Emergency Contraceptive Pills

August 11th, 2008

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน เรื่องที่ผมมักโดนถามประจำไม่่ว่าจะอยู่ร้านยา หรือโรงพยาบาล และส่วนใหญ่มักจะโดนถามตอนดึก (เรื่องปกติ) และบางทีก็โดนถามตอนกลางวัน (อันนี้ก็คงปกติมั้ง) ซึ่งจริงๆ แล้วคำถามทั่วไปเช่น วิธีใช้ ผลข้างเคียง ความเสี่ยงในการตั้งครภ์หลังใช้ สามารถหาคำตอบได้จากกูเกิล แต่บางคำถามอาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เลยลองรวบรวมไว้ดู อาจจะช่วยให้ถูกถามเรื่องนี้น้อยลง

ถ้าใช้บ่อยๆ จะเป็นอย่างไร
- ผลข้างเคียงทั้งหลาย จะมีโอกาสเกิดได้มากขึ้นครับ เหมือนกับการใช้ยาทั่วไป และรอบเดือนก็ต้องผิดปกติไปอย่างน้อย 1 รอบ เพราะระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติไปเพราะยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน (ผู้ใช้ประมาณ 50% รอบเดือนจะมาภายใน 3 สัปดาห์หลังใช้ยา)

และจากเหตุการณ์ต่อไปนี้

  1. มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้คุมกำเนิดเลย
  2. ถุงยางอนามัยแตก มีรูรั่ว หรือหลุด
  3. ลืมกินยาคุมไปหนึ่งถึงสองวัน
  4. ห่วงอนามัยหลุด, ลืมฉีดยาคุม, แผ่นแปะยาคุมหลุด
  5. ไม่แน่ใจว่านับระยะปลอดภัยคลาดเคลื่อนไปหรือเปล่า
  6. ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่เต็มใจ และที่สำคัญคุณไม่ต้องการตั้งครรภ์

คนที่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ในข้อ 2, 3, 4 และ 6 การใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน 1 ครั้งในชีวิตก็มากเกินพอแล้วครับ เพราะ 1 กับ 5 เป็นเหตุการณ์ที่คุณรู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยง การมาล้อมคอกทีหลังทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าวัวจะหายไม่ใช่เรื่องที่สมควรเลย

ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันอีกหลังจากทานยาครบคอร์สไป 1 วันต้องกินยาอีกหรือไม่
- กลไกการออกฤทธิ์คือการขัดขวาง 3 ทาง

  1. ขัดขวางการตกไข่
  2. ขัดขวางการผสมกันระหว่างไข่กับอสุจิ
  3. ขัดขวางการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้ว

จาก 3 กลไกนี้ ถ้าในครั้งนั้นป้องกันการตั้งครรภ์สำเร็จด้วยกลไกที่ 2 อย่างเดียว ถ้าหลังจากนั้นอีก 1 วันมีอสุจิเข้ามาใหม่การตั้งครรภ์ก็ยังมีโอกาสอยู่ ดังนั้นต้องกินเพราะเราไม่รู้ว่าในครั้งแรกป้องกันได้ด้วยกลไกใด

หลังจากรอบเดือนหมดไป 2 - 3 วันถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน มีโอกาสตั้งครรภ์หรือไม่

- อันนี้เป็นการใช้แนวคิดหน้า 7 หลัง 7 ซึ่งมีประสิทธิ์ภาพต่ำ ดังนั้นมีโอกาสตั้งครภ์อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าคุณจะมั่นใจว่ามีรอบเดือนที่สม่ำเสมอก็ตาม

ใช้เกิด 4 เม็ดต่อเดือน (2 คอร์ส) จะเป็นอันตรายมั้ย
- ข้อมูลล่าสุด ไม่มีข้อห้ามเรื่องนี้แล้ว แต่อย่างที่บอกไปในข้อแรก ใช้มากก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงมาก ทางที่ดีไม่ควรใช้เลย

