้มีที่เก็บหนังสือใหม่ แต่ปีนั้นก็เหมือนปีทิ้งท้ายของการทำงานโรงพยาบาล ได้นำเสนองานวิจัยในงานที่ใหญ่ที่สุดที่เคยไปมา ได้ไปเป้นวิทยากรให้โรงพยาบาลอื่น ไปเป็นอาจารย์พิเศษ ไปเยี่ยมสำรวจโรงพยาบาลกับพี่ๆ อาวุโส ไปออกทีมเก็บข้อมูลทำวิจัยระดับประเทศ

การเรียนกฎหมายที่ราบรื่น ผ่านฉลุยมาตลอด 2 ปี ก็มาสะดุดตอนเรียนเนติ จนตัวเองรู้สึกแย่ไปพักนึง พอมาเจอเรื่องงานที่ประดังประเดเข้ามาก็เลยตัดสินใจแก้ไขแผน เป็นลาออกปลายปีนั้นเลย เลยได้ตอบคำถามแทบทุกคนที่รู้เรื่อง

ปี 62 ที่ผ่านมาเลยกลายเป็นปีแห่งการปรับตัว ในการใช้ชีวิตแบบใหม่ที่ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเวลาทำงานราชการแล้ว แต่เป้นเวลาเปิด-ปิดร้านแทน ซึ่งยืดหยุ่นกว่า แต่ก็ต้องมาลุ้นว่ายอดในแต่ละเดือนจะเป็นไปตามเป้ามั้ย ตามกฎแห่งการแลกเปลี่ยน

ถ้าถามว่าคิดถูกมั้ย ก็คงยืนยันว่าคิดถูก เพราะก่อนตัดสินใจได้ลองคิดแล้วว่า ถ้าผ่านไป 10 ปีแล้วมองย้อนกลับมาจะเสียดายมั้ย ใจก็บอกเลยว่าเสียดายแน่ๆ ถ้าไม่ลาออก

ตอนแรกก็อยากจะเขียนยาวๆ แต่ก็คิดว่าถ้ามันยาวไปก็ไม่ใช่สรุปนะสิ ก็เลยเขียนแค่นี้แหละ ไว้เขียนอีกทีตอน 20 ปีข้างหน้าแล้วกัน

Facebook Comments
Series Navigation<< สรุปชีวิตในปี 2019

Leave a Reply