Paburon

[รูปภาพโดย iMorpheus] วันนี้มีเหตุต้องเจอกับยาชื่อไม่คุ้นอย่าง Paburon จากคนไข้ชาวญี่ปุ่น เปิดจากหนังสือค้นหาข้อมูลยาในประเทศอย่าง MIMs ก็ไม่เจอ เลยต้องเข้าไปหาจากกูเกิ้ล ค้นมาได้ผลการค้นหามา 4390 อัน ซึ่งแต่ละอันมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ดีสุดคือผลการค้นหาอันแรกที่มีภาพประกอบข้างบน พร้อมกับข้อความประกอบว่ามันเป็นยาแก้หวัดที่ซึโค่ยมาก ลองค้นหาต่อใน Google Japan จึงเจอกับเว็บไซต์ผู้ผลิต จึงได้รู้ว่ายาชื่อนี้มันมีหลายตัวมาก โดยทุกตัวจะมีชื่อขึ้นต้นด้วย Paburon หมด แต่ส่วนประกอบในยาแต่ละตัวดันไม่เหมือนกันซะงั้น ลองอ่านๆ ดูจึงรู้ว่ายาในรูปคือ Pabulon S Gold มีส่วนประกอบของยา 2 ตัวคือ bromhexine hydrochloride 12mg ยาขับเสมหะที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย กับ lysozyme chloride 90mg ยาที่ไม่มีใช้ในประเทศไทย ซึ่งตัวนี้น่าจะเป็นตัวออกฤทธิ์ที่ดีมากในการแก้อาการเจ็บคอ (เค้าเคลมมาว่าอย่างนี้) สรุปแล้วมันก็คือยาผสมแก้หวัดคล้ายๆ ทิฟฟี่ กับดีคอลเจนของไทย เพียงแต่มันมี lysozyme ผสมเข้ามาด้วยเท่านั้นเอง

elixer

21 January, 2009

unclutter my medication

นอกจากเก็บกวาดบ้านส่งท้ายปีเก่าแล้ว อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือการจัดระเบียบยาในครอบครองครับ ซึ่งผ่านมา 1 ปีก็ป่วยเล็ก ป่วยน้อยสะสมยามาได้มากมาย จะหยิบใช้ทีก็เสียเวลาหาใช่น้อย เลยต้องจัดระเบียบกันหน่อย เริ่มจากเอายามาแยกเป็นแต่ละตัวก่อน ยาไหนที่อยู่ในฟอยล์ก็ตัดฟอยล์เปล่าที่แกะยาออกไปแล้วทิ้ง ยาแบ่งบรรจุที่ไม่มีฉลากก็แยกออกมารวมกับยาที่หมดอายุแล้ว นำมาละลายน้ำก่อนทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหรือสัตว์เอาไปกินจนเกิดอันตรายได้ จากนั้นก็เอามาจัดกลุ่มเป็นกลุ่มใหญ่ซึ่งผมแบ่งเป็นยากลุ่มบรรเทาอาการปวด ยาของระบบทางเดินหายใจ ยาของระบบทางเดินอาหาร และยาอื่นๆ เสร็จแล้วก็เอามาแบ่งใส่กระเป๋าตามกลุ่มที่จัดไว้ และนำยาราคาแพง กับยาสงบระงับที่เก็บเอาไว้ใช้เวลาคลั่ง (ล้อเล่นเอาไว้กินตอนปวดหัวมากๆ ต่างหาก) มาไว้ในถุงเล็ก เท่านี้สารพัดยาก็กลับมาเป็นระเบียบอีกครั้ง สวัสดีปีใหม่ 2552 Happy New Year 2009 ขอให้ทุกคนมีความสุขในปีใหม่นี้ และตลอดไปครับ

elixer

1 January, 2009

ทำอะไรกันในห้องยา (1)

