With great power comes great responsibility

วันนี้ว่างๆลองมาเขียนเรื่องนี้หน่อยคือมันค้างคาใจตัวเองมานานแล้ว ว่าทำไมต้องยอมรับคำขอของคนอื่น ทำงานให้คนอื่นอยู่เรื่อยไป แต่จะใช้คำนี้ “With great power comes great responsibility” ก็ออกจะเกินไปหน่อยเพราะผมไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมาย ไม่ใช่ spiderman หรือพวก marvel super hero แค่มีความสามารถ ในบางด้านมากกว่าเพื่อนๆหน่อยบวกกับมีเวลาว่างมากกว่าคนอื่นเล็กน้อย (ว่างจริงๆหรือ) ไม่ขอบอกแล้วกันว่างานที่เพื่อนๆมักขอให้ทำคืออะไร แต่จะพูดถึงเรื่องที่ว่าทำไมผมถึงยอมรับทำงานตาม request เพื่อนง่ายๆ หรือไม่ยอมช่วยเรื่องบางเรื่อง หรือ ไม่ช่วยบางคน 1. ผมชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยเฉพาะถ้างานนั้นเค้าไม่สามารถทำได้ แต่ผมทำได้สบายๆ แล้วผมจะมีความสุขถ้าเห็นเพื่อนๆดีใจที่ผมยอมทำงานนั้นให้(+) แต่มองอีกด้านหนึ่ง ถ้าเพื่อนๆไม่มีปัญหาก็จะไม่นึกถึงผมจนผมรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ว่าถ้าไม่มีปัญหานี่คงไม่นึกถึงผมใช่มั้ย ไม่รู้ว่าอันนี้ผมเรียกร้องมากเกินไปหรือเปล่า แค่ให้นึกถึงกันบ้างเวลาที่ไม่มีปัญหา(-) แต่ถ้าเป็นเพราะเรื่องนี้ผมเลยไม่ยอมช่วยงานเค้า ผมก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน (-) 2. เมื่อนึกถึงตัวเองเวลาไปขอให้คนอื่นช่วยอะไรแล้วเค้ายอมช่วยเรา เราจะรู้สึกดีใจมาก จนไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร (+) แต่ถ้าเค้าไม่ยอมช่วยเรา ผมก็ไม่ได้โกรธอะไร เพราะเราเป็นคนมาขอร้องเราเค้า จะหาเรื่องโกรธเค้าทำไม (0) 3. ถ้างานนั้นเค้ากับผมทำได้พอๆกันแต่เค้ามาขอร้องเพราะเค้าไม่ว่างหรือขาดทรัพยากร ผมก็จะดูก่อนว่าผมว่างอยู่หรือเปล่า ถ้าว่างก็จะทำให้ แต่ถ้าไม่ว่างก็จะไม่ทำให้ แต่จะให้ยืมทรัพยากรได้ […]

elixer

7 September, 2005

ไปงานประกวดนวัตถกรรมที่เชียงใหม่ (3)

