Skip to toolbar

ปรับเพิ่มลดยาตามใจ อันตรายให้ระวัง

My Pharmacist 3 ปรับเพิ่มลดยาปรับเพิ่มลดยาตามใจ อันตรายให้ระวังหลายคนคงจะมีความเชื่อว่า ทานยามากไป จะไม่ดีต่อร่างกาย ไม่ดีต่อสุขภาพ บางคนพอเริ่มอาการดีขึ้นก็แอบหยุดยาเอง หรือบางคนก็มีความเชื่อว่า ทานยามากๆ แล้วจะหายเร็ว จึงเพิ่มยาที่จะทานให้มากขึ้น หรืออย่าง ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ ที่ต้องทานให้หมด เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ก็จะมีบางคนนะคะ ที่พออาการดีขึ้นก็หยุดทานยาเอง ไม่ยอมทานให้หมดตามที่แพทย์และเภสัชกรแนะนำ จึงทำให้เชื้อเกิดอาการดื้อยา ครั้งต่อไปก็ต้องใช้ยาที่แรงขึ้นกว่าเดิมดังนั้นผู้ป่วยต้องไม่ปรับหรือลดขนาดการใช้ยาด้วยตัวเองโดยเด็ดขาดนะคะ“เรื่องยา วางใจเภสัชกร” My Pharmacist สภาเภสัชกรรม#เรื่องยา วางใจเภสัชกร#ยา#ปรับยา#ยาปฏิชีวนะ Posted by MY Pharmacist เรื่องยา วางใจเภสัชกร on Friday, November 6, 2015

elixer

7 November, 2015

Smartphone and Healthcare Market

ช่วงนี้มีพี่ๆ หลายคนมาถามอยู่เรื่อยว่าควรใช้ smartphone ตัวไหนดีสำหรับใช้งานทางการแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการเรียกใช้ข้อมูลยา การคำนวณเป็นต้น ซึ่งคำตอบผมก็ง่ายๆ เลือกรุ่นที่มีบุคลากรทางการแพทย์ใช้เยอะๆ ไง (กำปั้นทุบดินมาก) บริษัทที่ผลิตโปรแกรมจะได้ตามไปผลิตโปรแกรมออกมาให้ได้ใช้กันมากๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจที่เห็นโปรแกรมที่ต้องการใช้ไปลงบนระบบปฏิบัติการอื่น แต่ไม่มีบนเครื่องตัวเอง แล้วรุ่นไหนหละที่ใช้กันเยอะ ? จาก การสำรวจนี้ พบว่าบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ใช้ iPhone ที่เหลือก็ใช้ Windows mobile, Palm Pre, Google phone และ Blackberry ส่วนเหตุผลหลักในการเลือกใช้คือ โปรแกรมที่มีให้เลือกใช้ เพราะโปรแกรมทางการแพทย์มักไม่มีให้ใช้ครบทุกระบบปฏิบัติการ ถ้าไม่อยากใช้ iPhone เพราะมันไม่มีคีย์บอร์ดหละ? Windows mobile รุ่นที่มีคีย์บอร์ดสไลด์ ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า Blackberry เพราะบุญเก่าสมัยที่เป็นเจ้าตลาดนี้ ทำให้มีโปรแกรมให้เลือกใช้มากมาย แต่ในอนาคตอาจจะไม่แน่ถ้านักพัฒนาหนีไปเขียนโปรแกรมให้ iPhone กันหมด ถ้าให้คาดการณ์คิดว่าในอนาคต iPhone น่าจะเป็นเจ้าตลาดของบุคลากรทางการแพทย์ได้ ถ้า WM 7 ไม่ได้มีอะไรที่เหนือหรือเทียบเท่า iPhone แล้ว Android ไม่คิดจะบุกตลาดนี้ ส่วนผมตอนนี้รอ […]

elixer

23 August, 2009

ช่วยน้องที่เป็น Ondine's Curse

วันนี้เห็นข่าวหลายช่องเลย สรุปรายละเอียดได้ตามนี้ ข้อมูลเรื่องโรค Ondine’s Curse [Wikipedia] ชื่อโรคภาษาไทยคือ “โรคถูกสาป” ไม่แน่ใจว่าใครกำหนดชื่อนี้ เพราะผมคิดว่าชื่อ “โรคคำสาปของโอนดีน” น่าจะเหมาะกว่า ใครที่ไม่ได้ดูข่าวดูรายการย้อนหลังได้ที่ MCOT เมื่อลูกเป็นโรคถูกสาป ตอน 1 ตอน 2 น้องที่ต้องการความช่วยเหลือมี 2 คนคือ ด.ญ.ฐิติญาพร วัตรเยื้อง หรือ น้องออมทรัพย์ อายุ 2 ปี 5 เดือน และด.ญ.มินตรา คำมูล หรือ น้องมิ้นท์ อายุ 3 ปีเศษ น้องทั้งสองคนต้องการเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งมีราคาเกือบ 5 แสนบาท เพื่อที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตที่บ้านได้ (น้องอยู่โรงพยาบาลมาตั้งแต่เกิด) ตอนนี้เงินบริจาคระลอกแรกพอซื้อให้น้องออมทรัพย์แล้ว ส่วนน้องมิ้นท์ยังรอเงินบริจาคอยู่ ผู้ใจบุญที่สนใจบริจาคเงินเพื่อช่วยซื้อเครื่องช่วยหายใจ อีก 1 เครื่องให้กับเด็กหญิงมินตรา หรือ น้องมิ้นท์ สามารถติดต่อบริจาคได้ที่ โทร 02 […]

