ยาสามัญประจำโต๊ะทำงาน

อยู่ดีๆ ก็นึกได้ว่ามียาสามัญประจำบ้าน แล้วทำไมจะมียาสามัญประจำโต๊ะทำงานบ้างไม่ได้ ลองค้นเรื่องนี้ดูแล้วในเน็ต ยังไม่เห็นมีใครเขียนเลย เลยย้อนกลับไปดูเรื่อง ยาสามัญประจำบ้าน แล้วเลือกเฉพาะยาที่ควรมีติดไว้ได้ออกมาประมาณนี้ Paracetamol ยาบรรเทาปวด ลดไข้พื้นฐานเอาไว้แก้ปวดหัว ปวดเล็กๆ น้อยๆ ลดไข้ ติดตัวไว้ 10 – 20 เม็ดกำลังดี โดยเลือกแบบที่เป็นแผงจะได้เก็บไว้ได้นาน กินครั้งละ 1 – 2 เม็ดเมื่อมีอาการ อยากรู้จักมันมากขึ้นแนะนำให้อ่าน Paracetamol [1, 2, 3] Simethicone ยาแก้ท้องอืด แน่นท้อง เอาไว้เคี้ยวครั้งละ 1 – 2 เม็ดเวลากินอาหารเข้าไปมากๆ แล้วจุกแน่นท้อง แต่ถ้าปวดท้องเนื่องจากโรคกระเพาะอาหาร แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และแก้ไขให้ถูกต้องจะดีกว่า ยาระบายมะขามแขก เอาไว้กินเวลาท้องผูก แต่ทางทีดี่กินอาหารที่มีกากใยมากๆ จะดีกว่า เพราะกินยาพวกนี้มากๆ ลำไส้จะติดนิสัยที่มียาคอยช่วย ต่อไปจะถ่ายเองลำบาก Dimenhydrinate ยาแก้วิงเวียน เมารถ เมาเรือ เอาไว้กินเวลาวิงเวียน หรือเวลาเดินทางสำหรับคนที่เมารถง่าย […]

elixer

4 August, 2008

Take before bedtime

รับประทานยานี้ก่อนนอน คำสั่งที่ดูง่าย ใครอ่านก็เข้าใจ แต่คุณแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้อง ก่อนนอนในความหมายของการกินยา จริงๆ แล้วมันไม่ค่อยจะเกี่ยวกับการนอนสักเท่าไหร่ แต่ที่ต้องระบุเป็นก่อนนอน มันมีสาเหตุมาจากการกินยาที่ต้องแบ่งกินวันละหลายๆ ครั้ง การบอกเป็นช่วงเวลานั้นทำให้ลำบากในการจำ และการกิน จึงต้องมีการนำไปผูกกับมื้ออาหารเพื่อให้สะดวกในการกิน ความหมายจริงของมื้อต่างๆ จึงเป็นดังนี้ อาหารเช้า -> ช่วงเช้า (ประมาณ 6.00 – 9.00 น.) อาหารกลางวัน -> ช่วงกลางวัน (ประมาณ 11.00 – 13.00 น.) อาหารเย็น -> ช่วงเย็น (ประมาณ 16.00 – 18.00 น.) ก่อนนอน -> ช่วงกลางคืน (ประมาณ 20.00 – 24.00 น.) จะเห็นว่าการบอกเป็นช่วง จะทำให้ช่วงห่างของการกินยาแต่ละมื้อไม่เท่ากัน อาจจะใกล้กันเกินไป หรือห่างเกินไป หรือถ้าจะให้แม่นยำโดยการบอกเป็นเวลา ก็ทำให้ยากในการปฏิบัติ (ลองกินยาที่ต้องทานวันละ 3 […]

elixer

23 July, 2008

Chew before swallowing

ยานี้ควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน สงสัยกันมั้ย ว่าทำไมยาพวกนี้ต้องเคี้ยวก่อน กลืนไปเลยไม่ได้หรือไง มันจะไปอุดตันในลำไส้หรืออย่างไร บางคนอาจจะบอกว่า การเคี้ยวทำให้ยาถูกดูดซึมได้ดีไง ใช่แล้วครับ แต่ไม่ถูกทั้งหมด เพราะยาส่วนใหญ่ที่ต้องการให้มันแตกตัวที่กระเพาะอาหาร มันจะแตกตัวได้ดีอยู่แล้ว โดยเราไม่ต้องช่วยมันโดยการเคี้ยวแต่อย่างใด แต่ที่เราต้องเคี้ยวเพราะคุณสมบัติทางกายภาพที่แตกต่างจากยาทั่วไป และความจำเป็นต่อการออกฤทธิ์ของยา ซึ่งผมจะอธิบายทีละตัว เริ่มจากยาเม็ดลดกรดที่มีหลากหลายยี่ห้อที่คุ้นๆ กันก็ Mag77 หรือ Antacil tab ซึ่งยาพวกนี้ออกฤทธิ์โดยการ neutralize กรดในกระเพาะอาหาร ทำให้ pH ในกระเพาะสูงขึ้น อาการปวดท้องจึงทุเลาลง ซึ่งการออกฤทธิ์ของมันขึ้นกับพื้นที่ผิวของยาที่สัมผัสกับของเหลวในกระเพาะอาหาร การเคี้ยวให้ละเอียดจึงเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวของอนุภาคยาให้ ใกล้เคียงกับยาน้ำลดกรดที่อยู่ในรูปแบบอนุภาคแขวนตะกอนอยู่ในน้ำ แต่ถึงเราจะไม่เคี้ยวมัน มันก็ยังออกฤทธิ์ได้อยู่ แต่อาจไม่ดีมากเท่ากับยาที่ถูกเคี้ยวจนละเอียดแล้ว และยังออกฤทธิ์ได้ช้ากว่าด้วย ยาตัวต่อไปคือ ยาแก้ท้องอืดที่คุ้นเคยกันในชื่อการค้า Air-X หรือชื่อสามัญคือ Simeticone ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ลดแรงตึงผิวในกระเพาะอาหาร ทำให้แก๊สในกระเพาะอาหารรวมตัวกัน และถูกขับออกมาทำให้หายจากอาการท้องอืดได้ ซึ่งการออกฤทธิ์ของมันก็ขึ้นกับพื้นที่ผิวเหมือนยาเม็ดลดกรดเลย ดังนั้นเราจึงต้องเคี้ยวเพื่อให้มันออกฤทธิ์ได้ดี และเร็วเช่นเดียวกัน ต่อไปเป็นยาเก่าแก่อย่าง Aspirin ที่เราเห็นดาราในหนังต่างประเทศบางเรื่องเคี้ยวกัน แต่ในไทยไม่ยักกะมีใครเคี้ยว เว้นแต่ว่าคุณกำลังเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด คุณถึงจะได้รับ Aspirin ขนาด 300 […]

