ทำอะไรกันในห้องยา (1)

เอนทรี่ที่แล้ว ได้เขียนถึงประเภทของเจ้าหน้าที่ในห้องยาไปแล้ว ต่อไปจะเป็นการแนะนำงานต่างๆ ในห้องยา ซึ่งผมจะเน้นเฉพาะงานที่เกี่ยวกับยา และเวชภัณฑ์ ส่วนงานของฝ่ายอื่นเช่น ตรวจสอบสิทธิ์ หรือการเงินที่มีแจมๆ เข้ามาบ้าง ผมจะไม่เขียนถึง เริ่มจากงานแรก เมื่อใบสั่งยามาถึงนั่นคือการคีย์ยาของมือคีย์ยา ในโรงพยาบาลที่แพทย์ยังไม่ได้สั่งยามาทางคอมพิวเตอร์ ยังคงใช้วิธีเขียนใบสั่งยาอยู่ จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่อ่านใบสั่งยาและคีย์ยาเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งทักษะที่จำเป็นสองอย่างของมือคีย์คือ ความเข้าใจ คุ้นเคยในลายมือแพทย์ และความสามารถในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล (HIS) เพราะงานนี้เป็นจุดเริ่มของกระบวนการต่างๆ ในห้องยาถ้าจุดนี้ช้า ก็จะพากันช้าไปทั้งระบบ ในอดีตงานนี้จะเป็นของเภสัชกร เพราะมีทักษะในการอ่านลายมือหมออยู่แล้ว (ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ความคุ้นในลายมือหมอ กับฐานข้อมูลยาที่อยู่ในหัวเอาไว้เทียบกับสิ่งที่แพทย์เขียน) แต่ในปัจจุบันเภสัชกรมีงานอื่นที่จำเป็นกว่า จึงมีการฝึกให้จพง. กับผู้ช่วยมาทำแทน ซึ่งทำได้เทียบเท่า หรืออาจจะเหนือกว่าเภสัชกรด้วยซ้ำ ทำให้บางโรงพยาบาลไม่ให้แพทย์คีย์ยาเอง เพราะคิดว่าแทนที่จะเสียเวลาให้แพทย์คีย์ยา สู้จ้างเจ้าหน้าที่มาคีย์ยาเยอะๆ คุ้มกว่า แต่ในที่สุดแล้ว การที่แพทย์คีย์ยาเองดีที่สุดครับ เพราะจะช่วยลดความผิดพลาดจากการอ่านลายมือผิดได้มากมายเลยครับ พอคีย์ยาเสร็จ ก็ต้องพิมพ์ใบสั่งยากับสติ๊กเกอร์ฉลากยาออกมา ทีนี้ก็ถึงคิวของมือจัดซอง เพื่อความสะดวกของผู้จัดยา ในบางโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีคนคอยจับคู่ฉลากยากับซองใส่ยาเพื่อที่ผู้จัดยาจะได้นำซองไปจัดยาได้เลยไม่ต้องเสียเวลามาเลือกซอง ทักษะสำคัญของงานนี้ก็คือความคุ้นเคยกับแพ็คเกจของยาทั้งหมดในโรงพยาบาล รู้ขนาดของแผงยาทุกแผง มีความสามารถในการคะเนปริมาณยากับซองใส่ยา รู้ว่ายาตัวไหนต้องใส่ซองกันแสง เพื่อที่จะได้เลือกซองใส่ยาได้เหมาะสม เจ้าของงานนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ช่วยนะครับ ทีนี้ก็มีซองใส่ยาที่ติดฉลากพร้อมจัดแล้ว แต่ก่อนที่จะจัดยาได้ก็ต้องมีการเตรียมยาให้พร้อมจัดก่อน และการที่จะมียาพร้อมจัดได้ก็ต้องมีการเบิกยาเข้าคลังย่อยซึ่งเป็นงานของมือเบิกยา […]

elixer

21 October, 2008

สิ่งมีชีวิตในห้องยา

เคยสงสัยไหมครับ นอกจากเภสัชกร กับผู้ช่วยแล้ว ในห้องยายังมีสิ่งชีวิตอื่นอีกมั้ย คำตอบถ้านับเฉพาะคนก็มีอยู่แค่นี้แหละครับ เว้นแต่จะนับสิ่งมีชีวิตอย่างหนู มด หรือแมลงสาบ (อย่าคิดว่าไม่มีนะครับ)  ในห้องยาโรงพยาบาลของรัฐจะมีการแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 กลุ่มตามวุฒิการศึกษา เรียกกันง่ายๆ ไม่มีชื่อหรูๆ เหมือนสิ่งมีชีวิตในโรงแรม หรอกครับ เภสัชกร (pharmacist) แน่นอนครับก็ต้องจบเภสัชศาสตรบัณทิตอยู่แล้ว งานก็มากมายตามที่เคยเขียนไปแล้ว เจ้าพนักงานเภสัชกรรม, จพง. (pharmacy technician) มีประกาศนียบัตรเทคนิคเภสัชกรรม ทำงานบางอย่างของเภสัชกรเช่น จ่ายยาได้ในช่วงที่ไม่มีเภสัชกรปฏิบัติงาน แต่งานส่วนใหญ่จะเป็นการ ดูแลสต็อคยา คีย์ยาตามใบสั่งยาของแพทย์ จัดยา เบิกจ่ายยาเสพย์ติด เป็นต้น ผู้ช่วยเภสัชกร หรือลูกจ้างห้องยา จบตั้งแต่ ม.6 ยันป.ตรี ทำงานแทบทุกอย่างในห้องยา ยกเว้นการเบิกจ่ายยาเสพย์ติด  แล้วก็ไม่สามารถตรวจสอบยา หรือจ่ายยาแทนเภสัชกรได้   ส่วนใหญ่แล้วงานของจพง. กับลูกจ้างจะค่อนข้างทับซ้อนกัน แล้วแต่การบริหารจัดการของเภสัชกรผู้ดูแลห้อง (หัวหน้าห้อง) แต่ที่ต้องแบ่งเป็นกลุ่มแบบนี้ เพราะค่าเวรครับ งานคล้ายๆ กันแต่ค่าเวรต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้หัวหน้าห้องที่จัดการงานของแต่ละกลุ่มไม่ดี อาจจะโดนเหล่าลูกน้องเล่นงานเอาได้ ซึ่งผมรอดตัวไป เพราะเป็นน้องเล็กสุดในกลุ่มเภสัชกร แค่ควบคุมลูกน้องรุ่นพ่อ […]

elixer

14 October, 2008
Skip to toolbar