elixer

การบริหารยา Tranexamic acid Inj.

คำถาม

Tranexamic acid (Transamin) 1 g IV q. 8 hr ต้องบริหาร slow push เป็นเวลา 10 นาที แต่เนื่องจากการบริหารยาแบบนี้ไม่สะดวก ถามว่าสามารถบริหารแบบ IV drip ได้หรือไม่

คำตอบ

จากฐานข้อมูล Lexi-Comp และเว็บไซด์ Globalrph ได้แนะนำตรงกันว่า Tranexamic acid  สามารถบริหารได้ทั้ง intravenous injection และ infusion โดยแนะนำให้บริหารในอัตรา 50 mg/min โดยความเข้มข้นสูงสุดที่สามารถให้ได้คือ 100 mg/mL ซึ่งชนิดของสารน้ำที่แนะนำได้แก่ NSS, 5% glucose, Dextran 40%, Dextran 70% และ Ringer’s solution

Tranexamic acid (Transamin) มีความแรง 50 ml/ml บรรจุใน ampule ขนาด 5 ml ดังนั้นหากต้องการบริหารยา 1 g สามารถเตรียมได้ดังนี้

  • โดยนำยา 1 g (20 ml) ไปผสมในสารน้ำ 80 ml (ได้ปริมาตรรวม 100 ml) จะได้ความเข้มข้น 10 mg/ml สามารถบริหารในอัตรา 5 mL/min แบบ IV infusion
  • หรือนำยา 1 g (20 ml) ไปผสมในสารน้ำ 30 ml (ได้ปริมาตรรวม 50 ml) จะได้ความเข้มข้น 20 mg/ml สามารถบริหารในอัตรา 2.5 mL/min แบบ IV infusion

โดยการเตรียมทั้งสองแบบเป็นการให้ในอัตรา 50 mg/min ซึ่งเป็นอัตราที่แนะนำใน Lexi-Comp และเว็บไซด์ Globalrph แนะนำ

เพิ่มเติม

ในกรณีที่ให้ในการถอนฟันผู้ป่วยที่เป็นโรค Hemophilia ต้องใช้ในขนาด 10 mg/kg ก่อนถอนฟัน และให้หลังจากถอนฟันในขนาด 10 mg/kg วันละ 3 – 4 ครั้ง ให้นาน 2 – 8 วัน โดยต้องปรับขนาดตามค่า serum creatinine ในผู้ที่มีการทำงานของไตบกพร่องดังนี้

Serum Creatinine (mg/dl)     Tranexamic Acid I.V. Dosage

1.36 – 2.83        ——–>>>>   10 mg/kg BID

2.83 – 5.66      ——–>>>>    10 mg/kg daily

>5.66                ——–>>>>   10 mg/kg every 48 hours or 5 mg/kg every 24 hours

เอกสารอ้างอิง :

  1. Lacy CF, Armstrong LL, Goldman MP, Lance LL, eds. Lexi-Comp Online. 14th ed. Hudson, OH: Lexi-Comp; 2013.
  2. Globalrph [Internet]. UK: tranexamic acid ; c1994-2016 [updated 2009 Jun 9; cited 2017 Oct 2]. Available from: https://globalrph.com/dilution/tranexamic-acid/

หัวข้อสืบค้น (keywords): tranexamic acid, administration

Posted by elixer in cool, 0 comments

ข้อมูลการสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก)

คุณสมบัติของผู้สมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก)

  • มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์
  • เป็นนิติศาสตรบัณฑิต หรือสอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.ต. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
  • สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
  • เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา
  • มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(ก) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.ต. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือสอบไล่ได้ปริญญาเอกทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ซึ่ง ก.ต. รับรอง

(ข) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปีหรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.ต. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๓) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ค) สอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ซึ่ง ก.ต. รับรอง และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๓) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ง) เป็นนิติศาสตรบัณฑิตชั้นเกียรตินิยมและได้ประกอบวิชาชีพเป็นอาจารย์ในคณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี

(จ) เป็นนิติศาสตรบัณฑิตและเป็นข้าราชการศาลยุติธรรมที่ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายในตำแหน่งตามที่ ก.ต. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกปี และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมรับรองว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถดีและมีความประพฤติดีเป็นที่ไว้วางใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการตุลาการได้

(ฉ) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกในสาขาวิชาที่ ก.ต. กำหนด และเป็นนิติศาสตรบัณฑิต และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๓) หรือได้ประกอบวิชาชีพตามที่ ก.ต. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี หรือ

(ช) สอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือที่ ก.ต. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาวิชาที่ ก.ต. กำหนด และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ ก.ต. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี จนมีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพนั้นและเป็นนิติศาสตรบัณฑิต

ให้ ก.ต. มีอำนาจออกระเบียบกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพตาม (๒) (จ) (ฉ) และ (ช) ด้วย

ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ พยาบาลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์นักเทคนิคการแพทย์ การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้วแต่กรณีมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี

http://www.ojc.coj.go.th/doc/data/ojc/ojc_1461057653.pdf

การรับสมัครสอบ

รวมข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (สนามเล็ก)

ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

Posted by elixer in Law, 0 comments

เปลี่ยนแบตเตอรี่ MacBook Air 13 นิ้ว (early 2015)

หลังจาก apple care ของ MacBook Air หมดอายุไปได้เกือบๆ ปี แบตเตอรี่ก็ขึ้นเตือน service battery ซะแล้ว ก็เลยคิดว่าคงต้องเปลี่ยนแล้ว ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ค่อยได้เอาไปใช้นอกบ้าน แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ แบตเตอรี่ก็อาจจะบวมจนดันเคสเบี้ยวได้

