Royal Discourse

บัณฑิตทั้งหลายสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาแล้ว ต่อไปภายหน้าคงจะมีภาระหน้าที่ที่ต้องทำอีกหลายสิ่งหลายประการ กล่าวคือ นอกจากจะต้องดูแลตนเองและครอบครัวแล้ว ยังมีหน้าที่สำคัญที่จะต้องช่วยเหลือดูแลสังคมด้วย การดูแลสังคมนี้ สิ่งที่ทำได้โดยง่าย ก็คือการให้เช่น ให้ความเห็นอกเห็นใจ ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งให้วัตถุสิ่งของที่จำเป็นแก่ผู้อื่น เพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถช่วยเหลือพึ่งพาตนเองได้การให้จึงถือเป็นคุณธรรมสำคัญในการสร้างสรรค์จรรโลงสังคม เพราะช่วยให้ปัญหาสังคมลดน้อยลง และทำให้สังคมมีแต่ความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน ด้วยเหตุนี้ ผู้ให้จึงอยู่เย็นเป็นสุขในที่ทุกแห่ง คือได้รับความปีติอิ่มใจจากการที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น และได้อยู่ในสังคมที่มีความผาสุกสงบน่าอยู่อาศัย พระราโชวาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวรณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยนเรศวรวันพฤหัสบดี ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๐ (ภาคเช้า)

elixer

20 December, 2007

No Resolution for New Years

หลังจากอ่าน 7 Reasons Not to Set a New Years Resolution in 2008 ของ Scott H Young แล้ว รู้สึกเห็นด้วยว่า New Years Resolutions ที่ตั้งกันไว้ นี่ส่วนใหญ่ทำกันไม่ค่อยสำเร็จ เพราะมันขาดการติดตาม และประเมินผลอย่างต่อเนื่องอย่างที่ควรเป็น เรามักจะมาดูมันตอนสิ้นปี แล้วก็สรุปออกมาว่าตกแบบนี้ ผมเลยตัดสินใจว่า ปีนี้จะไม่เขียน New Years Resolution แต่จะตั้งเป้าหมายระยะสั้นเดือนละ 1 – 3 อย่างแล้วก็ประเมินผลทุกอาทิตย์ สรุปผลในแต่ละเดือน แล้วก็สรุปผลทั้งหมดตอนสิ้นปี แล้วก็ลองเทียบกับการทำ New Years Resolution ดูสิว่าแบบไหนจะบรรลุเป้าหมายได้มากกว่ากัน แต่ก่อนที่จะตั้งเป้าหมายของเดือนหน้า ตอนนี้ผมคงต้องไปเตรียมตัวรับปริญญาก่อน อาจจะหายไปประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วผมจะกลับมากับรูปที่จะพยายามถ่ายให้ได้มากที่สุด ปล. พวกทำงานใกล้มหาวิทยาลัย มันชิงตัดหน้าถ่ายรูปไปก่อนซะแล้ว

elixer

14 December, 2007

Acanthosis Nigricans

ถ้าใครคอดำ หรือรักแร้ดำแบบนี้ ไม่ต้องไปหาไวท์เทนนิ่งครีม หรือโรลออนมาใช้แต่อย่างใด แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพได้แล้ว เพราะคุณกำลังเสี่ยงกับโรคเบาหวานชนิดที่สอง และโรคความดันโลหิตสูง อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะคิดว่าไม่มีอะไร เพราะถ้าถึงตอนที่มันมีอะไรแล้ว อาจจะสายเกินแก้ แรงบันดาลใจเอนทรี่นี้ เกิดจากการให้คำแนะนำผู้ป่วยในที่เป็นโรคเบาหวานเบาหวานกว่า 20 เตียงในช่วง 2 – 3 วันนี้ ได้เจอผู้ป่วยที่มีอาการไม่มาก ยังไม่มีโรคแทรกซ้อน ไปจนถึงคนที่อาการหนักจนต้องตัดเท้า และตัดขา ซึ่งส่วนใหญ่สาเหตุก็มาจาก การไม่ยอมควบคุมอาหารอย่างจริงจัง ไม่ออกกำลังกาย ไม่ดูแลเท้า หวังพึ่งแต่ยาเท่านั้น ที่มา AOCD [ผ่าน บ้านสุขภาพ]