ข้อแนะนำจากผมเอง
คู่รักที่ยังไม่แต่งงาน ถ้าคิดจะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่พร้อมที่จะมีลูก ควรป้องกันโดยวิธีที่ถูกต้อง เช่น ใช้ถุงยางอนามัย (ป้องกันการตั้งครรภ์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่ป้องกัน HPV ไม่ได้ เพราะ HPV ต้องป้องกันโดยการไม่มีเพศสัมพันธ์) หรือกินยาคุมกำเนิดแบบเม็ด (ป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างเดียว) แนะนำให้อ่านเรื่อง คุมแล้วยังจะท้องไม๊หมอ ของหมอแมว

ทิปเล็กๆ สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้คนรอบข้างรู้ว่าตนเองกินยาคุมกำเนิด ให้แกะเม็ดยาออกจากแผงใส่ซอง แล้วบอกคนอื่นว่าทานวิตามิน หรือไม่ก็บอกว่าทานยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิวก็ได้ เพราะเท่าที่ผมเจอหลายคนไม่ยอมกินยา แล้วยอมเสี่ยงกับการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เพราะสาเหตุนี้ ซึ่งผมคิดว่ามัันไม่คุ้มเลยครับ

อ้างอิง

  1. ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน. วารสารสาระยา
  2. Emergency Contraception
  3. Emergency Contraception Committee on Adolescence

ปล. 100% ของผู้ที่ถามเรื่องนี้กับผมเป็นผู้หญิง ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีกับเพศเดียวกันมากในเรื่องนี้ เพราะทำด้วยกันแท้ๆ แต่กลับให้ผู้หญิงต้องรับผิดชอบคนเดียว

ยาสามัญประจำโต๊ะทำงาน

August 4th, 2008

อยู่ดีๆ ก็นึกได้ว่ามียาสามัญประจำบ้าน แล้วทำไมจะมียาสามัญประจำโต๊ะทำงานบ้างไม่ได้ ลองค้นเรื่องนี้ดูแล้วในเน็ต ยังไม่เห็นมีใครเขียนเลย เลยย้อนกลับไปดูเรื่อง ยาสามัญประจำบ้าน แล้วเลือกเฉพาะยาที่ควรมีติดไว้ได้ออกมาประมาณนี้

  • Paracetamol ยาบรรเทาปวด ลดไข้พื้นฐานเอาไว้แก้ปวดหัว ปวดเล็กๆ น้อยๆ ลดไข้ ติดตัวไว้ 10 - 20 เม็ดกำลังดี โดยเลือกแบบที่เป็นแผงจะได้เก็บไว้ได้นาน กินครั้งละ 1 - 2 เม็ดเมื่อมีอาการ อยากรู้จักมันมากขึ้นแนะนำให้อ่าน Paracetamol [1, 2, 3]
  • Simethicone ยาแก้ท้องอืด แน่นท้อง เอาไว้เคี้ยวครั้งละ 1 - 2 เม็ดเวลากินอาหารเข้าไปมากๆ แล้วจุกแน่นท้อง แต่ถ้าปวดท้องเนื่องจากโรคกระเพาะอาหาร แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และแก้ไขให้ถูกต้องจะดีกว่า
  • ยาระบายมะขามแขก เอาไว้กินเวลาท้องผูก แต่ทางทีดี่กินอาหารที่มีกากใยมากๆ จะดีกว่า เพราะกินยาพวกนี้มากๆ ลำไส้จะติดนิสัยที่มียาคอยช่วย ต่อไปจะถ่ายเองลำบาก
  • Dimenhydrinate ยาแก้วิงเวียน เมารถ เมาเรือ เอาไว้กินเวลาวิงเวียน หรือเวลาเดินทางสำหรับคนที่เมารถง่าย
  • Chlorpheniramine (CPM) ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก สำหรับคนชอบมีน้ำมูกไหล เวลาอากาศเปลี่ยน หรือเป็นคนที่เกิดผื่นแพ้ได้ง่าย แนะนำให้ซื้อกระปุกขนาด 100 เม็ดติดตัวไว้เลย
  • Methyl salicylate cream ยาทานวดแก้ปวด เอาไว้นวดเวลาเมื่อยล้า จากการทำงาน เดี๋ยวนี้เห็นบางยี่ห้อทำแพ็คเกจน่าใช้ เหมาะสำหรับพกพาออกมาแล้ว ติดตัวไว้สักหลอดไม่เสียหายอะไร
  • พลาสเตอร์ปิดแผล เอาไว้เวลาเกิดแผลเล็กน้อย อันนี้สาวๆ ส่วนใหญ่คงพกติดตัวกันอยู่แล้ว แต่หนุ่มๆ พกเอาไว้ให้สาวๆ ส่วนน้อยบ้างก็ดีนะ

