Current Short List

เพิ่มเติมจากเดิมมาหน่อยนึง เพื่อให้เข้ากับความฝันล่าสุด ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว อ่าน อ่าน อ่าน เขียน เขียน เขียน ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทำเพื่อคนอื่น ลองทำอะไรใหม่ๆ

elixer

25 December, 2010

Current Dream

ทุกคนมีความฝัน ผมก็มีความฝัน ความฝันไม่ได้มีแบบเดียวไปตลอด มันเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ทุก ปี ทุกเดือน ทุกวัน ทุกวินาที ขึ้นกับปัจจัยทั้งภายนอก และภายนอกที่มากระทบตัวเรา แต่ไม่สำคัญว่ามันจะเปลี่ยนไปบ่อยแค่ไหน แต่สำคัญที่เรารู้ว่าความฝันของเราตอนนี้คืออะไร ใกล้จะสิ้นปีแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะอาศัยโอกาสนี้ตั้งเป้าหมายสำหรับปีหน้า แต่การตั้งเป้าหมายที่ดี น่าจะตั้งให้สัมพันธ์กับความฝันของเราด้วย ไม่อย่างนั้นฝันก็จะเป็นฝันไปตลอด ไม่มีทางเป็นจริงสักที เมื่อตอนอายุ 20 ปี ผมได้เจอมรสุมครั้งใหญ่ของชีวิต ที่ต้องใช้เวลากว่าครึ่งปีถึงจะผ่านมันไปได้ และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นในตอนที่ผมกำลังท้อแท้ใจ ผมก็ได้อธิษฐานไว้ว่าถ้าผ่านมรสุมไปได้ ผมขอมีอายุถึงแค่ 40 เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการผ่านมรสุมไปได้ นับแต่วันนั้น ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ตามผมจะระลึกไว้เสมอว่าผมมีอายุถึงแค่ 40 จะตั้งเป้าหมายอะไรก็ตั้งให้ทำได้ทันในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ความฝันอะไรที่มันยากไป ก็ลดลงมาให้ทำได้จริง เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่ผมจะตั้งเป้าหมายยากๆ ที่กว่าจะทำสำเร็จได้ก็ตอนอายุเกือบ 40 แล้วก็ได้มีชีวิตตามความฝันแค่ชั่วพริบตาเดียว สู้ทำฝันง่ายๆ แต่ได้อยู่กับมันนานๆ ดีกว่า จาก short list ล่าสุด กับความฝันในตอนนี้ คงไม่เปลี่ยนไปมากนักเพราะชีวิตในความฝันของผมก็คือ ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ได้ดูแลคนที่รัก ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ ได้ทำงานที่ช่วยเหลือสังคม เวลาว่างๆ ก็นั่งอ่านหนังสือ วาดรูป […]

elixer

20 December, 2010

2010 year’s goal summary

จาก This year’s goal (2010) ครอบครัว รบกวนท่านน้องมาเฝ้าร้านเพื่อให้พ่อ กับแม่ได้ไปเที่ยว ให้ของขวัญวันเกิดท่านน้อง (น่าจะเป็นปีแรกนะ เพราะจำได้ว่าไม่เคยให้เลย) รวมกันสามพี่น้องกินข้าวด้วยกันสักครั้งนึง (ลำบากท่านน้องอีกแล้ว) สุขภาพ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้น้อยกว่า 60 กิโลกรัมและไม่ให้เกิน 70 กิโลกรัม วิ่งให้ได้อย่างน้อย 20 กิโลเมตรต่อสองสัปดาห์ HbA1C ต้องน้อยกว่า 7 ตลอดไป การเรียน >สอบให้ผ่านทุกวิชาที่ลงทะเบียนไว้ การงาน ลดชั่วโมงอยู่เวรให้ได้อย่างน้อย 10% (ณ ต้นปีอยู่เวรประมาณ 140 ชม./เดือน) ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเภสัชอีก 1 เว็บเพื่อใครก็ได้ สอนน้องฝึกงานแบบเป็นเรื่อง เป็นราว ไม่สอนแบบเรื่อยเปื่อยอย่างที่ผ่านมา ปีนี้ได้ 6 เต็ม 10 อีกแล้ว สงสัยปีหน้าต้องตั้งให้ง่ายกว่านี้

elixer

7 December, 2010

แล้วไงต่อ

คำถามนี้ไม่ได้ถามใครหรอก ถามตัวผมเองนี่แหละ จากเดิมที่คิดว่าคงได้ใช้ชีวิตชิลๆ เป็นเภสัชกรปฏิบัติการ (ก่อนเปลี่ยนมาใช้ระบบแท่ง ถูกเรียกว่าเภสัชกร 3, 4 หรือ 5) ไปอีก 3 ปี แต่ชีวิตคนเรามันไม่มีความแน่นอน หลังจากพี่ๆ รุ่นแรกของหลักสูตร 6 ปีได้ส่งเรื่องไปให้กพ. ตีความเรื่องปริญญาเภสัชศาสตร์ 6 ปีว่าเทียบเท่าปริญญาโทหรือไม่ ในกรณีที่ต้องการทำเรื่องขอเลื่อนตำแหน่งเป็นเภสัชกรชำนาญการ (เภสัชกร 6, 7 เดิม) ซึ่งทางกพ. ก็ตอบกลับมาว่าได้ ทีนี้หละชีวิตชิลๆ ผมหายไป 2 ปีทันตาเพราะเงื่อนไขในการเลื่อนตำแหน่งเดิมต้องครองตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการให้ครบ 6 ปีลดลงเหลือ 4 ปีทันที แล้วผมกำลังจะมีอายุงานครบ 4 ปีในปี 54 ที่จะถึงนี้แล้ว แล้วมันยังไง? คืออย่างนี้ครับอาชีพเภสัชกรโรงพยาบาลของรัฐบาลส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 95 ถ้าไม่ลาออกซะก่อนก็จะเกษียณไปด้วยตำแหน่งเภสัชกรชำนาญการนี่แหละ ส่วนอีก 5% ที่เหลืออาจจะขึ้นไปถึงเภสัชกรชำนาญการพิเศษ (เภสัชกร 8 เดิม) หรือเภสัชกรเชี่ยวชาญ (เภสัชกร 9 เดิม) […]

