Taken

เป็นหนังที่ค่อนข้างสั้น (ชั่วโมงครึ่ง) แต่ก็ลุ้นระทึกได้ตลอด ชอบปู่เลียม นีสันมาก แกบู๊ได้เก่งจริงจัง ไม่โอเว่อร์มวยหักกระดูกแบบ สตีเวน ซีกัล แต่ตอนวิเคราะห์นี่ถ้าไม่ได้รอยสัก ยังคิดอยู่ว่าจะตามตัวเจอมั้ย ปู่แกลุยมาก สู้แบบไม่ได้หยุดนอนเลย ปืนก็ยิงแบบไม่ต้องรีโหลด เพราะเอาปืนชาวบ้านมาใช้ต่อตลอด เห็นแกสู้แล้วกลัวพลังชีวิตหมดมากเลย ตัวโกงนี่ก็กระจอกจริงจัง มีเก่งสุดแค่บอดี้การ์ดคนสุดท้ายนี่แหละ เบาะแส และเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องนี่ไม่ค่อยเนียน มันลงล็อกตลอดแบบเหลือเชื่อโดยเฉพาะช่วงท้าย สลบไปแค่แป็บเดียวเองหรอนี่ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าแชร์แท็กซี่กับคนไม่รู้จัก อย่าบอกว่าอยู่ที่ไหน อย่าบอกว่าอยู่บ้านคนเดียว อย่าไปเที่ยวกับคนที่พึ่งรู้จักกันวันเดียว รวมๆ แล้วถือว่าคุ้มอยู่สำหรับดีวีดีลดราคาที่ไปหามาจากบูมเมอแรง เอาไว้ดูสลับกับหนังโรงดีเหมือนกัน

elixer

5 April, 2012

The Hunger Games

ดูตัวอย่างแล้วคิดว่าจะเหมือนกับ Battle Royale แต่พอดูแล้วรู้สึกว่าคล้ายกันแค่ในบางส่วน (นักเขียนเรื่องนี้บอกว่าไม่เคยอ่านหรือดู BR มาก่อน) เป็นคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน แต่พอดูหนังแล้วรู้สึกว่าต้องไปหามาอ่านให้ได้ บรรยากาศของเมืองบริวารเหมือนยุโรปตะวันออกช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การแต่งตัวจะคล้ายๆ กันหมด ในขณะที่เมืองหลวงก็แต่งตัวกันเป็นแบบเฉพาะตัว ไม่มีใครแต่งตัวเหมือนกันเลย โลกในหนังเป็นโลกที่แบ่งชนชั้นกันชัดเจน ซึ่งโลกเราตอนนี้ก็กำลังเข้าใกล้โลกในหนังขึ้นทุกที แต่เกมส์ในหนังก็สร้างขึ้นมาเพื่อกำราบคนให้อยู่ในควบคุมคล้ายกับที่มาของ BR แต่ความดิบเถื่อนในหนังเรื่องนี้ถูกทำให้ไม่ชัดด้วยมุมและการเคลื่อนไหวของกล้อง ในขณะที่ BR เลือดสาดกระจาย ความสามารถของนางเอกใช้ได้ไม่คุ้มเท่าไหร่ ได้ใช้จริงจังแค่ไม่กี่ฉากเอง ซึ่งจุดนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้อยากไปอ่านหนังสือว่าจะเก่งกว่าในหนังมั้ย แต่การคุมเกมส์ของ game makers นี่กลับโหดกว่า BR เพราะเทคโนโลยีเหนือชั้นกว่า ประเด็นเกี่ยวกับการเมือง การปกครองก็มีแทรกอยู่ แต่หนังมีเวลาจำกัด และปูพื้นไม่ดีทำให้ผมแอบบงงกับบางฉาก เรื่องราวความรักนี่หนังน่าจะทำให้น่าเชื่อได้มากกว่านี้ มันดูหลอกๆ ไม่น่าเชื่อว่าตัวเอกจะรักกันจริง (ก็มันกึ่งเรียลลิตี้ โชว์นี่นะ) เมื่อเทียบกับหนังที่เข้าฉายช่วงเดียวกัน เรื่องนี้ก็ถือว่าน่าดู ไปดูในโรงก็ไม่รู้สึกเสียดายเงินเท่าไหร่ครับ

elixer

5 April, 2012