ยาเซ็ตนี้รวมราคาแล้วประมาณ 100 - 300 บาทขึ้นกับยี่ห้อยาที่คุณเลือกซื้อ มีติดโต๊ะ ติดตัวไว้ไม่เสียหาย แถมเป็นประโยชน์กับคนข้างเคียงด้วยนะครับ ส่วนผมไม่ต้องมีเพราะทุกวันนี้ ถ้าไม่สบายเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องตรวจแพทย์แล้วครับ

Take before bedtime

July 23rd, 2008

รับประทานยานี้ก่อนนอน

คำสั่งที่ดูง่าย ใครอ่านก็เข้าใจ แต่คุณแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้อง

ก่อนนอนในความหมายของการกินยา จริงๆ แล้วมันไม่ค่อยจะเกี่ยวกับการนอนสักเท่าไหร่ แต่ที่ต้องระบุเป็นก่อนนอน มันมีสาเหตุมาจากการกินยาที่ต้องแบ่งกินวันละหลายๆ ครั้ง การบอกเป็นช่วงเวลานั้นทำให้ลำบากในการจำ และการกิน จึงต้องมีการนำไปผูกกับมื้ออาหารเพื่อให้สะดวกในการกิน ความหมายจริงของมื้อต่างๆ จึงเป็นดังนี้

  • อาหารเช้า -> ช่วงเช้า (ประมาณ 6.00 - 9.00 น.)
  • อาหารกลางวัน -> ช่วงกลางวัน (ประมาณ 11.00 - 13.00 น.)
  • อาหารเย็น -> ช่วงเย็น (ประมาณ 16.00 - 18.00 น.)
  • ก่อนนอน -> ช่วงกลางคืน (ประมาณ 20.00 - 24.00 น.)

จะเห็นว่าการบอกเป็นช่วง จะทำให้ช่วงห่างของการกินยาแต่ละมื้อไม่เท่ากัน อาจจะใกล้กันเกินไป หรือห่างเกินไป หรือถ้าจะให้แม่นยำโดยการบอกเป็นเวลา ก็ทำให้ยากในการปฏิบัติ (ลองกินยาที่ต้องทานวันละ 3 เวลา ตอน 8.00 13.00 18.00 ดูสักวันสองวันแล้วจะเข้าใจครับ)

แต่เนื่องจากการกินมื้อกลางคืน เราไม่เรียกว่าอาหารกลางคืน หรือจะเรียกเป็นอาหารค่ำมันก็ไม่ได้ช่วงเวลาที่ต้องการ และอาหารค่ำไม่ได้กินกันทุกคน ดังนั้นการบอกให้กินยาช่วงกลางคืน จึงกลายเป็นการบอกให้กินยาก่อนนอน ด้วยประการฉะนี้

แต่เข้าใจแนวคิดนี้แล้วก็ใช่ว่าจะกินยาได้อย่างถูกต้องนะครับ เพราะการกินยาต้องดูด้วยว่ายาที่กินนั้นเป็นยาอะไร ให้กินเพื่ออะไร โดยผมจะแนะนำวิธีใช้ยาก่อนนอนที่ถูกต้องของยาแต่ละะกลุ่มตามนี้ครับ

Read the rest of this entry »