elixer

12 December, 2007

professional salaryman

มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ.. .. [Fwdder.com]มนุษย์เงินเดือน อาชีพนี้ดีอย่างไร? .. [SHOW Girls !@Onation]?มนุษย์เงินเดือน? อาชีพนี้ดีอย่างไร? [TiidaClub]..มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ..[putter-2@GotoKnow] ส่วนใหญ่อ้างอิงที่มาจาก Forward mail แต่ค้นดูแล้วที่มาจริงๆ น่าจะมาจาก หนังสือมนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ ของ คุณณรงค์วิทย์ แสนทอง อ่านดูแล้วก็ให้ข้อคิดดีหลายอย่างๆ ในฐานะที่เป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ก็ต้องเรียนรู้ไว้บ้างแต่จุดหนึ่งที่ชอบคือ การคิดค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ที่เห็นภาพดี แต่ที่จริงแล้วน่าจะดูจากค่าใช้จ่ายทั้งเดือนสัก 6 เดือนมาเฉลี่ยแล้วคิดตามอัตราเงินเฟ้อในอนาคตน่าจะถูกต้อง และเป็นจำนวนเงินสูงกว่านี้เยอะ ไม่แน่ใจว่าทุกองค์กร จะมีกองทุนเพื่อวัยเกษียณเหมือนกันหมดหรือเปล่า (จำชื่อจริงๆ ไม่ได้ แต่คงประมาณนี้มั้ง) เพราะถ้ามีกองทุนนี้คอยช่วยเหลือชีวิตหลังเกษียณอยู่แล้ว (ของผมก็มี กบข. ช่วยหักเงินเราไปออมให้ กับกรมบัญชีกลาง รอจ่ายเงินให้หลังเกษียณ) อาจจะไม่ต้องคิดเผื่อมาก น่าจะโฟกัสอยู่กับอนาคตช่วงใกล้ๆ มากกว่า อย่างผมตอนนี้ก็โฟกัสอยู่ที่ช่วงอายุ 25 – 30 ปี โดยเป้าหมายคือเก็บเงินแต่งงานให้ได้ภายในช่วงนี้ ตอนนี้ก็เลย Workaholic สุดๆ นอนโรงพยาบาลเดือนละ 3 – 5 […]

elixer

9 December, 2007

Work hours

ลองใช้ Google chart API ดูหน่อย กราฟข้างบนได้มาจากนี่ เนื่องจากติดเรื่องลิมิตของแกน y เลยต้องหารจำนวนชั่วโมงด้วย 10 เลยออกมาเป็นอย่างนี้ งานนี้ต้องขอบคุณเอกสารสอนการใช้งานจากกูเกิลที่ละเอียดใช้ได้เลย Google chart API [ผ่าน Blognone]

elixer

9 December, 2007

Swiss Cheese model

เก็บตกมาจากงานประชุมเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ที่พี่นายกสมาคมพูดถึง Swiss Cheese model หรือโมเดลที่เปรียบเทียบระบบงานต่างๆ (ในที่นี้คือ ระบบงานโรงพยาบาล) กับก้อนชีส โดยพี่เค้าเปรียบเทียบงานติดตามอาการไม่พึงประสงค์เหมือนก้อนชีส ที่แบ่งย่อยออกเป็นแผ่นของแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราละเลยงานในส่วนของเราไป ไม่ทำให้เรียบร้อย แล้วบังเอิญฝ่ายอื่นก็ละเลยเหมือนกัน ความผิดพลาด และอันตรายก็จะตกถึงตัวผู้ป่วยได้ เหมือนแผ่นชีสที่ทุกแผ่นบังเอิญมีรูตรงกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจนะครับ ที่เวลาไปโรงพยาบาลแล้วจะถูกถามว่าเคยมีประวัติแพ้ยาหรือไม่ จากบุคลากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกร (บางโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่เวชระเบียนก็ถาม) ใครที่รู้สึกเบื่อ หรือรำคาญก็ช่วยเข้าใจหน่อยว่า เราทำเพื่อคุณนะครับ ปล. เรื่องถามแพ้ยานี่ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถามนามสกุล เพื่อยืนยันตัวผู้ป่วยนี่สิ มีหลายคนที่ไม่ยอมตอบ เพราะเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ พอถามซ้ำ ก็อารมณ์เสียใส่อีก ถ้าจ่ายยาผิดคนไป ใครละจะรับผิดชอบ ก็ผมนะสิ

elixer

7 December, 2007
1 2 3 4 5 57
Skip to toolbar