Half way

November 21st, 2008

ผ่านมาแล้วครึ่งทางกับการทำงานแบบหนักหน่วง ตามเป้าหมาย 3 ปีนี่ก็ผ่านมาแล้ว 18 เดือนกับการทำงานเดือนละ 29 - 30 วัน (ถ้าเดือนนึงมีมากกว่า 31 วันผมก็คงทำได้มากกว่านี้)

ผลเสียของการทำตามเป้าหมายนี้คือการเจ็บป่วยซึ่งล่าสุดผมก็พึ่งเป็นหวัด ไข้ขึ้นสูงไปอีก 1 วัน นับเป็นครั้งที่สามแล้วของชีวิตการทำงาน ดูๆ แล้วตัวเลข 6 เดือนต่อ 1 ครั้งก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับตอนเรียนที่ป่วยปีละครั้ง นับว่าสุขภาพแย่ลงเยอะ ซึ่งเกิดจากการที่ผมออกกำลังกายน้อยลงกว่าเดิม เลยโดนหวัดเล่นงานได้ง่าย

ถ้าเปรียบเป้าหมายการทำงานนี้ เทียบกับการขึ้นภูกระดึง ตอนนี้ผมก็ผ่านมาได้หลายซำแล้ว แต่ซำต่อๆ ไปมันจะลำบากมากกว่าเดิม บวกกับสภาพร่างกายตอนนี้ ตอนนี้เลยคิดว่าจะลดความเร็วลงหน่อยนึง โดยการเพิ่มวันหยุดมาอีกเดือนละ 1 วัน (ชีวิตผมตอนนี้ยังห่างไกลกับการทำงานแบบปกติอีกเยอะ ดูๆ แล้วมันเป็นการทำร้ายตัวเอง มากกว่าการทำงานนะเนี่ย)

ตอนนี้เลยเข้าใจแล้วว่าคนที่ทำงานในสายนี้ ทำไมถึงไม่ค่อยส่งเสริมให้ลูก หลานเข้ามาทำงานในสายนี้ (ในกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็น ต้องให้ลูกมาสืบทอดกิจการ)

จริงๆ แล้วเป้าหมาย 3 ปีของผมนี่ดูเด็กๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับพี่คนหนึ่งที่ทำงานหนัก และหนักยิ่งกว่าผมอีก แถมทำมาแล้วกว่า 10 ปี

ปล. พี่เค้าเป็นผู้หญิงนะครับ

Book Fair 2008/2

October 14th, 2008

งานหนังสือครั้งนี้ผมได้เตรียมการล่วงหน้าไว้ก่อน โดยการใช้วันลาพักร้อนไปเดินในวันธรรมดา เลี่ยงกับการเจอฝูงชนจำนวนมหาศาลในวันหยุด

ก่อนจะไปงานหนังสือ ก็แวะไปที่พารากอนก่อนเพื่อซื้อปากกา Lamy ที่คุณ pphetra แนะนำไว้เมื่อปีที่แล้ว

ผมเลือกซื้อรุ่น Tipo มาทั้งแบบพลาสติก และอะลูมิเนียมอย่างละแท่ง เอาไว้ใช้กับงานเขียนอย่างเดียว เพราะ refill แพงกว่า parker กว่าครึ่ง (135 บาท) งานขีดเพื่อตรวจสอบยา ใช้ปากกาแท่งละ 5 - 10 บาทเหมือนเดิม

ซื้อปากกาเสร็จก็ไปเติมพลังที่ Ootoya กินข้าวได้ 2 ถ้วยก็จุกแล้ว ต่อถ้วยที่สามไม่ไหว พออิ่มท้องก็ไปงานหนังสือ จนได้หนังสือมาตามนี้

หนังสือที่ตั้งใจไปซื้อจริงๆ มีแค่เล่มล่างสุด กับเล่มบนสุด ที่เหลือเป็นของแถมที่กินเงินมากกว่าเป้าหมายอีก

