How to decrease risk of cancer

มะเร็งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงของมันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ ลดการกินเนื้อแดงอย่าง เนื้อหมู เนื้อวัวแล้วเพิ่มการทานเนื้อปลาแทน ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง จนถึงไม่ดื่มเลย ถ้าเลิกไม่ได้ก็พยายามดื่มไม่ให้เกิน วันละ 1 – 2 ดริ๊งค์ (1 ดริ๊งค์เท่ากับไลท์เบียร์ประมาณ 1 กระป๋อง) เลิกการกินเนื้อสัตว์แปรรูปอย่าง แฮม ไส้กรอก เบคอนทั้งหลาย ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ถ้าเลิกไม่ได้ขอเป็นเครื่องดื่ม low sugar ก็ยังดี ระวังอย่าให้อ้วน ถ้าอ้วนแล้วก็อย่าให้อ้วนมากไปกว่าเดิม ออกกำลังกายทุกวัน อย่างน้อยติดต่อกันวันละ 30 นาที เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้มากที่สุด ลดการเลี้ยงด้วยนมผง อาหารเสริม วิตามินยังไม่เคยมีการพิสูจน์ว่าช่วยลดความเสี่ยงได้จริง ดังนั้นมุ่งมั่นทำ 7 ข้อข้างบนดีกว่า บทความดีๆ จากบ้านสุขภาพ

elixer

4 November, 2007

Health News round – up from health2you

ก๋วยเตี๋ยวไทย เสริมตะกั่ว 80% จากการนิยมใช้หม้อชนิดราคาถูกที่เชื่อมด้วยตะกั่ว ทำไมคนอ้วนมากๆ แข็งแรงขึ้น (เมื่อผอมลง) สาระน่ารู้จากรายการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค นอนให้พอ ทำคนให้เป็นคน เพราะยิ่งอดนอนมากเท่าไร “ความเป็นคน” ยิ่งลดลงเท่านั้น ที่มา บ้านสุขภาพ

elixer

26 October, 2007

sleep

รวมเรื่องเกี่ยวกับการนอนจาก บ้านสุขภาพ การนอนไม่พอ เสี่ยงกับความจำเสื่อม ยิ่งอดนอนมากเท่าไหร่ สมองเราก็จะยิ่งเสื่อมลงไปเรื่อยๆ นอน น้อยไปมากไป-ตายเร็ว จะนอนน้อย หรือนอนมากก็เสี่ยงกับการเสียชีวิตมากขึ้นทั้งนั้น สรุปแล้ว “7 ชั่วโมงกำลังพอดี” ผู้หญิง เสี่ยงนอนไม่พอ เพราะต้องทำงานบ้าน และดูแลลูก เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายทั้งหลาย วันนี้คุณช่วยแบ่งเบาภาระคนที่คุณรักแล้วหรือยัง นอนเท่าไหร่พอ มาดูว่าทำไม “7 ชั่วโมงกำลังพอดี” ส่วนผมตอนนี้รู้ฤทธิ์ของการนอนไม่พอแล้ว จากหวัดธรรมดากลายเป็น sinusitis ได้กินยายาว 10 กว่าวัน บวกกับต้องขายเวรทิ้งไปอีกหลายเวร ต่อไปจะไม่นอนน้อยแล้ว เข็ดแล้วจริงๆ นะ

elixer

25 September, 2007

Health tip round – up from health2you

ออกกำลังแบบไหน ป้องกันโรคได้มาก 4 ขั้นตอนเพื่อออกกำลังกายให้ได้ร่างกายที่แข็งแรง เริ่มด้วยแอโรบิค -> ออกกำลังกายต้านแรง -> ทำมากๆ -> เพิ่มการออกแรงช่วงสั้นๆ มังสวิรัติ อาหารต้านมะเร็ง ทานอาหารที่มีเส้นใยสูงอย่างผัก ผลไม้มากๆ และทานเนื้อ ผลิตภัณฑ์จากนม ไขมันอิ่มตัวให้น้อยลง ช่วยชะลอ หรือยับยั้งการแพร่กระจายของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ข้าวโพด-ผัก-ไข่ อาหารถนอมสายตา ทาน ข้าวโพด ถั่วสีเขียว ไข่แดง และผักใบเขียวเข้ม เช่น ปวยเล้ง บรอคโคลี ฯลฯ ช่วยถนอมสายตาได้ ตัดเล็บอย่างไร ไม่ถูกตัดเท้า(จากเบาหวาน) ตัดเล็บเท้าให้ตรงแบบรูปจอบ ตัดให้เสมอปลายนิ้ว ไม่ตัดเล็บเท้ารูปโค้ง ไม่แคะซอกเล็บ ช่วยป้องกันผู้ป่วยเบาหวานไม่ต้องถูกตัดเท้าได้ ภาวะโลกร้อน กับหัวใจ ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยดื่มน้ำคราวละน้อยๆ บ่อยๆ เมื่ออากาศร้อนขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ กินไข่ ดีหรือไม่ ไม่ควรกินไข่เกินวันละ 1 ฟอง ถ้าวันไหนกินไข่มาก ไม่ควรกินโคเลสเตอรอลแหล่งอื่นจากสัตว์ ถ้าท่านมีโรคไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)สูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านว่า […]

