Lawyer exam prep

สอบทนายภาคทฤษฎีมีให้เลือกสอบที่เดียว เลยได้มาสอบที่ม.รามคำแหง หัวหมาก โดยสิ่งที่ทำในวันสอบก็จะคล้ายๆ ตอนสอบเนติ ตื่น 6 โมงเช้า เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 10 โมง หากาแฟกินที่ห้างใกล้ๆ สนามสอบแล้วก็อ่านทบทวนไปเรื่อยๆ จนเที่ยง เดินทางไปสนามสอบ ถึงสนามสอบประมาณเที่ยงครึ่ง แล้วก็หาข้าวเที่ยงกิน เดินไปมา รอเวลา เพราะหาที่นั่งยากมาก เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เตรียมอุปกรณ์การสอบ เข้าห้องสอบทันทีที่อาจารย์ให้เข้าได้ สอบครั้งนี้ใช้เวลามากกว่าที่คิด ใช้เวลาไปประมาณ 3 ชั่วโมงในการทำข้อสอบจนครบ แล้วก็ใช้เวลา 10 นาทีในการตรวจสอบคำผิด สุดท้ายก็จะออกห้องสอบหลังจากเริ่มสอบได้ 3 ชั่วโมง 10 นาที ซึ่งยังโอเคอยู่สำหรับตัวเอง สำหรับสนามสอบนี้กลับเดินทางง่ายกว่าคิด แต่สอบเนติก็ยังคงไปสอบม.สยามอยู่ดี เพราะการเขียนตอบข้อสอบบนโต๊ะใหญ่ๆ นี่มันดีกว่าบนโต๊ะเลคเชอร์เยอะเลย

elixer

1 July, 2018

Thai bar exam prep

หลังจากสอบครั้งแรกผ่านไปแล้วด้วยดี แม้จะผ่านมาแค่ขาเดียวไม่ได้ 2 ขาตามที่หวังไว้ แต่ก็คิดว่าการเตรียมตัวในวันสอบน่าปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้อีก โดยสิ่งที่ทำในวันสอบก็มี ตื่น 6 โมงเช้า เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 10 โมง หากาแฟกินแถวท่ารถแล้วก็นั่งอ่านฎีกาของวิชาที่สอบวันนั้นวนไปเรื่อยๆ จนเที่ยง หาข้าวเที่ยงกิน แล้วก็เดินทางไปสนามสอบ ถึงสนามสอบประมาณบ่ายโมง อ่านฎีกาไปเรื่อยๆ จนบ่ายโมงสี่สิบห้า เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เตรียมอุปกรณ์การสอบ น้ำดื่ม และเสื้อกันหนาว เข้าห้องสอบทันทีที่อาจารย์ให้เข้าได้ จากการสอบสองครั้งที่ผ่านมา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีในการทำข้อสอบจนครบสิบข้อ แล้วก็ใช้เวลา 20 นาทีในการตรวจสอบคำผิด สุดท้ายก็จะออกห้องสอบหลังจากเริ่มสอบได้ 3 ชั่วโมง ซึ่งสำหรับตัวเองคิดว่าโอเคแล้ว เพราะถ้านั่งต่อจนครบ 4 ชั่วโมงอาจจะแก้ไปเรื่อยจากถูกเป็นผิดได้ และส่วนที่คิดว่าจะปรับปรุงคือการนั่งอ่านตอนเช้าควรเปลี่ยนไปหาร้านใกล้ๆ สนามสอบแต่แรกเลย จะได้อ่านทบทวนได้ต่อเนื่องกว่านี้ ส่วนของเอาเข้าห้องสอบคิดว่าคงเอาเข้าไปแค่นี้ ยังไม่คิดเอาของกินเข้าไปด้วย เพราะ 3 ชั่วโมงจะยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่

elixer

3 June, 2018

Black Panther

พึ่งจะได้ดูเพราะรอเรื่องนี้ลง Google play movies (iTune มาก่อนแต่ราคาแพงกว่าเยอะแถมให้ซื้ออย่างเดียว ไม่มีให้เช่า) พอได้ดูก็รู้สึกว่าดีสมกับที่หลายๆ คนรีวิว และทำรายได้ถล่มทลาย Black Panther ไม่ได้มีแต่พระเอกกับตัวร้ายสู้กันแล้วก็จบ แต่มีการพูดถึงการแบ่งแยกไม่ว่าจะเป็นสีผิว ชนชั้น ความเหลื่อมล้ำ ที่แทรกมาตลอดแม้กระทั่งตอนจบ ซึ่งนี้ก็น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่หลายๆ คนชอบรวมถึงผม ส่วนตัวร้ายอย่าง Killmonger ก็น่าเห็นใจยิ่งกว่า T’Challa จนแอบคิดว่าถ้าสลับสถานะกันตั้งแต่แรก Killmonger อาจจะปกครองวากานด้าได้ดีกว่า T’Challa ซะอีก ด้วยความที่ถูกสปอยล์มาก่อนจนลืมไปบ้างแล้ว แต่ก็พยายามมองหาประเด็นเหล่านี้ตลอดเรื่อง จนไม่ได้สนใจฉากแอคชั่นเท่าไหร่ ก็ยังรู้สึกว่ามันสนุกอยู่ดี ก็เลยแนะนำสำหรับทุกคนที่ชอบหนังแอคชั่นที่มีมากกว่าการสู้ๆ กันแล้วก็จบ Review แนะนำ Black panther (part 1) — Unfair | Black panther (part 2) — Us VS. Them

