Syringe and needle

October 2nd, 2008


[ภาพโดย prashant_zi ]

ชื่อ: Syringe and needle (กระบอก และเข็มฉีดยา)
ข้อบ่งใช้: ใช้โยกย้ายถ่ายเทยาที่อยู่ในรูปของเหลว ไปผสมกับยาด้วยกัน หรือไปผสมกับน้ำเกลือ
ข้อห้ามใช้: ผู้ที่มีอาการกลัวเข็ม กลัวของแหลม แพ้พลาสติก
ขนาดการใช้: คืนละ 0 - 4 ครั้ง ขนาดสูงสุดไม่เกิน 10 ครั้งต่อคืน เพราะถ้ามากกว่านี้ คงไม่ต้องนอนกันแล้ว
ผลข้างเคียง: ค่าเวรลดลง (เมื่อทำขวดยาแตก) เลือดออกตามนิ้ว หรือมือ (เพราะโดนเศษแก้วบาด หรือเข็มตำมือ)
ตัวแปรที่ต้องติดตาม: เวลาที่ใช้ในการเรียกสติเพื่อเตรียมผสมยา (ต้องแปรผกผันกับจำนวนครั้งที่ผสมยา)

ด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่าง JCI ทำให้ผมได้กลับมาคุ้นเคยกับเข็มฉีดยาอีกครั้ง หลังจากห่างเหินไปเกือบ 3 ปี ตั้งแต่ฝึกงานผสมยาเคมีบำบัด

Sofamycin

September 23rd, 2008
Sofamycin

ชื่อ: Sofamycin (ชื่อสมมติ)
ข้อบ่งใช้: สำหรับนั่งเล่น นอนเล่น หรือนอนจริงๆ
ข้อห้ามใช้: ผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง และผู้ที่นอนดิ้น
ขนาดการใช้: เดือนละ 4 - 8 ครั้ง ขนาดสูงสุดไม่เกิน 15 ครั้งต่อเดือน เพราะถ้ามากกว่านี้บ้านจะกลายเป็นที่เก็บของมากกว่าที่พักผ่อน
ผลข้างเคียง: ปวดเมื่อยตามตัว นอนไม่เต็มอิ่ม
ตัวแปรที่ต้องติดตาม: ชั่วโมงนอนสะสม และจำนวนครั้งที่โดนเรียก

ช่วงครึ่งปีหลังนี้ใช้มันมากจนนึกว่าเป็นของเราซะแล้ว (จริงๆ แล้วเป็นคนที่ใช้มันมากเป็นอันดับสาม)

First night time pharmacist

July 1st, 2007

เภสัชกรเวรดึก ในที่สุดมันก็มาถึง วันนี้แล้วนะสิ

บทนำ

วันนี้ตื่นแต่เช้าเตรียมตัวไปทำบุญ ที่วัดหลวงพ่อโสธร
ขับรถชั่วโมงกว่าจากศรีราชาก็ถึงฉะเชิงเทราแล้ว

ไปถึงแล้วก็เซ็งกับจำนวนรถอันมหาศาลของคนที่มาทำบุญ ก็เลยไปรับเพื่อนที่โรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา ไปกินข้าวกลางวันริมแม่น้ำิที่ตลาดบ้านใหม่ก่อน

ตกบ่ายก็ไปที่วัด หาซื้อลอตเตอรี่เลขท้ายรถ ซึ่งก็ได้มา 1 ใบ (ซื้อขำๆ ครั้งเดียว ไม่อยากซื้อเป็นชุด ) แล้วก็ไปไหว้พระ ปิดทองกับหลวงพ่อโสธรองค์จำลองตามสเต็ป แล้วก็เข้าไปไหว้องค์จริงที่โบสถ์หินอ่อนสุดอลังการ ราคาเป็นร้อยล้าน

ไหว้พระเสร็จก็กลับไปส่งเพื่อน แล้วขากลับก็แวะที่จุดพักรถบนมอเตอร์เวย์ เพื่อไถ่เอาใบขับขี่ที่ถูกยึดไปคืนมา เสียค่าปรับไปซะสองร้อย

กลับมาถึงห้องก็เปิดคอมมาเขียนบล็อกไปหนึ่งเอนทรี่ แล้วก็ต้องรีบร้อนแต่งตัวไปทำงาน

อ่านบันทึกการเดินทางแบบละเอียดกว่า พร้อมรูปได้ที่
Taro Story~~~* : เที่ยวอีกแล้ว ที่ฉะเชิงเทรา