elixer

13 September, 2007

Paracetamol 3

ในกรณีที่ซื้อยามากินเอง ควรไปพบแพทย์เมื่อกินยาไปแล้ว 3 วันไข้ยังไม่ลดลง หรือกินเพื่อแก้ปวดไปแล้ว 5 วัน (เด็ก) หรือ 10 วัน (ผู้ใหญ่) แล้วอาการยังไม่ไดีขึ้น ไม่ควรฝืนกินยาต่อไป หลังจากกินยาไปแล้วประมาณ 30 นาทียาจึงจะออกฤทธิ์ เพราะฉะนั้นในช่วง 30 นาทีนี้ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ไม่ควรกินยาเพิ่มเข้าไป หลังจากยาออกฤทธิ์แล้ว ฤทธิ์นี้จะคงอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรกินยา ครั้งถัดไปก่อนครบ 4 ชั่วโมง ถ้าไม่อยากให้ตับทำงานมากขึ้นจนอักเสบ ระหว่างที่ใช้ยานี้ อย่าดื่มเหล้ามาก หรือทางที่ดีหยุดดื่มไปเลยดีกว่า Tylenal 650 มิลลิกรัม ถูกออกแบบมาให้ค่อยๆ ปลดปล่อยตัวยาจึงออกฤทธิ์ได้นานถึง 8 ชัวโมง ทำให้กินแค่วันละ 3 ครั้งได้ ยาตัวนี้ค่อนข้างปลอดภัยในการใช้ในสตรีมีครรภ์ จึงเป็นยาตัวแรกๆ ที่แนะนำให้ใช้ในการแก้ปวด ลดไข้ในสตรีมีครรภ์ ยาตัวนี้ไม่ระคายกระเพาะอาหาร และมีผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือดน้อย จึงสามารถใช้ในผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะได้ ยานี้ราคาถูกมาก แต่ในท้องตลาดก็มีการขายยาตัวนี้ในราคาตั้งแต่เม็ดละไม่กี่ 10 สตางค์ จนถึงเม็ดละ […]

elixer

5 September, 2007

Paracetamol 2

จากตอนที่แล้ว ผมได้บอกขนาดการใช้ยาปกติไปแล้ว ต่อไปเราจะมาดูขนาดการใช้ยาสูงสุดที่สามารถใช้ได้ ว่าเป็นเท่าไหร่กัน เริ่มจากเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี ไม่ควรใช้ยาในขนาดสูงกว่า 2.6 กรัมภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ใหญ่ ไม่ควรใช้ยาในขนาดสูงกว่า 4 กรัมภายใน 24 ชั่วโมง แต่การกินมากกว่าขนาดสูงสุด ก็ไม่ได้ความว่าต้องเกิดพิษเสมอ เพราะร่างกายของแต่ละคนมีความสามารถในการ ดูดซึม กระจาย เปลี่ยนแปลง และขจัีดยาออกจากร่างกายได้แตกต่างกัน เราจึงต้องใช้ระดับยาในเลือดเป็นตัวบ่งชี้ ความเสี่ยงในการเกิดพิษแทน โดยพิษที่สำคัญของพาราเซตามอลก็คือ พิษต่อตับ เพราะตับเป็นอวัยวะที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงสิ่งแปลกปลอมต่างๆ รวมถึงยาให้เป็นสารที่ไม่มีฤทธิ์ และกำจัดออก เมื่อระดับยาสูงเกินกว่าตับจะรับไหว แทนที่ยาจะถูกทำให้หมดฤทธิ์ กลับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสารที่เป็นพิษต่อตับซะงั้น ซึ่งทางแก้ก็ไม่ยากครับ สาเหตุเกิดจากตับเปลี่ยนแปลงยาไม่ไหว เพราะสารที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงยาไม่พอใช่มั้ย เราก็เพิ่มให้มันสิ ซึ่งมันก็คือยาแก้พิษของพาราเซตามอลนั่นเอง แต่ก่อนที่จะดูยาแก้พิษ ลองมาดูก่อนว่าระดับยาแค่ไหนถึงจะเป็นพิษต่อตับ จากการติดตามระดับยาในเลือดเฉลี่ยของประชากรทั่วไป หลังจากกินยาในขนาดปกติเข้าไปพบว่ามีค่าอยู่ระหว่าง 10 – 30 ไมโครกรัม ต่อมิลลิลิตร ซึ่งระดับที่อาจเป็นพิษต่อตับคือ มากกว่า 200 ไมโครกรัม ต่อมิลลิลิตร คิดแบบง่าย […]

elixer

4 September, 2007
1 2 3 4 5