Skip to toolbar

Unbox iPod Touch third gen

จากเอนทรี่ Smartphone and Healthcare Market ตอนนี้ผมตัดสินใจแล้วว่า iPod Touch third gen น่าจะเหมาะกับผมที่สุดตอนนี้ เพราะโทรศัพท์ตัวเก่ายังใช้ได้ดีอยู่เลย กว่ามันจะพังก็คงมี Android phone ที่ผมถูกใจออกมาพอดีนั่นแหละ จะได้มีทั้ง Android และ iPhone os ใช้คู่กัน ว่าแล้วก็ไปแกะกล่อง iPod Touch third gen 32 GB ดีกว่า กล่องใส่เครื่องนี่เน้นประหยัดพื้นที่เหมือนเดิม ใหญ่กว่าตัวเครื่องแค่หน่อยเดียวเอง หน้าจอที่เห็นเป็นสติ๊กเกอร์รูปหน้าจอตอนเปิดเครื่องที่แปะกันหน้าจอเครื่องไว้ (ให้ทายว่าผมใช้กล้องยี่ห้ออะไรถ่ายรูป) เปิดกล่องออกมาจะพบว่ามี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่เก็บตัวเครื่อง ส่วนชั้นล่างเป็นที่เก็บสายซิงค์ หูฟัง Dock adapter และคู่มือ แล้วก็หมดแล้ว 10,900 บาท ได้มาแค่นี้แหละ (ลืมไปมี apple care 1 ปีด้วย) แกะสติ๊กเกอร์ออกมาก็เจอหน้าจอมืดๆ เพราะยังไม่ได้เปิดเครื่อง หมดแล้วครับ […]

elixer

19 October, 2009

Sweet diary #8

ครั้งที่แล้ว 29/7/52 FBS = 126 mg/dl, HbA1C = 6.4, BMI 21.5, LDL = 127 mg/dl, HDL = 50 mg/dl วันนี้ 15/10/52 FBS = 133 mg/dl, HbA1C = 7.2, BMI 20.7 ระดับน้ำตาลในเลือดแย่ลงกว่าเดิมอีกแล้ว คงเป็นเพราะช่วงนี้ต้องกินข้าวเยอะขึ้น เพื่อให้ใส่สูทแล้วหุ่นเฟิร์ม ก็เลยต้องยอมรับชะตากรรม กินยาลดระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มอีก 1 ตัวเพราะถ้าปล่อยให้มากกว่านี้ จะเอามันลงมายาก เดี๋ยวหลังแต่งงานจะตั้งเป้าหมายเรื่องสุขภาพเป็นเป้าหมายใหญ่แล้ว ปล. บทความนี้เขียนเพื่อบันทึกไว้ประเมินตัวเองเฉยๆ ไม่แนะนำให้นำไปใช้อ้างอิงในการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนนำข้อมูลไปใช้.

elixer

15 October, 2009

Mobile Applications For Physicians

Mobile Applications For Physicians View more presentations from Ben Zipkin. ด้วยจิตใจที่เอนเอียง ทำให้ผมดูยังไงโปรแกรมที่อยู่บน iPhone มันก็น่าใช้ แถมโปรแกรมฟรีที่มีให้ใช้ก็แทบจะครอบคลุมการใช้งานทั้งหมด หรือถ้าอยากได้โปรแกรมที่คุ้นเคยอย่าง lexidrug มาใช้ก็จ่ายเพิ่มอีกไม่ถึงหมื่นก็โอเคแล้ว

elixer

23 August, 2009

Smartphone and Healthcare Market

ช่วงนี้มีพี่ๆ หลายคนมาถามอยู่เรื่อยว่าควรใช้ smartphone ตัวไหนดีสำหรับใช้งานทางการแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการเรียกใช้ข้อมูลยา การคำนวณเป็นต้น ซึ่งคำตอบผมก็ง่ายๆ เลือกรุ่นที่มีบุคลากรทางการแพทย์ใช้เยอะๆ ไง (กำปั้นทุบดินมาก) บริษัทที่ผลิตโปรแกรมจะได้ตามไปผลิตโปรแกรมออกมาให้ได้ใช้กันมากๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจที่เห็นโปรแกรมที่ต้องการใช้ไปลงบนระบบปฏิบัติการอื่น แต่ไม่มีบนเครื่องตัวเอง แล้วรุ่นไหนหละที่ใช้กันเยอะ ? จาก การสำรวจนี้ พบว่าบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ใช้ iPhone ที่เหลือก็ใช้ Windows mobile, Palm Pre, Google phone และ Blackberry ส่วนเหตุผลหลักในการเลือกใช้คือ โปรแกรมที่มีให้เลือกใช้ เพราะโปรแกรมทางการแพทย์มักไม่มีให้ใช้ครบทุกระบบปฏิบัติการ ถ้าไม่อยากใช้ iPhone เพราะมันไม่มีคีย์บอร์ดหละ? Windows mobile รุ่นที่มีคีย์บอร์ดสไลด์ ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า Blackberry เพราะบุญเก่าสมัยที่เป็นเจ้าตลาดนี้ ทำให้มีโปรแกรมให้เลือกใช้มากมาย แต่ในอนาคตอาจจะไม่แน่ถ้านักพัฒนาหนีไปเขียนโปรแกรมให้ iPhone กันหมด ถ้าให้คาดการณ์คิดว่าในอนาคต iPhone น่าจะเป็นเจ้าตลาดของบุคลากรทางการแพทย์ได้ ถ้า WM 7 ไม่ได้มีอะไรที่เหนือหรือเทียบเท่า iPhone แล้ว Android ไม่คิดจะบุกตลาดนี้ ส่วนผมตอนนี้รอ […]