elixer

21 July, 2008

นางสาวน้ำตาลและนายอินซูลิน

ละครเรื่อง นางสาวน้ำตาล และนายอินซูลิน สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า สมาชิกเบาหวาน อำเภอครบุรี หมอ : คุณป้า คุณลุง รู้จักน้ำตาล บ่ค่ะ (ไหมค่ะ) คุณลุงคุณป้า : รู้จ๊ะ หมอ : แล้วรู้ไหมจ๊ะว่าน้ำตาล มีอยู่ในอาหารอะไรบ้างคุณลุงคุณป้า : ข้าว กล้วย เผือกมัน ผลไม้หวาน อ้อย ขนมหวาน ขนม………(แล้วแต่จะคิดได้) หมอ : อาหารที่บอกว่าเวลาเรากินเข้าไป ก็จะได้น้ำตาลเข้าไปในเส้นเลือดของเรา คุณลุงคุณป้าคิดว่า น้ำตาลมีประโยชน์ไหมค่ะคุณลุงคุณป้า : มีแน่นอน เพราะถ้าไม่มีหรือมันต่ำก็เป็นลม ไม่มีแรง ฉันเคยน๊อคมาโรงพยาบาลด้วย หมอ : จริงค่ะน้ำตาลสำคัญมาก ใครเคยน๊อคจากน้ำตาล ต่ำบ้าง ช่วยเล่าให้เพื่อนฟังหน่อยค่ะ (ฟังเรื่องเล่าจากสมาชิกของเรา แล้วพบว่าสนุกดี เขาสนใจกันมาก) แล้วใครเคยน๊อคจากน้ำตาลสูงบ้างจ๊ะ คุณลุงคุณป้า : ฉันเคยจ๊ะ เหนื่อย คอแห้งฉี่บ่อย กินน้ำตาลก็ไม่ดี […]

elixer

19 June, 2008

Web 2.0 in Medicine

Slide นี้คงไม่มีอะไรใหม่สำหรับหลายคน แต่ในทางการแพทย์แล้วถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ เพราะ journal ดังๆ ทั่วโลกก็พึ่งมี RSS ให้ใช้ได้ไม่กี่ปี ซึ่ง podcast ก็เช่นเดียวกัน ส่วนบล็อกก็มีคนเขียนไม่มาก เพราะบุคลากรในสายสุขภาพส่วนใหญ่ แค่ใช้ชีวิตตัวเองให้ผ่านไปวันๆ ก็แทบแย่แล้ว จะเอาเวลาไหนมาเขียนบล็อกได้อีก (มีครั้งหนึ่งไปงานประชุม ได้ยินอาจารย์หมอท่านหนึ่งพูดว่า ข้อมูลหลายอย่างบนอินเทอร์เน็ตนะเชื่อไม่ได้หรอก เพราะคนที่รู้จริงไม่ว่างไปโพสหรอก) เจ้าของ slide นี้ได้แสดงให้เห็นว่า web 2.0 สามารถเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางการแพทย์ได้มากมาย โดยจุดที่ประสบความสำเร็จบล็อกที่มี pageviews ถึง 2 ล้านแล้ว แต่ผมดูแล้วเหมือนจะประสบความสำเร็จในแบบ web 1.0 มากกว่า เพราะมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นน้อยมาก เมื่อเทียบกับ pageviews แต่ยังไงผมก็ชอบบล็อกนี้มาก เพราะมีสรุปข้อมูลเรื่องโรค และการรักษาที่อ่านได้เข้าใจง่าย แถมมีเนื้อหาครอบคลุมหลายโรค เหมาะกับการเอาไป SOAP case มาก (เคยตั้งใจว่าจะไล่อ่านบล็อกนี้ให้หมด แต่ด้วยความขี้เกียจก็เลยไม่ได้อ่านสักที) จาก slide นี้ผมได้เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนเรื่องนึง คือการปกปิดข้อมูลคนไข้ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลถึง 18 อย่าง […]

elixer

10 March, 2008
1 2 3