เอนทรี่ที่แล้ว ได้เขียนถึงประเภทของเจ้าหน้าที่ในห้องยาไปแล้ว ต่อไปจะเป็นการแนะนำงานต่างๆ ในห้องยา ซึ่งผมจะเน้นเฉพาะงานที่เกี่ยวกับยา และเวชภัณฑ์ ส่วนงานของฝ่ายอื่นเช่น ตรวจสอบสิทธิ์ หรือการเงินที่มีแจมๆ เข้ามาบ้าง ผมจะไม่เขียนถึง เริ่มจากงานแรก เมื่อใบสั่งยามาถึงนั่นคือการคีย์ยาของมือคีย์ยา ในโรงพยาบาลที่แพทย์ยังไม่ได้สั่งยามาทางคอมพิวเตอร์ ยังคงใช้วิธีเขียนใบสั่งยาอยู่ จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่อ่านใบสั่งยาและคีย์ยาเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งทักษะที่จำเป็นสองอย่างของมือคีย์คือ ความเข้าใจ คุ้นเคยในลายมือแพทย์ และความสามารถในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล (HIS) เพราะงานนี้เป็นจุดเริ่มของกระบวนการต่างๆ ในห้องยาถ้าจุดนี้ช้า ก็จะพากันช้าไปทั้งระบบ ในอดีตงานนี้จะเป็นของเภสัชกร เพราะมีทักษะในการอ่านลายมือหมออยู่แล้ว (ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ความคุ้นในลายมือหมอ กับฐานข้อมูลยาที่อยู่ในหัวเอาไว้เทียบกับสิ่งที่แพทย์เขียน) แต่ในปัจจุบันเภสัชกรมีงานอื่นที่จำเป็นกว่า จึงมีการฝึกให้จพง. กับผู้ช่วยมาทำแทน ซึ่งทำได้เทียบเท่า หรืออาจจะเหนือกว่าเภสัชกรด้วยซ้ำ ทำให้บางโรงพยาบาลไม่ให้แพทย์คีย์ยาเอง เพราะคิดว่าแทนที่จะเสียเวลาให้แพทย์คีย์ยา สู้จ้างเจ้าหน้าที่มาคีย์ยาเยอะๆ คุ้มกว่า แต่ในที่สุดแล้ว การที่แพทย์คีย์ยาเองดีที่สุดครับ เพราะจะช่วยลดความผิดพลาดจากการอ่านลายมือผิดได้มากมายเลยครับ พอคีย์ยาเสร็จ ก็ต้องพิมพ์ใบสั่งยากับสติ๊กเกอร์ฉลากยาออกมา ทีนี้ก็ถึงคิวของมือจัดซอง เพื่อความสะดวกของผู้จัดยา ในบางโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีคนคอยจับคู่ฉลากยากับซองใส่ยาเพื่อที่ผู้จัดยาจะได้นำซองไปจัดยาได้เลยไม่ต้องเสียเวลามาเลือกซอง ทักษะสำคัญของงานนี้ก็คือความคุ้นเคยกับแพ็คเกจของยาทั้งหมดในโรงพยาบาล รู้ขนาดของแผงยาทุกแผง มีความสามารถในการคะเนปริมาณยากับซองใส่ยา รู้ว่ายาตัวไหนต้องใส่ซองกันแสง เพื่อที่จะได้เลือกซองใส่ยาได้เหมาะสม เจ้าของงานนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ช่วยนะครับ ทีนี้ก็มีซองใส่ยาที่ติดฉลากพร้อมจัดแล้ว แต่ก่อนที่จะจัดยาได้ก็ต้องมีการเตรียมยาให้พร้อมจัดก่อน และการที่จะมียาพร้อมจัดได้ก็ต้องมีการเบิกยาเข้าคลังย่อยซึ่งเป็นงานของมือเบิกยา […]

elixer

21 October, 2008

Pain Assessment Tools

พอดีโดนคุณ mk อ้างถึงเรื่อง VAS scale ที่ผมเขียนในคอมเม้นต์ตอบ nice ไว้หน่อยนึง เลยขอให้รายละเอียดเรื่อง Pain Assessment Tools เพิ่มเติมแล้วกัน ปกติแล้วเวลาคุณรู้สึกปวด คุณจะบอกว่าปวดมากๆ ปวดจะตายแล้ว หรือว่าปวดนิดๆ แต่คุณไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้ปวด 70 หน่วย หรือปวด 5 หน่วย เพราะอาการปวดมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถวัดได้โดยตรง เหมือนระดับน้ำตาลในเลือด หรือจำนวนเม็ดเลือด ไม่อย่างนั้นเวลาใครมีอาการปวดมาแพทย์คงสั่งว่า “เจาะ blood pain (สมมุติ) ดูสิว่าคนไข้ปวดระดับไหน จะได้สั่งยาถูก” ทีนี้พอวัดค่าไม่ได้ การจะเปรียบเทียบว่ายาตัวไหน บรรเทาอาการปวดได้ดีกว่ากันก็ทำได้ยาก เพราะความรู้สึกปวดมันเป็น subjective data ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน การนำมาใช้เพื่อเปรียบเทียบกัน จึงไม่สมเหตุสมผล จะใช้ค่าแสดงอาการอักเสบ หรืออุณหภูมิร่างกายมาใช้ประมาณอาการปวด ก็ทำไม่ได้เพราะปัจจัยที่ทำให้ปวดมันมีมาก และซับซ้อนเกินกว่าที่จะเอาค่าบางค่ามาแทน ทางองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงสร้างเครื่องมือสำหรับวัดความปวดของคนไข้ออกมา สำหรับใช้ในงานวิจัย และดูแลคนไข้ที่มีอาการปวดเรื้อรังอย่างคนไข้โรคมะเร็ง ทำออกมาในรูปแบบของสเกล ซึ่งที่นิยมใช้กันมีอยู่ 4 แบบดังนี้ Numerical […]