วันที่ 19 วันนี้สุดจะเซ็งเลยไม่มีอะไรจะทำจริงๆ กรรมการก็ไม่มีมาตรวจแล้ว พี่ก็อบเลยนั่งเปิดโน้ตบุค ดูหนังฟังเพลงฆ่าเวลากันไปเรื่อยๆ ส่วนผมก็เอา e-book มาอ่านเล่นอ่านไปได้ร้อยกว่าหน้า เพราะมันว่างจริงๆ วันนี้เลยเก็บของเร็วหน่อยแค่บ่ายสามก็กลับมานอนกันแล้ว กลับมาก็เอาแคบหมูที่เป็นของฝากมานั่งกินเล่นกันจนหมดไปหนึ่งถุงใหญ่ หิ้วท้องรอกันจนเกือบสองทุ่ม พี่โป้งที่เป็นรุ่นพี่พี่ก็อบที่เคยทำงานอยู่สภานิสิต มาพาไปเลี้ยงก่อนกลับ โดยไปกินหมูจุ่มที่ร้าน “หมูจุ่มฟ้าธานี” แล้วก็ไปกินนม ที่ร้าน “มนนมสด” หลังมอแล้วก็กลับมานอนสลบเหมือนเดิม วันที่ 20 วันนี้เช็คเอ้าท์แต่เช้าแล้วก็ไปนั่งเซ็งรอประกาศผล สรุปแล้วทุกทีมได้รางวัลกันหมด แล้วก็ผ่านเข้ารอบไปประกวดต่อที่ อิมแพคเมืองทองธานี ตอนเดือนตุลาคมด้วย รับรางวัลเสร็จก็กลับเลย คิดถึงมอจะแย่อยู่แล้ว ขากลับก็แวะซื้อของที่ฝากที่ลำปางอีก เลยได้แคบหมูมาอีกถุงยักษ์ ถึงมอซะห้าโมงเย็นกว่าจะขนของกลับหอได้แทบแย่ต้องใช้รถมอเตอร์ไซต์ตั้งสามคัน เฮ้อหมดแล้วขี้เกียจพิมพ์ ปล. แมนยูชนะ 1-0 เกือบเสมอซะแล้ว

elixer

21 August, 2005

ไปงานประกวดนวัตถกรรมที่เชียงใหม่ (2)

วันที่ 18 วันนี้ตื่นแต่ตีห้าครึ่งมานั่งทำโบรชัวร์ต่อจนเสร็จ แล้วก็ขนของไปที่แสดงผลงานตอนแปดโมงครึ่ง ไปกันแบบบ้าหอบฟางมาก โน้ตบุคสาม เคสพีซีหนึ่ง ไปเซตกันสถานที่จริงกว่าจะเสร็จก็ปาไปเกือบห้าโมงเช้าแล้ว ทำเสร็จแล้วก็ต้องคอยเฝ้าของกันดีๆเพราะมูลค่ารวมของทรัพย์สิน ในบูทนี่ตกแสนกว่าๆเลย หายไปมีร้องให้แน่ ช่วงแรกๆก็มีแต่เด็กเดินผ่านไปผ่านมาเห็นโปสเตอร์แล้วก็เดินผ่านเพราะไม่เข้าใจ แล้วพวกผมก็ไม่ให้เล่นคอมด้วย มีที่ไหนเห็นคอมจะขอเล่นเกมอย่างเดียวเลย ทีนี่พอกรรมการมาให้คะแนนเครียดเลย พี่ก็อบก็รับหน้าที่ตอบคำถามคนเดียว เพราะผมไม่ใช่เจ้าของผลงานจะตอบได้ไง ฮ่าๆๆ สรุปแล้วกรรมการมีสามท่านแต่มาตรวจแค่สองท่านเองไม่รู้อีกท่านหายไปไหน ตอนบ่ายเริ่มเซ็ง เลยขอพี่ก็อบออกไปเดินเล่นดูว่ามีงานอะไรบ้าง เพราะงานนี้จัดอยูในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ของมช. เดินวนไปวนมารอบคณะวิทยาศาตร์ แล้วก็แวะถ่ายรูปบ้างแต่ถ่ายได้ไม่ค่อยเยอะ เพราะฝนมันตกพรำๆกลัวกล้องจะพัง ไม่กล้าเอาออกมาถ่าย ตกเย็นก็เก็บของกลับที่พัก แล้วผมก็แยกกลับพี่ก็อบไปส่งเพื่อนๆที่จะกลับกันก่อน เพราะเค้าลางานกันมาได้แค่สองวัน ก่อนกลับก็ไปแวะซื้อของฝากที่ตลาดวโรรส ซึ่งน้ำไม่ท่วมแล้ว แต่ยังแฉะอยู่หน่อยๆ ก็ได้แคบหมู กาละแมร์ หมูยอ ติดไม้ติดมือกลับมาถุงเบ้อเริ่ม กลับมาถึงที่พักพี่ก็อบก็ชงนออกไปกินสเต็กบุฟเฟห์ โดยวันนี้ไปกินที่ร้าน “สเต็กเชิงดอย” ใกล้ๆกันกับร้านหมูกระทะเมื่อวานนั่นแหละ กินกันจนอิ่มแล้วก็ต่อด้วยการไปกินนมที่ร้าน “milk zone” ซึ่งบรรยากาศดี สาวๆก็เยอะ เลยอิ่มทั้งท้องและตา กลับมาได้พักนึงก็นอนสลบเพราะวันนี้ไม่มีอะไรต้องทำแล้ว