elixer

23 August, 2009

Hospital pharmacist (7) : Definition of Thai pharmacist career

ช่วงนี้มีเพื่อนคุยเรื่องเรียนต่อเฉพาะทางกันอีกแล้ว ในขณะที่รุ่นน้องนั้นไม่ต้องพูดถึง เริ่มเรียนกันไปแล้ว เป็นเภสัชกรประจำบ้านปี 1 มาบรรยายในงานประชุมกันกันซะหลายคน รวมถึงเพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยด้วย ในขณะที่แพทย์นั้นมี extern, intern, resident, fellow หรือ staff กันมานมนานแล้ว เภสัชกรไทยพึ่งจะเริ่มมีระบบการเรียนต่อเฉพาะทางได้ยังไม่ถึง 5 ปีเลย ซึ่งชื่อเรียกเภสัชกรในแต่ละช่วงจะคล้ายแพทย์ แต่ระยะเวลาที่ใช้เรียน กับสาขาที่มีให้เรียนอาจจะต่างกันบ้าง เริ่มจากนิสิตเภสัชชั้นพรีคลินิก (pharmacy student, pre – clinic) คือ นิสิตเภสัชชั้นปีที่ 1, 2 และ 3 ที่มีการเรียนวิชาพื้นฐานสำหรับไว้ใช้ตอนขึ้นเรียนคลินิก นิสิตเภสัชชั้นคลินิก (pharmacy student, clinic) คือ นิสิตเภสัชชั้นปีที่ 4, 5 และ 6 ที่เป็นการเรียนวิชาสำหรับใช้ดูแลคนป่วย โดยเป็นการเรียนจากคนป่วยจริงๆ และคนป่วยในกระดาษสลับกันไป และในชั้นปีที่ 6 ที่ในบางประเทศเรียกว่า pre – registered pharmacist จะต้องทำงานได้ทุกอย่างได้เหมือนกับเภสัชกร […]

elixer

17 August, 2009

Next big goal

อ่านที่คุณขุนอรรถรีวิวหนังสือ “เขาเรียกผมว่า คุณหมอผู้เปลี่ยนโลก” ของนายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะต้องแวะไปที่ร้านหนังสือเพื่อหาซื้อหนังสือเล่มนี้ ซึ่ง B2S ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง วางหนังสือเล่มนี้ไว้แถวสิบอันดับหนังสือขายดี ทำให้หาได้ง่าย หลังจากได้มาก็ใช้เวลาอ่านถึงสองครั้งจึงจบ เป็นเพราะหนังสือคุณนรินทร์ที่ซื้อมาพร้อมกันก็น่าอ่านเลยอ่านสลับไปมา ทำให้ขาดความต่อเนื่องของอารมณ์ไปหน่อยนึง นี่แหละนะผลของการทำ multi task สุดท้ายก็ให้ผลสู้ทำทีละอย่างหรือ single task ไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมก็ห้ามตัวเองไม่ให้ทำ multi task กับสิ่งหนึ่งได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งสิ่งนั่นก็คือ ความรัก กลับมาเรื่องหนังสือต่อ ภาพรวมผมว่าขุนอรรถเขียนได้ชัดเจนแล้ว แต่ที่ผมสนใจคือ โครงการถุงยาง 100% นี่ ทำให้งานของผมยังเป็นงานที่ทำได้โดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าไม่มีโครงการนี้ผมอาจจะถอดใจกับการดูแลการใช้ยาของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีไปแล้ว เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่มากเกินกำลังบุคลากรอันจำกัดจะรับไหว เพราะทุกวันนี้ขนาดมีโครงการแล้วเภสัชกร 2 คนยังมีเวลาให้ผู้ป่วย 200 คน (ทั้งหมดประมาณ 800 คน) แค่ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลย เจ้าหน้าที่ทุกคนก็อยากให้เวลามากกว่านี้เหมือนกันแต่ ภาระงานทุกคนล้นมือหมดแล้ว ก็เลยต้องกัดฟันสู้กันต่อไป รอวันที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลง หรือไม่ก็รอวันที่เจ้าหน้าที่ด้านนี้เพิ่มขึ้น เป็นจริงได้สักอย่างก็ดี อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้ไฟในการที่จะเปลี่ยนบางสิ่งที่หลายๆ คนคิดว่าใหญ่เกินตัว […]

elixer

12 August, 2009
1 2 3 4 16