Skip to toolbar

Paracetamol 4 (dose in obese children)

ตอนแรกคิดว่าเรื่องเกี่ยวกับยาตัวนี้จะจบแค่ 3 ตอน แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อนที่เป็นอาจารย์ได้คำถามมาจาก นักศึกษาปริญญาโท คณะทันตแพทย์ว่า เด็กอายุ 7 ขวบ แต่น้ำหนัก 51 กิโลกรัมค่ะ ทีนี้จะสั่งจ่ายยา paracet พี่ก็กลัวจะมีปัญหาเรื่องตับรึป่าว คือ 10 – 15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม นี่มันใช้ได้มั้ยคะ หรือมีแนวทางอะไรแนะนำมั้ยคะ ทำให้ได้เขียนตอนที่ 4 ของเรื่องนี้ออกมาอีก ซึ่งห่างกับตอนที่ 3 อยู่ประมาณปีนึงพอดี จากคำถามนี้ พวกเราก็ได้แลกเปลี่ยนความรู้ แล้วก็สรุปคำตอบออกมาเป็นแบบนี้ เนื่องจากเด็กอ้วนจะมีน้ำหนักมาก แต่น้ำหนักที่มากนี้ไม่ได้หมายความว่าตับจะกำจัดยาได้มากเท่า จึงจำเป็นต้องมีการหาน้ำหนักสำหรับคำนวณขนาดยาใหม่ ซึ่งมีอยู่ 2 กรณีคือ 1. ถ้าไม่ทราบส่วนสูงเด็ก ให้เอาอายุมาหาน้ำหนักตามเกณฑ์การเจริญเติบโต (ดูได้จาก CDC growth chart) แล้วค่อยเอาน้ำหนักที่หามาได้ คำนวณขนาดยาที่ต้องใช้ 2. ถ้าทราบส่วนสูงเด็ก ให้เอามาคำนวณหา Lean Body Weight (LBW) เพื่อใช้ในการคำนวณขนาดยาที่ต้องใช้อีกที […]

elixer

27 September, 2008

Paracetamol 3

ในกรณีที่ซื้อยามากินเอง ควรไปพบแพทย์เมื่อกินยาไปแล้ว 3 วันไข้ยังไม่ลดลง หรือกินเพื่อแก้ปวดไปแล้ว 5 วัน (เด็ก) หรือ 10 วัน (ผู้ใหญ่) แล้วอาการยังไม่ไดีขึ้น ไม่ควรฝืนกินยาต่อไป หลังจากกินยาไปแล้วประมาณ 30 นาทียาจึงจะออกฤทธิ์ เพราะฉะนั้นในช่วง 30 นาทีนี้ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ไม่ควรกินยาเพิ่มเข้าไป หลังจากยาออกฤทธิ์แล้ว ฤทธิ์นี้จะคงอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรกินยา ครั้งถัดไปก่อนครบ 4 ชั่วโมง ถ้าไม่อยากให้ตับทำงานมากขึ้นจนอักเสบ ระหว่างที่ใช้ยานี้ อย่าดื่มเหล้ามาก หรือทางที่ดีหยุดดื่มไปเลยดีกว่า Tylenal 650 มิลลิกรัม ถูกออกแบบมาให้ค่อยๆ ปลดปล่อยตัวยาจึงออกฤทธิ์ได้นานถึง 8 ชัวโมง ทำให้กินแค่วันละ 3 ครั้งได้ ยาตัวนี้ค่อนข้างปลอดภัยในการใช้ในสตรีมีครรภ์ จึงเป็นยาตัวแรกๆ ที่แนะนำให้ใช้ในการแก้ปวด ลดไข้ในสตรีมีครรภ์ ยาตัวนี้ไม่ระคายกระเพาะอาหาร และมีผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือดน้อย จึงสามารถใช้ในผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะได้ ยานี้ราคาถูกมาก แต่ในท้องตลาดก็มีการขายยาตัวนี้ในราคาตั้งแต่เม็ดละไม่กี่ 10 สตางค์ จนถึงเม็ดละ […]