เริ่มเรื่อง

17.00 มาถึงโรงพยาบาลแล้ว มีเภสัชกรฟุลไทม์ กับพาร์ทไทม์อยู่อย่างละคน รวมผมอีกคนเป็นสามคน
เย้ นับเลขเก่งจังเลยเรา

18.00 คนไข้ยังมาเป็นระยะๆ เภสัชกรยังอยู่ 3 คนเหมือนเดิม

19.00 คนไข้ญี่ปุ่นเมื่อวานกลับมาเอายาแล้ว ปิดเคสนี้ได้ซะที - คนไข้ถามว่าแพทย์นัดอีกทีเมื่อไหร่ เอาไงดีหว่า ล่ามก็กลับบ้านไปแล้ว ผมก็เลยหน้าด้านตอบเป็นภาษาไทยไป โชคดีคนไข้เข้าใจไปแบบงงๆ (พอดีในใบนัด มันมีวันที่หลายอัน ผมก็เลยชี้อันที่เป็นวันนัดให้เค้าดู)

20.00 เฮ้ย! เหลือเราเป็นเภสัชกรคนเดียวแล้ว คนอื่นลงเวรกันหมดแล้วอะ

21.00 ฝนตก ไฟดับไปจึ๊กนึง ทำเอา print server พังไปพักนึง เลยต้องใช้ manual typing พิมพ์สติ๊กเกอร์ให้คนไข้ไป 1 เคส

22.00 ผ่านไปสองชั่วโมงเจอคนไข้ฉุกเฉินมารับยา 3 เคส คุณเภสัชกรยังสดใสอยู่

22.30 printer เสียงดังสนั่น OR กับ ICU เบิกยามาซะเพียบ วอร์ดอื่นก็เบิกยาผู้ป่วยรับใหม่กัน มันอะไรกันนี่ จะรับน้องกันรึไง

23.00 ห้องเริ่มเงียบลง แต่ก็ยังมีวอร์ดต่างๆ เบิกยากันมาเป็นระยะห่างๆ

23.30 ห้องเงียบแล้ว แต่เรายังไม่ง่วง นั่งเล่นเน็ตไปเรื่อยๆ ดีกว่า

24.00 นอนเอาแรงดีกว่า

00.45 โดนปลุกมาเช็คยารอบแรก

02.30 โดนปลุกมาเช็คยารอบสอง รอบนี้ยากองเป็นตั้งใช้เวลาเช็คไปครึ่งชั่วโมง - เบื่อกับระบบเก็บเวลาตลอดการทำงานจริงๆ เช็คใบยาไปใบนึงก็ต้องเอาไปเข้าเครื่องตอกเวลา ทำอย่างนี้ซ้ำๆ กว่าสี่สิบใบน่าเบื่อมาก

04.30 ตื่นมาจ่ายยา 1 เคสแล้วก็นอนต่อ - เคสนี้เป็นเด็กปวดท้องมา จ่ายยาให้แม่เด็ก เค้าก็พยักหน้ารับว่าเข้าใจ สงสัยเห็นเภสัชคนนี้งัวเงียจะแย่ เลยไม่อยากถามอะไรเพิ่ม

06.30 ตื่นแล้ว รอลงเวร - จริงๆ แล้วโดนปลุกมาเช็คยาที่พยาบาลมาเบิก ซึ่งจริงๆ แล้วผมควรจะตื่นมาตั้งแต่ 6 โมงแต่ดันลืมตั้งนาฬิกาปลุก เลยเกือบนอนจนเลยเวลาลงเวรไปซะแล้ว

07.00 ลงเวรแล้ว เสร็จสิ้นซะทีเวรดึกครั้งแรก

สรุป

ตอนแรกว่าจะเขียนให้เป็นเรื่อง เป็นราว แต่เอาเข้าจริงแล้ว อยากนอนมาก เขียนได้บรรทัดนึงก็สุดๆ แล้ว พี่ผู้ช่วยยังงงอยู่เลยว่า ทำไมทุกครั้งที่ถูกปลุก แล้วจะนอนต่อต้องมาทำอะไรแก๊กๆ ตรงคอม (พอดีโซฟาที่ใช้นอน มันอยู่ติดคอมเลยเขียนบล็อกได้สะดวก)

ตัวเอน คือส่วนที่พึ่งมาพิมพ์เพิ่มทีหลัง