Tips for Medical Bloggers

September 2nd, 2008

Write as if your boss and your patients are reading your blog every day

  • ช่วงทำงานใหม่ เขียนไปโดยไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ แต่เดี๋ยวนี้ต้องคิดทุกครั้งก่อนเขียนและ publish บางทีเขียนจนจบแล้วต้องลบทิ้งเพราะนึกถึงข้อนี้แหละ

Comply with HIPAA

  • ปกติเวลานำเสนอเคสจะปกปิดแค่ ชื่อ กับที่อยู่ แต่พออ่าน HIPAA Rules ก็คิดว่าควรทำตามทั้งหมด เพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยแค่วันที่ผู้ป่วยมารับการรักษา ก็อาจทำให้ระบุตัวผู้ป่วยได้แล้ว

List your name and contact information

  • อันนี้ทำไว้แล้ว เพราะปกติ expert opinion ก็ความน่าเชื่อถือต่ำอยู่แล้ว ถ้าทำตัวเองเป็น anonymous บทความหลายๆ อันคงจะเสียเปล่า

If your blog is work-related, it is better to let your employer know

  • ตอนนี้พยายามเขียนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานที่ทำโดยตรง แต่พยายามเขียนในภาพของงานในวิชาชีพมากกว่า

Inquire if there are any blogging guidelines. If there are, comply with them strictly

  • คุ้นๆ ว่าเคยเห็นแต่จำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรบ้าง แล้วก็ไม่ได้ตาม คิดว่าเขียนโดยไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่นก็น่าจะพอมั้ง

Use a disclaimer, e.g. “All opinions expressed here are those of their
authors and not of their employer. Information provided here is for
medical education only. It is not intended as and does not substitute
for medical advice.”

  • อันนี้ขอคิดก่อน ไปดูตัวอย่างจากบล็อกของนายแพทย์วัลลภก็รู้สึกว่าละเอียดดี แต่อยากได้ประโยคที่มันกระชับกว่านี้

Get your blog accredited by the Heath on the Net Foundation

  • อันนี้รอเขียนบล็อกเป็นภาษาอังกฤษก่อน

เอามาจาก How to write a medical blog and not get fired?

Vicks Forehead Thermometer

August 29th, 2008

บรรยากาศร้อนระอุแบบนี้ รับเทอร์โมมิเตอร์น่ารักๆ สักอันมั้ยครับ

Kaz Inc. ได้นำเสนอเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้แบบใหม่ ที่ฉีกไปจากแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นแท่งๆ (แบบอมใต้ลิ้น เหน็บรักแร้ ก้น หรือส่องหู) แผ่นๆ (แบบแปะหน้าผาก) ออกมาเป็นเทอร์โมมิเตอร์รูปทรงคล้ายช้อน มีชื่อว่า Vicks Forehead Thermometer

จุดเด่นของมันคือรูปทรงที่น่าใช้ เหมาะกับเด็กๆ ที่มักจะกลัวอุปกรณ์การแพทย์ การใช้งานที่ง่ายเพียงแค่ลากอุปกรณ์จากท้ายทอยมายังหน้าผาก มันจะอ่านค่าความร้อนจากหลอดเลือดแดงที่ศีรษะ แสดงค่าเป็นองศาเซลเซียส พร้อมสีสามสีที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เขียว - ปกติ เหลือง - ต้องระวัง แดง - ดีใจจังไม่ต้องไปโรงเรียน

เทอร์โมมิเตอร์อันนี้ ออกแบบโดย Scott Henderson ได้ Medical Design Excellence Awards 2007 หมวด Over-The-Counter and self-care products ด้วย

Tuvie [via The Medical Quack]

Take before bedtime

July 23rd, 2008

รับประทานยานี้ก่อนนอน

คำสั่งที่ดูง่าย ใครอ่านก็เข้าใจ แต่คุณแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้อง

ก่อนนอนในความหมายของการกินยา จริงๆ แล้วมันไม่ค่อยจะเกี่ยวกับการนอนสักเท่าไหร่ แต่ที่ต้องระบุเป็นก่อนนอน มันมีสาเหตุมาจากการกินยาที่ต้องแบ่งกินวันละหลายๆ ครั้ง การบอกเป็นช่วงเวลานั้นทำให้ลำบากในการจำ และการกิน จึงต้องมีการนำไปผูกกับมื้ออาหารเพื่อให้สะดวกในการกิน ความหมายจริงของมื้อต่างๆ จึงเป็นดังนี้

  • อาหารเช้า -> ช่วงเช้า (ประมาณ 6.00 - 9.00 น.)
  • อาหารกลางวัน -> ช่วงกลางวัน (ประมาณ 11.00 - 13.00 น.)
  • อาหารเย็น -> ช่วงเย็น (ประมาณ 16.00 - 18.00 น.)
  • ก่อนนอน -> ช่วงกลางคืน (ประมาณ 20.00 - 24.00 น.)

จะเห็นว่าการบอกเป็นช่วง จะทำให้ช่วงห่างของการกินยาแต่ละมื้อไม่เท่ากัน อาจจะใกล้กันเกินไป หรือห่างเกินไป หรือถ้าจะให้แม่นยำโดยการบอกเป็นเวลา ก็ทำให้ยากในการปฏิบัติ (ลองกินยาที่ต้องทานวันละ 3 เวลา ตอน 8.00 13.00 18.00 ดูสักวันสองวันแล้วจะเข้าใจครับ)

แต่เนื่องจากการกินมื้อกลางคืน เราไม่เรียกว่าอาหารกลางคืน หรือจะเรียกเป็นอาหารค่ำมันก็ไม่ได้ช่วงเวลาที่ต้องการ และอาหารค่ำไม่ได้กินกันทุกคน ดังนั้นการบอกให้กินยาช่วงกลางคืน จึงกลายเป็นการบอกให้กินยาก่อนนอน ด้วยประการฉะนี้

แต่เข้าใจแนวคิดนี้แล้วก็ใช่ว่าจะกินยาได้อย่างถูกต้องนะครับ เพราะการกินยาต้องดูด้วยว่ายาที่กินนั้นเป็นยาอะไร ให้กินเพื่ออะไร โดยผมจะแนะนำวิธีใช้ยาก่อนนอนที่ถูกต้องของยาแต่ละะกลุ่มตามนี้ครับ

Read the rest of this entry »