elixer

3 June, 2018

The Shape Of Water

พอได้มาดูหลังจากออกจากโรงไป 3 เดือน ทำให้รีวิวที่เคยอ่านก็ลืมเกือบหมดแล้ว เลยได้ดูแบบสนุกๆ ไม่ต้องคาดเดาอะไร โดยตัวหนังก็ไม่มีอะไรมากเป็นเรื่องราวของคนที่แทบจะอยู่ชั้นล่างสุดของสังคมในยุค 60s ได้มีความรักกับมนุษย์ปลา มีตัวร้ายที่ทำร้าย และพยายามฆ่ามนุษย์ปลา มีเพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือ แต่ด้วยบรรยากาศกับเพลงประกอบทำให้ดูได้สนุก โดยไม่ต้องลงลึกไปยังเรื่องชนชั้น การเหยียดผิว เหยียดเกย์ american dream Sexual Harassment สงครามเย็น แต่ก็ทำให้สนุกเพิ่มขึ้นอีกระดับนึงถ้าลงลึกไปยังเรื่องเหล่านี้ด้วย สรุปแล้วเป็นหนังที่ควรค่าแก่การดูมากของปีนี้  

elixer

12 May, 2018

11 Years

This entry is part 13 of 15 in the series Life log

สรุปชีวิตการทำงาน 11 ปีที่ผ่านมาได้ประมาณนี้ 2550 กว่าจะเรียนจบและสอบได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมก็ปาไปเดือนพฤษภาคม ได้เริ่มทำงานที่โรงพยาบาลบางละมุง เป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ 3 เดือนก็ได้บรรจุเป็นข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข โดยหลังเลิกงานก็ไปรับเป็นเภสัชกรพาร์ทไทม์ที่รพ.สมิติเวช ศรีราชาด้วย ช่วงแรกทำงานอยู่ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก (OPD) ประมาณ 1 เดือน จึงย้ายมาอยู่ห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน (IPD) แต่ยังคงช่วยจ่ายยาที่คลินิกพิเศษยาต้านไวรัสอยู่ (ซึ่งทำต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)โดยตลอดครึ่งปีเป็นช่วงของการฝึกหัดกับปรับตัวและวางระบบงานสำคัญที่ยังคงทำมาถึงปัจจุบันอย่างการติดตามเคสแพ้ยา 2551 – 2552 เป็นช่วงของการโหมทำงานหนักแบบเลือดตาแทบกระเด็น เขียนบันทึกเกี่ยวกับการทำงานน้อยลง เพราะเริ่มทำงานเดิมๆ เหมือนเดิม ทุกวัน การเปิดงานใหม่ด้วยตัวคนเดียว เป็นเรื่องค่อนข้างยาก 2553 เลิกอยู่เวรดึกที่สมิติเวช และเลิกเป็นพาร์ทไทม์หลังจากทำมาได้ 4 ปี ได้ถามตัวเองครั้งแรกว่าจะลาออกก่อนทำงานครบ 10 ปีตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรกมั้ย ก็ยังคงตัดสินใจไปต่อ 2554 งานบริหารเริ่มเยอะขึ้น ต้องเป็นกรรมการในคณะกรรมการระดับโรงพยาบาล และระดับจังหวัด ได้นำเสนองานวิจัยในที่ประชุมระดับประเทศครั้งแรก เรื่องผลข้างเคียงของยาต้านไวรัสเทโนโฟเวียร์ พร้อมกับเริ่มทำงานวิจัยเพื่อประกอบการขอเลื่อนตำแหน่งเป็นชำนาญการ 2555 ได้เป็นเภสัชกรชำนาญการ (ซี 6 เดิม) ด้วยงานวิจัยเรื่องขนาดยาในผู้ป่วยโรคไต และได้รับตำแหน่งหัวหน้างานห้องจ่ายยาผู้ป่วยใน ซึ่งพยายามเต็มที่แล้วในตอนนั้น แต่ก็ทำได้แค่ […]

elixer

10 May, 2018
1 2 3 4 5 7
Skip to toolbar