จุดเปลี่ยนในชีวิต

บันทึกเรื่องราวกว่าจะมาเป็นเภสัชกรโรงพยาบาลได้แรงบันดาลใจจาก  Nopadol’s Story:  EP 406 12 เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต (https://www.podbean.com/media/share/pb-j4cck-bb86a8)

elixer

16 August, 2019

รับประทานยา Didanosine แล้วมีอาการอาเจียนมาก ต้องทำอย่างไร

คำถาม ผู้ป่วยรับประทานยา Didanosine แล้วมีอาการอาเจียนมากมีคำแนะนำในการรับประทายยาอย่างไรเพื่อให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อไปได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนสูตรยา คำตอบ      ยา Didanosine  ในรูปแบบ Chewable  tablet จะต้องเคี้ยวก่อนกลืนเนื่องจากในเม็ดยาจะมีสารบัฟเฟอร์ (Buffer) ซึ่งจะช่วยเพิ่ม pH ในกระเพาะอาหารให้สูงขึ้นเนื่องจากตัวยา Didanosine สามารถถูกทำลายได้อย่างรวดเร็วในสภาวะกรดของกระเพาะอาหาร แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานยา Didanosine ในขณะท้องว่างเนื่องจากอาหารรบกวนการดูดซึมยา (ลดระดับยา 20-25%) ซึ่งวิธีการรับประทานยา Chewable  tablet อาจรับประทานโดยเคี้ยวยาหรือบดยาให้ละเอียดก่อนกลืนหรือละลายยาในน้ำสะอาดอย่างน้อย 30 มิลลิลิตร เพื่อให้สารบัฟเฟอร์ (Buffer) สามารถออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว แต่ห้ามกลืนยาเม็ดยาทั้งเม็ดเนื่องจากสารบัฟเฟอร์ (Buffer) จะออกฤทธิ์ช้าโดยควรรับประทานยาก่อนอาหารประมาณ 30 – 60 นาทีหรือหลังอาหารประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งนี้อาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยหากเกิดทันทีหลังจากรับประทานยา ซึ่งอาจเกิดได้จากรสชาติที่แย่ของยา แต่หากเกิดหลังรับประทานยาแล้ว 15 นาทีขึ้นไป อาจเกิดจากสารบัฟเฟอร์ (Buffer) ไปทำให้เกิดอาการ GI upset หรือคลื่นไส้อาเจียน จึงแนะนำให้ป้องกันอาการคลื่นไส้ […]

elixer

16 August, 2019

การใช้ Rifampicin ในการรักษา Ergotism

คำถาม สามารถใช้ยา Rifampicin ในการรักษา Ergotism ได้หรือไม่ คำตอบ Ergotism เป็นภาวะที่เกิดการหดตัวของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย  โดยเกิดจากผู้ป่วยได้รับสารกลุ่ม ergot alkaloids มากเกินไป เช่น ergotamine, methysergide, dihydroergotamine ergonovine โดยสารเหล่านี้มีผลกระตุ้นการทำงานของ alpha adrenergic receptor ทำให้หลอดเลือดแดงหดตัว ดังนั้นในผู้ป่วยที่ได้รับยา ergotamine เกินขนาด หรือมีระดับยาสูงกว่าปกติ จะทำให้ผู้ป่วยมีหลอดเลือดแดง ส่วนปลายหดตัว ทำให้แขนและขาส่วนปลายขาดเลือดไปเลี้ยง ผู้ป่วยจะมีอาการมือเท้า เย็น ชา เขียว (cyanosis) และปวด โดยอาการจะเริ่มที่บริเวณปลายมือปลายเท้าก่อน และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเนื้อเยื่อตายในที่สุด (gangrene) จากการศึกษา Ergotism in Thailand Caused by Increased Access to Antiretroviral Drugs: A Global Warning […]

elixer

15 August, 2019

ยาตัวใดที่สามารถใช้แทน Diphenhydramine ได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิด Extrapyramidal symptoms (EPS)