elixer

21 August, 2005

ไปงานประกวดนวัตถกรรมที่เชียงใหม่ (1)

วันที่ 17-20 ที่ผ่านมาได้ไปงานประกวดนวัตถกรรมแห่งประเทศไทยระดับภูมิภาค ที่เชียงใหม่มาโดยครั้งนี้ไปในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่ได้เป็นคนเอาผลงานไปประกวด เพราะโครงงานผมพึ่งจะเริ่มทำเองกำหนดส่งตั้งปีหน้านู่น เจ้าของโครงงานตัวจริงคือพี่ก็อบรุ่นพี่ปี 6 โดยโครงงานเป็น Software HIS ชื่อ NuHosPlus วันที่ 17 ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยตอนเก้าโมงกว่า กว่าจะเอาของจากหอมาขึ้นรถตู้ได้นี่เกือบแย่เหมือนกัน แค่สัมภาระผมก็แย่แล้วไหนจะกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ กระเป๋าโน้ตบุค เคสคอมพิวเตอร์ ส่วนพี่ก็อบก็ต้องขนทั้งโปสเตอร์ที่จะเอาไปติดที่งาน กระเป๋าเดินทาง โน้ตบุคสองเครื่อง กล้องสองตัว (บ้าหอบฟางกันจริงๆ) เดินทางกันแบบสบายๆด้วยรถตู้มอสองคันเพราะมีคนไปประมาณสิบกว่าคนเอง มีเพื่อนคณะวิทยา สหเวช แล้วก็อาจารย์ พี่เจ้าหน้าที่ตึกมิ่งขวัญ ไปถึงเชียงใหม่ประมาณบ่ายสาม ถึงแล้วก็ไปที่ตึกแสดงผลงานคือ ตึก 40 ปี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนเลย เพื่อติดโปสเตอร์แล้วก็ตกแต่งบอร์ด กว่าจะเสร็จก็ปาไปเกือบห้าโมงเย็น ถึงได้เข้าที่พักคือศุนย์บริการวิชาการมช. หรือ uniserv ซึ่งสภาพห้องก็โอเคดีครับ น่าอยู่กว่าห้องพักผมที่มออีก ตกเย็นก็ออกไปหาอะไรกินตามความต้องการของพี่ก็อบคือหมูกระทะ เลยไปกินที่ร้านหมูกระทะ “ซุ้มสบาย” แถวๆมอนี่เอง กินเสร็จก็กลับมาเตรียมเครื่องเซอเวอร์สำหรับโชว์โปรแกรมในวันรุ่งขึ้น ปวดหัวกับ appserv มากลงกันสารพัดเวอร์ชันเลยสรุปแล้วเวอร์ชันที่ไม่มีปัญหา คือเวอร์ชันล่าสุด ลืมบอกตอนแรกมีปัญหาที่ตัวเซอเวอร์คือมีแต่เคสไม่มีจอ […]