elixer

8 September, 2008

One Drug Many Indications

ยาไม่ใช่ OTOP จึงไม่จำเป็นต้อง One Drug One Indications เพราะยาแต่ละตัวล้วนมีข้อบ่งใช้มากกว่า 1 อย่าง ได้อ่านบล็อกเรื่อง หมอให้ยาผิด…..หรือเปล่า ของหมอแมวทำให้นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ด้วยความที่ยามันมีหลายข้อบ่งใช้ จะให้ใส่มันไปทั้งหมดในฉลากยา ซองยาคงจะติดลมบน (เพราะมีฉลากยายาวเป็นหางว่าว) โรงพยาบาลส่วนใหญ่จึงเลือกใส่ข้อบ่งใช้ที่ใช้มากที่สุดหนึ่งถึงสองอย่างแทน และเลือกไม่ใส่ข้อบ่งใช้เลย กับยาที่ใ้ช้รักษาอาการที่ผู้ป่วยไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ ดังนั้นด้วยสิทธิ์ของผู้ป่วย หรือผู้บริโภคยา และการรักษา คุณสงสัยอะไรก็ควรถามผู้เกี่ยวข้องอย่างแพทย์ และเภสัชกรให้มากที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาคิด keyword ไม่ต้องเปิดคอมให้เปลืองไฟ ใช้ความกล้าสักเล็กน้อย (หรือเปล่า) ถามให้หายสงสัย ก่อนที่จะก้าวขาออกจากโรงพยาบาล คุณจะได้กินยาอย่างสบายใจ ถ้าเจอแพทย์หรือเภสัชกรไม่ให้ความร่วมมือ แถมว่าคุณกลับ ก็ให้คิดซะว่าวันนี้คุณโชคดีมีเรื่องมาเขียนบล็อก หรือโพสในบอร์ดตั้งหนึ่งเรื่อง ไหนๆ หมอแมวก็ยกตัวอย่างยาที่แพทย์มักเจอผู้ป่วยเข้าใจผิดแล้ว เภสัชกรอย่างผมจะไม่ยกตัวอย่างที่เภสัชกรเจอบ้างก็กระไรอยู่ เอาไปอีก 10 ตัวอย่างแล้วกันครับ 1. Ranitidine ยายับยั้งการหลั่งกรดกลุ่ม Histamine 2 antagonist ด้วยความที่มันบล็อก histamine receptor ได้ แพทย์จึงมักสั่งใช้ยานี้ในคนไข้ที่มาด้วยอาการผื่นแพ้ คัน […]

elixer

31 August, 2008

Emergency Contraceptive Pills

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน เรื่องที่ผมมักโดนถามประจำไม่่ว่าจะอยู่ร้านยา หรือโรงพยาบาล และส่วนใหญ่มักจะโดนถามตอนดึก (เรื่องปกติ) และบางทีก็โดนถามตอนกลางวัน (อันนี้ก็คงปกติมั้ง) ซึ่งจริงๆ แล้วคำถามทั่วไปเช่น วิธีใช้ ผลข้างเคียง ความเสี่ยงในการตั้งครภ์หลังใช้ สามารถหาคำตอบได้จากกูเกิล แต่บางคำถามอาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เลยลองรวบรวมไว้ดู อาจจะช่วยให้ถูกถามเรื่องนี้น้อยลง ถ้าใช้บ่อยๆ จะเป็นอย่างไร – ผลข้างเคียงทั้งหลาย จะมีโอกาสเกิดได้มากขึ้นครับ เหมือนกับการใช้ยาทั่วไป และรอบเดือนก็ต้องผิดปกติไปอย่างน้อย 1 รอบ เพราะระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติไปเพราะยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน (ผู้ใช้ประมาณ 50% รอบเดือนจะมาภายใน 3 สัปดาห์หลังใช้ยา) และจากเหตุการณ์ต่อไปนี้ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้คุมกำเนิดเลย ถุงยางอนามัยแตก มีรูรั่ว หรือหลุด ลืมกินยาคุมไปหนึ่งถึงสองวัน ห่วงอนามัยหลุด, ลืมฉีดยาคุม, แผ่นแปะยาคุมหลุด ไม่แน่ใจว่านับระยะปลอดภัยคลาดเคลื่อนไปหรือเปล่า ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่เต็มใจ และที่สำคัญคุณไม่ต้องการตั้งครรภ์ คนที่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ในข้อ 2, 3, 4 และ 6 การใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน 1 ครั้งในชีวิตก็มากเกินพอแล้วครับ เพราะ 1 กับ […]

elixer

11 August, 2008
1 2 3