แต่ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์ของ Apple จะเปลี่ยนแบตเตอรี่เอง ก็ทำไม่ได้ ต้องไปให้ศูนย์เปลี่ยนให้ พอเช็คราคาจากหน้าเว็บไซต์ของ apple ก็พบว่าค่าเปลี่ยนตั้ง 4,900 บาท แถมต้องหิ้วเครื่องไปศูนย์อีก (รู้งี้เก็บค่า apple care มาเปลี่ยนแบตเตอรี่ดีกว่า)

ทีนี้เลยลองค้นดูว่าเปลี่ยนแบตเตอรี่เองนี่ทำได้มั้ย ก็ไปเจอบทความ MacBook Air 13″ Mid 2013 Battery Replacement ของ IFIXIT ก็พบว่ามันเปลี่ยนไม่ยากแฮะ แค่ถอดน็อตสองชุดเอง (MBA 2013 – 2015 จะเป็นรุ่นเดียวกันทำตามบทความนี้ได้เลย)

จากนั้นเลยไปหาต่อว่าที่ไหนมีแบตเตอรี่ขายบ้าง ก็ไปเจอมา 2 – 3 ที่ แต่ผมเลือกซื้อที่ MacParts เพราะเคยซื้ออุปกรณ์พวกสายต่อพ่วงมาก่อน ราคาก็ไม่แรงมาก 1,750 บาท บวกค่าแรงตัวเองอีก 200 ยังถูกกว่าศูนย์ตั้งครึ่งนึง

สั่งของออนไลน์ไป 2 วันก็ได้ของมาเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปจะเป็นขั้นตอนการเปลี่ยนแบตเตอรี่

  1. แกะกล่องแบตเตอรี่ชุดใหม่ที่ซื้อมา ก็จะเห็นแบตเตอรี่ กับไขควง 2 อันสำหรับเปิดเคส MacBook Air ซึ่งที่ตัวไขควงไม่มีเลเบลบอก ต้องลองๆ ขันดู แต่อย่าพึ่งออกแรงเยอะถ้าใช้ผิดหัวมันจะทำให้น็อตพังได้ (ดูจาก IFIXIT มันคือหัว P5 กับ T5)

2. คว่ำ MacBook Air ลงบนพื้นนุ่มๆ หันด้านหน้าเข้าหาตัว จากนั้นเริ่มถอดน็อตที่เคสฝาหลังด้วยไขควงหัว P5 โดยมีน็อตยาว 2 ตัว (กรอบสีน้ำเงิน) กับน็อตสั้น 8 ตัว (วงสีแดง)

3. ที่นี้ใช้เล็บดันเข้าไปที่ร่องของเคสด้านบนตรงแถบสีดำ งัดเบาๆ จะถอดฝาหลังออกมาได้

4. ทีนี้ถอดน็อตที่ยึดตัวแบตเตอรี่ทั้ง 5 ตัวออกด้วยไขควงหัว T5 (น็อตที่ถอดออกมาผมจะแปะไว้ที่กาวของโพสอิท แต่จริงๆ แล้วหาถาดมาใส่จะดีกว่า)

5. ทีนี้ดึง connector ของแบตเตอรี่กับลอจิคบอร์ดออกโดย ดึงแถบพลาสติกในกรอบสีเขียวเข้าหาตัวเราจนหลุดออกมา จากนั้นยกแบตเตอรี่เก่าออกมาได้เลย

6. จากนั้นใส่แบตเตอรี่ชุดใหม่เข้าไปแทน โดยเสียบ connector เข้าไปด้วย

7. จากนั้นแกะแผ่นพลาสติกที่ตัวแบตเตอรี่ทั้ง 4 แผ่นออกก่อนที่จะใส่น็อตกลับตามเดิมทั้งหมด (ใน IFIXIT ไม่ได้พูดถึงแผ่นพลาสติกอันนี้ แต่ผมไปเจอคลิปของร้านนี้เค้าแกะออก ก็เลยคิดว่ามันคงต้องแกะออกจริงๆ ดังนั้นใช้วิจารณญาณก่อนทำตามตรงนี้นะครับ ผมหาข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้เลย)

8. หลังจากไขน็อตจนเรียบร้อยดีแล้ว ก็มาลองเปิดเครื่องแล้วเช็คแบตเตอรี่ดู ก็จะเห็นว่า cycle count กลับมาเริ่มที่ 1 แล้ว ส่วน service battery ก็หายไป

9. ขั้นตอนสุดท้ายคือ คาลิเบรทแบตเตอรี่โดยการเปิดเครื่องทิ้งไว้ทั้งคืนจนแบตเตอรี่หมดให้เครื่องดับไปเอง ทำอย่างนี้สองครั้ง จากนั้นก็ใช้ได้ตามปกติแล้ว

สุดท้ายนี้ใครคิดจะทำตามบทความนี้ ขอแจ้งไว้ก่อนว่าเครื่องอาจมีปัญหาได้ ถ้าเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนใด ขั้นตอนหนึ่ง คุณต้องรับความเสี่ยงเอง ถ้ารับความเสี่ยงนี้ไม่ได้ หรือไม่มีความชำนาญพอ แนะนำให้ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ศูนย์บริการของ apple โดยเช็คที่ตั้งของศูนย์บริการได้ที่นี่ครับ รายชื่อศูนย์บริการของ Apple ในไทย (Apple Authorized Service Provider)  

Posted by elixer in cool, 0 comments

ผลการเลือกตั้งกรรมการสภาเภสัชกรรม วาระที่ 9 (พ.ศ.2562 – 2564)

เปิดให้ลงคะแนนวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2561 นับคะแนนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561

บรรยากาศตอนนับคะแนน 



ที่มา – สภาเภสัชกรรม

Posted by elixer in cool, 0 comments