elixer

11 June, 2010

Rule for me 2010/1

ช่วงนี้เริ่มทำอะไรเรื่อยเปื่อยนอก Short list แถมทำไปก็ไม่ได้มีความสุข แค่ทำไปเพราะขี้เกียจ ก็เลยต้องออกกฎมาควบคุมตัวเองซะหน่อย เดี๋ยวเดินไปไม่ถึงจุดหมายซะที กฎก็ง่ายๆ แบ่งกิจกรรมที่จะทำออกเป็น 3 ประเภทเหมือนการแบ่งประเภทอาหารที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทาน แบ่งออกมาได้ตามนี้ กิจกรรมที่ทำได้ไม่จำกัด อ่าน แปล และเขียนหนังสือ  เขียนบล็อก สอนหนังสือ ออกกำลังกาย ซ้อมดนตรี ฝึกสมาธิ ท่องเที่ยว และถ่ายรูป กิจกรรมที่ทำได้จำกัด ดูหนัง กับ DVD รวมกันไม่เกินสัปดาห์ละ 4 เรื่อง ดู anime ไม่เกินวันละ 1 ตอน Facebook กับ Google reader ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ดู TV ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง กิจกรรมที่ไม่ควรทำ ขับรถแบบไร้จุดหมาย เล่นเกมส์ เอางาน รพ. มาทำที่บ้าน อะไรที่ไม่อยู่ในกฎก็ยกผลประโยชน์ให้ไปก่อน ช่วงแรกกำหนดให้มี […]

elixer

30 May, 2010

3 Years

This entry is part 9 of 15 in the series Life log

จากเดิมที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำงานหนักๆ แบบใช้พลังชีวิตวัยรุ่นเต็มที่ไม่เกิน 3 ปี และประเมินผลงานไปแล้วตอนครึ่งทางรอบนึง ตอนนี้ก็ครบ 3 ปีแล้ว ปรากฎว่าทำได้ตามเป้าหมายตั้งแต่ตอนต้นปีแล้ว คือค่อยๆ ลดชั่วโมงการอยู่เวร โดยเฉพาะเวรดึก เท่าที่มองดูตัวเองอยู่ตอนนี้ก็รู้สึกว่าลงจากยอดดอยของการทำงานมาได้ระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห้นได้ชัดคือ รายได้ที่หายไป แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่เลี้ยงชีวิต และตอบสนองความต้องการของตัวเองได้อยู่ แต่ก็ได้สิ่งที่มีค่าอย่างเวลาคืนกลับมา จากการเป็นเภสัชกรมาสามปี และมีอายุครบ 27 ปีได้ไม่กี่เดือน เลยลองถามตัวเองว่ายังรักอาชีพนี้อยู่มั้ย ก็ยังตอบว่ารักอยู่ แต่คงไม่ทำจนเกษียณ เพราะอาชีพนี้ไม่ใช่อาชีพที่ผมทำแล้วมีความสุขที่สุดเนื่องจาก อาชีพนี้ไม่ใช่อาชีพที่ผมใฝ่ฝันมาตลอดชีวิตการเรียนก่อนอุดมศึกษา เพราะเราพึ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่เดือนก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเอง จากการทำงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมาผมไม่สามารถ ทำให้ตัวเองรักอาชีพเภสัชกรได้มากกว่าตอนเข้าทำงานใหม่เลย ชีวิตผมไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากๆ เพื่อสนองความต้องการไปตลอดชีวิต ตอนนี้ผมเรียนรู้ที่จะอยู่อย่า่งมีความสุข โดยไม่ต้องใช้เงินมากได้ในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้ข้อจำกัดในการประกอบอาชีพลดน้อยลงกว่าเมื่อก่อน (ไม่ต้องหาอาชีพที่ได้เงินเท่ากับหรือมากกว่าอาชีพเภสัชกร) และ ตอนนี้ผมค้นพบอาชีพที่ผมอาจจะทำมันไปจนตายได้แล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ว่ามันเป็นอาชีพที่ผมรักจริงๆ และเลี้ยงชีวิตผมได้ ดูรายได้ตัวเองตอนนี้เทียบกับเมื่อก่อนก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน แต่คิดดูดีๆ ถ้ายังฝืนทำงานหนักต่อไป เงินที่เก็บได้เยอะๆ คงได้เอาไว้ใช้ซ่อมตัวเองตอนอายุมากแน่ ขอเอาพลังวัยรุ่นที่ไม่รู้ยังเหลืออยู่หรือเปล่ามาทำตามฝันดีกว่า แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ยังมีฝันครับ ปล. พี่ที่เคยเขียนถึงตอน half way เขาก็หยุดทำงานหนักพร้อมกันกับผมโดยไม่ได้นัดหมายครับ

elixer

16 May, 2010
1 2 3 4 5