elixer

5 September, 2007

Paracetamol 2

จากตอนที่แล้ว ผมได้บอกขนาดการใช้ยาปกติไปแล้ว ต่อไปเราจะมาดูขนาดการใช้ยาสูงสุดที่สามารถใช้ได้ ว่าเป็นเท่าไหร่กัน เริ่มจากเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี ไม่ควรใช้ยาในขนาดสูงกว่า 2.6 กรัมภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่ ไม่ควรใช้ยาในขนาดสูงกว่า 4 กรัมภายใน 24 ชั่วโมง แต่การกินมากกว่าขนาดสูงสุด ก็ไม่ได้ความว่าต้องเกิดพิษเสมอ เพราะร่างกายของแต่ละคนมีความสามารถในการ ดูดซึม กระจาย เปลี่ยนแปลง และขจัีดยาออกจากร่างกายได้แตกต่างกัน เราจึงต้องใช้ระดับยาในเลือดเป็นตัวบ่งชี้ ความเสี่ยงในการเกิดพิษแทน โดยพิษที่สำคัญของพาราเซตามอลก็คือ พิษต่อตับ เพราะตับเป็นอวัยวะที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงสิ่งแปลกปลอมต่างๆ รวมถึงยาให้เป็นสารที่ไม่มีฤทธิ์ และกำจัดออก เมื่อระดับยาสูงเกินกว่าตับจะรับไหว แทนที่ยาจะถูกทำให้หมดฤทธิ์ กลับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสารที่เป็นพิษต่อตับซะงั้น ซึ่งทางแก้ก็ไม่ยากครับ สาเหตุเกิดจากตับเปลี่ยนแปลงยาไม่ไหว เพราะสารที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงยาไม่พอใช่มั้ย เราก็เพิ่มให้มันสิ ซึ่งมันก็คือยาแก้พิษของพาราเซตามอลนั่นเอง แต่ก่อนที่จะดูยาแก้พิษ ลองมาดูก่อนว่าระดับยาแค่ไหนถึงจะเป็นพิษต่อตับ จากการติดตามระดับยาในเลือดเฉลี่ยของประชากรทั่วไป หลังจากกินยาในขนาดปกติเข้าไปพบว่ามีค่าอยู่ระหว่าง 10 – 30 ไมโครกรัม ต่อมิลลิลิตร ซึ่งระดับที่อาจเป็นพิษต่อตับคือ มากกว่า 200 ไมโครกรัม ต่อมิลลิลิตร คิดแบบง่าย […]

elixer

4 September, 2007

Paracetamol

ได้อ่านบล็อกเรื่อง Paracetamol ยาสามัญประจำบ้าน ของหมอ X แล้วเกิดคันมืออยากเขียนถึงยาตัวนี้บ้าง เพราะยาที่แสนจะธรรมดา และถูกพูดถึงเวลาไม่พอใจโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นประจำ (โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เดิม) 30 บาทรักษาทุกโรค ไปหากี่ทีก็ได้แต่ยาพารา มีอะไรที่น่าสนใจตั้งหลายอย่าง จนคุณคาดไม่ถึง เริ่มจากยาต้นตำรับ (original drug) คือ Tylenol ซึ่งเป็นยา paracetamol ตัวแรกของโลก ส่วนยาที่ทำออกมาที่หลังเรียกว่ายาชื่อสามัญ (generic drug) หรือยา copy นั่นเอง เช่น ซาร่า หรือยาพาราองค์การเภสัชกรรม เป็นต้น สรรพคุณการรักษาก็รู้ๆ กันอยู่ว่า แก้ปวด กับลดไข้ ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่านี้ ขนาดการใช้ยาก็ 10 – 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง ให้ห่างกันทุก 4 – 6 ชั่วโมง ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการทำงานของไต […]

elixer

2 September, 2007