Hiranwong
Posts tagged my self
Divine and conquer
Jul 2nd
ได้อ่านเรื่อง Divide and conquer ของคุณเม่นมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้เขียนถึงซะที เพราะปกติชอบใช้สัญชาตญาณ จัดการกับเรื่องราวที่เข้ามาในชีวิตไปเรื่อยเปื่อย พอได้ทบทวนก็พบว่าเสียเวลา และพลังงานไปกับเรื่องราวที่แก้ไม่ได้ตั้งมากมาย
แต่หลังจากพยายามพูดคุยกับตัวเองให้มากขึ้น เวลามีเรื่องราวต่างๆ เข้ามาในชีวิต จึงได้ลองนำวิธีของคุณเม่นไปใช้จัดการกับเรื่องราวของตัวเอง และคนอื่น หลังจากลองใช้อยู่ระยะหนึ่ง พบว่าผมนำวิธีไปจัดการกับเรื่องราวของคนอื่นเช่น คนไข้ ได้ค่อนข้างดี เพราะแยกแยะว่าเรื่องใดเป็น “กฎ” เรื่องใดเป็น “ปัญหา” ได้ชัดเจน แต่พอถึงคราวต้องจัดการกับเรื่องราวของตัวเอง มักจะเกิดอคติจัดทุกเรื่องราวให้เป็น “ปัญหา” เกือบทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่น่าจะเยอะขนาดนี้ เพราะผมไม่ได้มีความสามารถที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างในโลกได้ ซึ่งมันส่งผลให้ผมต้องหมกมุ่นกับการพยายามแก้ “ปัญหา” หลายอย่าง ที่ควรจะเป็น “กฎ” ตั้งแต่แรก
ถ้าวนลูปแค่ครั้งเดียวก็ยังไม่เสียหายเท่าไหร่ แต่กับบางเรื่องผมก็พยายามซ้ำแล้ว ซ้ำอีก จนเรื่องราวใหญ่โตขึ้นแทนที่จะลดลง ซึ่งผลนี้เกิดจากการไม่ทำตามวิธีนั่นเอง ก็เลยต้องย้อนกับมาดูที่ตัวเอง ว่าทำไมถึงจัดการกับเรื่องราวของตัวเองได้ไม่ดี เหมือนกับจัดการเรื่องราวของคนอื่น เลยพบว่าเวลามองเรื่องราวคนอื่น ผมจะมองในฐานะ “คนนอก” ทำให้ทำตามวิธีได้ดี แต่พอมองเรื่องราวของตัวเอง ผมกลับไม่ได้มองในฐานะ “คนนอก” เข้าข้างตัวเองมากเกินไป เลยเกิดความลำเอียงในการตัดสินใจ
ทางแก้ก็คือต้องมองเรื่องราวของตัวเองในฐานะ “คนนอก” ให้ได้ ซึ่งการทำให้ได้แบบนั้นผมก็รู้จักอยู่ 1 วิธีนั่นคือ การดูจิต ที่ฝึกสังเกตการณ์จิตของเรา โดยไม่เข้าไปแทรกแทรงหรือควบคุมมัน ซึ่งน่าจะนำมาปรับใช้กับวิธีนี้ได้ ซึ่งมันก็ใช้ได้ดีจริงๆ และคงจะดีกว่านี้มาก ถ้าผมพยายามฝึกให้มากกว่านี้
ผมอาจจะใช้วิธีนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็แก้ปัญหาของคนไข้ได้หลายคนเพราะวิธีนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านเจ้าสำนัก ที่เขียนวิธีดีๆ แบบนี้ให้ผมได้นำมาใช้ครับ
I am neither red nor yellow but I am thai
Apr 12th

[picture from pantip.com]
หลังจากโดนผลกระทบจากฝั่งเหลืองไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุดโดนจากฝั่งแดงบ้างเริ่มจากวันที่ 9 วันที่ปิดถนนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำให้การเดินทางโดย MRT ของผมจากเดิมที่คนก็เยอะอยู่แล้ว ต้องเยอะมากขึ้นไปอีก (ต้องต่อแถวซื้อเหรียญนานกว่า 15 นาที)
วันที่ 10 ก่อนจะกลับชลบุรีก็ภาวนาไว้แล้วว่าอย่ามาปิดทางกลับบ้านผมเลย ออกจากสุขุมวิท 20 มาได้แปปนึงก็เจอการปิดแยกสุขุมวิท 71 ทั้งสองฝั่ง ทำให้คนที่รู้เส้นทางในกรุงเทพน้อยนิดอย่างผม ต้องวิ่งกลับไปเอกมัยไปออกมอเตอร์เวย์เพื่อกลับบ้าน (ยังดีเป็นช่วงมอเตอร์เวย์ยกเว้นค่าธรรมเนียมพอดี เลยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย)
วันที่ 11 หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเหลืองกับน้ำเงิน มีคนเจ็บหลายคน คณะของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาที่โรงพยาบาลผมด้วย ตอนแรกนึกว่างานจะเข้าคนเจ็บเทมาที่โรงพยาบาลผม ที่ไหนได้วันนี้ไปไม่เจอสักราย เพราะแบ็คของเสื้อแดงเค้าส่งคนเจ็บไปรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในพัทยาหมด โรงพยาบาลผมเลยรอดไป (ไม่ได้กลัวคนไข้เยอะ เพราะเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว แต่กลัวมาตีกันที่โรงพยาบาลมากกว่า)
แต่ในโชคร้ายก็มีโชคดี(หรือเปล่า) เพราะเมื่อวานมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่เมืองพัทยา และจ.ชลบุรี ทำให้ผมที่เป็นข้าราชการในพื้นที่ได้อายุราชการเพิ่มขึ้น 2 เท่า เพิ่มมาอีก 1 วันน่าดีใจจังเลย (ไม่แน่ใจว่าช่วงสั้นๆ แบบนี้เค้าจะให้จริงหรือเปล่า แต่พี่ในโรงพยาบาลเค้าคุยเล่นกันขำๆ)
แต่ยังไงก็ตามผมเป็นคนไทย ไม่ได้เป็นเผ่าพันธ์เสื้อมีสีครับ
Bookfair 2009/1
Apr 12th

งานหนังสือปีนี้ได้หนังสือตามที่ตั้งใจไว้ 4 เล่มคือ
- xenocide หรือ วิถีล้างพันธ์ ของ Orson Scott Card
- เศรษฐศาสตร์แห่งชีวิต | The Logic of Life ของ tim Harford
- คน(ไม่)สำคัญ
- และ วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน 2 ของคุณสฤณี
พลาดความมั่งคั่งปฏิวัติ | Revolutionary Wealth ของ Alvin & Heidi Toffler ที่ของหมดกับ รวมเด็ดเคล็ดลับ 101 Tips & Tricks PHP ของคุณ Roofimon ที่เดินหาไม่เจอ
แต่ที่ปลื้มสุดคงเป็นลายเซ็นต์ของคุณสฤณี ที่ตอนแรกคาดว่าคงไม่เจอเลยไม่ได้สนใจว่ามีใครอยู่ในบูต เลยอึ้งไปตอนโดนถามชื่อเพื่อเอาไปเซ็นต์ให้ เสียดายตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อ เศรษฐศาสตร์แห่งชีวิต เลยรีบไปซื้อกะจะเอามาให้เซ็นต์ด้วย ปรากฏว่าไม่อยู่ซะแล้ว