elixer

21 August, 2005

Hyper tranfer

ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่องไปเชียงใหม่ก่อน แต่พึ่งผ่านเหตุการณ์ตื่นเต้นมาคือไปส่งพี่ก็อบขึ้นรถกลับอุบล ไปแบบรีบมาก ไปด้วยมอเตอร์ไซต์สองคันช่วยกันขนสัมภาระ และของฝากจากเชียงใหม่ ไปกันเร็วมากแบบว่าเหลือเวลายี่สิบห้้านาที ต้องไปจากมอให้ถึงศุนย์ท่ารถให้ทันเวลา (80-100 km/hr ในเมือง) พี่ก็อบขี่นำเราก็ขี่ตาม แล้วพี่ก็อบก็วิ่งผ่านสี่แยกแบบหวุดหวิดแต่เราคันตามหลัง มันไม่หวุดหวิดนี่ ฝ่าไฟแดงเต็มๆเลยๆ เกือบโดนรถยนต์เอาไปกินแล้ว อีกทีตอนใกล้ถึงศูนย์จะเข้าเลนส์ขวา แต่มองไม่เห็นรถหลังเพราะเสื้อคลุมมันบัง ด้านข้างเอาไว้ มองกระจกข้างเลยไม่เห็น เลยเกือบจะโดนเอาไปกินอีกรอบ สุดท้ายก็ถึงศูนย์ทันเวลา รถเข้าช้าอีกต่างหากไม่น่ารีบเลย ตอนนี้ใจยังสั่นๆอยู่เลยอุตส่าห์รอดกลับมาจากเชียงใหม่ได้ แต่เกือบจะต้องมาตายง่ายๆที่พิษณุโลกซะแล้ว

elixer

21 August, 2005

ของเก่า

ของเก่าที่ว่าไม่ใช่ของโบราณคร่ำครึอะไรนะ มันคือ กล่องกระดาษลูกฟูกนี่เอง พอดีอยู่บ้านช่วยแม่ทำงาน แล้วเห็นไอ้กล่องนี่มันกองอยู่เลอะเทอะไม่เป็นระเบียบ ผมก็เลยช่วยมัดเก็บเป็นมัดๆแล้วกองไว้ แล้วก็ขนขึ้นรถไปร้านขายของเก่า แล้วก็ขายไปได้เงินมานิดหน่อยเกือบๆ 500 เอง ก็กล่องตั้งร้อยกว่ากิโล ขายได้โลละสี่บาท 100กว่า คูณ สี่บาท = เกือบห้าร้อย งงละสิว่าทำไมบ้านผมกล่องกระดาษเยอะจัง ก็จะไม่ให้เยอะได้ไง บ้านผมขายของส่งนี่ แล้วของส่วนใหญ่มันก็บรรจุมาในกล่องพวกนี้ เอาของขายไปมันก็เหลือกล่อง ทิ้งไว้ก็เลอะเทอะผมก็เลยช่วยเก็บไปขายซะ แต่ขายไปแล้วแม่พึ่งบอกว่าถ้าไปขายอีกร้านหนึ่งที่ต้องขับรถไปประมาณแปดกิโล จะขายได้กิโลละสี่บาทห้าสิบ 100กว่า คูณ สี่บาทห้าสิบ = ห้าร้อยกว่า โอ้ยเสียดายไม่น่าขี้เกียจขับรถเลย ดันเอาไปขายร้านใกล้ๆบ้านได้เงินน้อยลงไปเกือบร้อย แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยววันหลังกลับบ้านอีกค่อยเอาไปขาย แตตอนนี้่ปวดขามากเลย เดินไปเดินมาเพื่อรวบรวมกล่องพวกนี้เนี่ย (อย่าลืมกล่องน้ำหนักรวมร้อยกว่าโล คิดเอาเองมันมากแค่ไหน จะให้เห็นภาพเลย คือยัดใส่ท้ายรถกระบะที่มีหลังคาได้เต็มพอดี ) ต้องโทษความงกของตัวเองด้วย ไม่ให้น้องช่วย เพราะไม่อยากแบ่งเงิน ปล. กลับมอแล้ว หลังจากไปอยู่บ้านได้สองวันสองคืน

elixer

14 August, 2005
1 201 202 203 204 205 206