elixer

21 May, 2009

ยาแก้ป่วย และ สวย perfect

ยาแก้ป่วย ซื้อยากินเองอย่างไรให้หายป่วย หนังสือสำหรับคนที่ชอบซื้อยาจากร้านยา หรือว่ามีคนรู้จักจำเป็นต้องใช้ยาอยู่บ่อยๆ แนะนำหนังสือเล่มนี้เลย ส่วนสาวๆ ที่นิยมผลิตภัณฑ์บำรุง เพื่อความสวย ความงามแนะนำหนังสือ สวย perfect บำรุงสวยอย่างไรให้ปลอดภัย จะได้รู้ทันบริษัทที่ผลิตของพวกนี้ออกมาขายครับ หนังสือทั้งสองเล่มนี้หาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปนะครับ ปล. ไม่ได้รู้จักกับพี่เค้า แต่รู้สึกว่าเนื้อหามันโดนมากโดยเฉพาะยาแก้ป่วย แบบนี้เลยที่ผมอยากเขียน

elixer

21 May, 2009

Shellfish Allergy

[ภาพประกอบจาก olivetti] การแพ้สัตว์ทะเลที่มีเปลือกแข็งเป็นสาเหตุการแพ้อันดับต้นๆ ในผุ้ใหญ่โดยเฉพาะวัยรุ่น การแพ้มักจะคงอยู่ไปตลอดชีวิตเหมือนกับการแพ้ถั่วลิสง สัตว์ทะเลมีเปลือกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ Crustacea เช่น กุ้ง ปู กุ้งก้ามกราม และ Mollusc เช่น หอย หมึก บางคนอาจจะแพ้เพียงแค่กลุ่มเดียว จึงสามารถกินอีกกลุ่มหนึ่งได้ แต่ถ้าไม่ชัวร์ว่าเคยกินอีกกลุ่มหนึ่งได้จริง ก็อย่าลองเพราะมันสามารถแพ้ข้ามกลุ่มได้ การกินยาสเตียรอยด์เพื่อกดภูมิคุ้มกันไว้ แล้วหวังว่าจะกินได้โดยไม่มีอาการแพ้ ไม่แนะนำให้ทำ เพราะเราไม่รู้ว่าแอนติบอดี้ที่มีอยู่ในเลือดมีมากแค่ไหน ต้องกินยาไปเท่าไหร่ถึงจะกดไว้ได้หมดทุกส่วนในร่างกาย Interpretation of CLA® Test Results Moderate Food Panel

elixer

15 May, 2009

ARV counseling

ARV counseling หรืองานจ่ายยาให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี เป็นอีกหนึ่งงานประจำของผม งานจ่ายยาที่ค่อนข้างหนักสำหรับผม เป็นงานที่ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงแต่กลับทำให้ผมได้จ่ายยาผู้ป่วยจำนวนพอๆ กับตอนที่จ่ายยาในห้องยาผู้ป่วยในทั้งอาทิตย์ งานจ่ายยาให้คนผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ต่างกับงานจ่ายยาให้ผู้ป่วยนอกทั่วไป เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีความผูกพันกับเจ้าหน้าที่ในคลินิก ทั้งพยาบาล แพทย์ และเภสัชกร เพราะพวกเขาต้องกลับมาที่คลินิกนี้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งเพื่อติดตามอาการ และรับยา ผู้ป่วยกลุ่มนี้แบ่งแบบง่ายๆ เป็นผู้ป่วยเก่า และผู้ป่วยใหม่ เริ่มจากผู้ป่วยใหม่ก่อน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน เพื่อปรับสภาพจิตใจ และเตรียมความพร้อมก่อนที่จะได้เข้าคลินิก และได้มาคุยเรื่องการกินยากับผม สิ่งที่ผมคุยหลักๆ มีอยู่ 3 เรื่องคือ 1. เวลากินยาที่ต้องปรับให้เข้ากับการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เพราะยากลุ่มนี้ไม่ได้ยึดมื้ออาหารเป็นหลักเหมือนยาทั่วไป หลักสำคัญคือต้องกินยาให้อยู่ในรอบ 12 หรือ 24 อย่างสม่ำเสมอไปตลอดชีวิตเช่น เก้าโมง กับสามทุ่ม ซึ่งผู้ป่วยบางคนอาจจะติดเรื่องเวลานอน หรือเวลาทำงานไม่เหมือนปกติ บางคนก็ไม่อยากหยิบยากินในเวลางาน จึงต้องมีการปรับเวลาให้เหมาะสม 2. อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่มีมากมาย และเกิดได้ง่ายในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงต้องเน้นย้ำให้กลับมาพบแพทย์ และเภสัชกรทันทีที่เกิดอาการผิดปกติ เพราะการหยุดยาเองเป็นการเพิ่มโอกาสในการดื้อยา และอาการที่เกิดบางครั้งก้ไม่ได้เกิดจากยา 3. ความสำคัญของการกินยา เพราะโรคนี้ไม่ใช่หวัด […]

elixer

23 January, 2009
1 2 3