  • บาทิสต้า ผ่าตัดมรณะ ปริศนาการฆาตกรรมในห้องผ่าตัด หนังสือที่บังเอิญเจอตอนค้นข้อมูลการผ่าตัดแบบบาทิสตา ที่เห็นจากละครเรื่อง คุณหมอหัวใจแกร่ง
  • ทุนนิยมที่มีหัวใจ หนังสือของคนชายขอบ จริงๆ แล้วจะซื้อไทยแลนด์แดนสวรรค์ด้วย แต่ตอนอยู่ที่งานดันนึกชื่อหนังสือไม่ออก เลยได้มาเล่มเดียว 
  • นายธนาคารเพื่อคนจน คุ้นๆ ว่ามีใครเขียนถึง ดูชื่อคนเขียนจึงอ๋อ คนชายขอบนี่เอง
  • นักสืบเศรษฐศาสตร์ อ่านๆ ดูแล้วคิดว่าคงแนวๆ เศรษฐศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ของคุณนรินทร์ ก็เลยลองซื้อมาอ่านดู
  • ถอดดีเอ็นเอเทมาเส็ก หนังสือเก่าแล้ว แต่ผมยังไม่ได้อ่าน ลดราคา 50% ก็เลยเอามาซะเลย
  • Dance Dance Dance หนังสือของมุราคามิ สำหรับผมแล้วอ่านปีละเล่มกำลังดีครับ คุ้มมากเล่มละ 50 บาท อ่านทีงงเป็นเดือน

ส่วนเซ็ตนี้ ซื้อเก็บไว้ใช้ในแผนตะลุยเที่ยวหลังแต่งงาน

หนังสือที่ซื้อมี 3 เล่ม แต่อีก 2 เล่ม ร้านแถมมาให้

สรุปแล้วงานนี้เสียหายค่าหนังสือไปประมาณ 2,000 บวกกับค่าปากกาอีก 1,200 หมดค่าเวรไปประมาณ 2 คืน แล้วก็ต้องเตรียมตัวเสียเงินต่อ กับงานของเครือสหพัฒน์พิบูลย์เดือนหน้าอีก (เครื่องแต่งกาย และของใช้)

เพิ่มเติม ลืมไปว่าไปจอง Xenocide มาด้วย เห็นบอกว่าจะได้ประมาณงานหนังสือปีหน้า

Quote

September 16th, 2008

การทุ่มเทเวลาให้กับงานจนลืมให้ความสําคัญกับตัวเอง ไม่ใช่การใช้ชีวิตที่ถูกต้องเพราะเวลาที่เราเจ็บป่วย ก็จะมีแต่คนที่เรารักเท่านั้นคอยดูแล หากเหตุผลของการทํางานหนักคือเพื่อเลี้ยงดูลูกเมีย ในที่สุดแล้วผลที่เกิดขึ้นก็จะมีแต่ลูกเมียเท่านั้นที่ได้รับความทุกข์นี้

การจัดสรรชีวิตเป็นเรื่องที่สําคัญ โปรดรู้ไว้ว่า การนอนชดเชยไม่มีจริงในชีวิตนี้ การสูญเสียการนอนไปแล้วชดเชยด้วยการนอนสองเท่าไม่ได้ นาฬิกาชีวิตมันผ่านไปแล้ว ชีวิตในเวลานั้นๆ มันต้องพัฒนาม้าม มันต้องพัฒนาลําไส้ เราต้องเข้าใจกลไกของชีวิต เข้าใจกลไกของร่างกายเข้าใจวิธีการที่จะดูแลตัวเองให้อยู่ไปนานๆ ทุ่มเททํางานได้ แต่อยากจะทําไปอย่างนี้ได้นานๆไหมถ้าอยากทําควรจะใส่ใจตัวเองให้มากกว่านี้

บทสัมภาษณ์ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร บางส่วนในนสพ.คมชัดลึก 29 ก.ย.2548