คำถาม ยาตัวใดที่สามารถใช้แทน Diphenhydramine ได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิด Extrapyramidal symptoms (EPS) คำตอบ อาการ Extrapyramidal symptom (EPS) เป็นอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยาในกลุ่ม antipsychotic drug ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการไม่ใช้ยาตามสั่ง โดยเกิดจากการที่ยาไปออกฤทธิ์ยับยั้ง Dopamine receptor (D2) โดยอาการดังกล่าวจะพบมากในกลุ่มยาที่เป็น typical antipsychotic ได้แก่ haloperidol และ prochlorperazine โดยอาการของ EPS จะแบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ Dystonic มีอาการ หดเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่กล้ามเนื้อบริเวณปาก ลิ้น หน้า และคอ โดยอาการจะเกิดภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากการให้ยา dopamine – blocking drug ซึ่งส่วนมากจะเกิดในคนหนุ่มสาว โดยยาที่ทำให้เกิดได้มากจะเป็น high potency drug typical antipsychotic […]

elixer

14 August, 2019

ผู้ป่วยที่ถูกสุนัขกัด และมีประวัติแพ้ยา Penicillin สามารถให้ Clindamycin+Ciprofloxacin ได้หรือไม่

คำถาม ผู้ป่วยที่ถูกสุนัขกัด และมีประวัติแพ้ยา Penicillin สามารถให้ Clindamycin + Ciprofloxacin ได้หรือไม่ คำตอบ จากแนวทางการให้ดูแลรักษาผู้ป่วยสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า (พ.ศ. 2559) สภากาชาตไทย ได้แนะนำการให้ยาปฏิชีวนะหลังโดนสุนัขกัด โดยให้ 3 – 5 วันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยหากผู้ป่วยแพ้ยา Penicillin แนะนำให้ได้รับยา Doxycycline หรือพิจาราณา 2nd และ 3rd Cephalosporins   รับประทานกรณีที่แพ้ penicillin ไม่รุนแรง โดยไม่ควรใช้ Cloxacillin,  Erythromycin, 1stCephalosporin และ Clindamycin  ในการรักษาบาดแผลติดเชื้อจากสุนัขและแมวกัด ถ้าการติดเชื้อรุนแรงควรรับไว้ในโรงพยาบาล (1) จากแนวทางของ American Family Physician ในการดูแลผู้ป่วยที่ถูกสุนัขหรือแมวกัด ควรได้รับ Amoxicillin-Clavulanic acid ในการป้องกันการติดเชื้อ โดยยาทางเลือกได้แก่ Clindamycin + Ciprofloxacin […]

elixer

13 August, 2019

ผู้ที่เคยได้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกคนสามารถทำตามแนวทางดังนี้ได้หรือไม่

คำถาม      1. ผู้ที่เคยได้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกคนสามารถทำตามแนวทางดังนี้ได้หรือไม่ ” ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนมาแล้วไม่ต้องฉีดERIG/HRIG โดยตัดที่ 6 เดือน ถ้าไม่เกิน 6 เดือนหลังฉีดครบ ให้กระตุ้น booster 1 เข็ม ถ้าเกิน 6 เดือนจะฉีดกระตุ้น 2 เข็ม”      2. เมื่อสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า ภูมิคุ้มกันจะอยู่ตลอดไปหรือไม่ คำตอบ                 อิมมูโนโกลบุลินเป็นโปรตีนในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถผลิตได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ม้า (Equine Rabies Immunoglobulin; ERIG) หรือคน (Human Rabies Immunoglobulin; HRIG) และฉีดกระตุ้นจนกระทั่งมีแอนติบอดีอยู่ในระดับสูงพอ จึงเจาะเลือดมาแยกซีรั่มผลิตเป็นอิมมูโนโกลบุลินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งอิมมูโนโกลบุลินที่ได้จากม้าจะมีโอกาสทำให้เกิดอาการแพ้ได้มากกว่าอิมมูโนโกลบุลินที่ได้จากคน        ผู้ป่วยเคยได้รับ Post-exposure rabies vaccination […]

elixer

12 August, 2019
1 6 7 8 9 10 206