trainee assignment

วันนี้รื้อสมุดโน้ตเล่มเก่าเจอ จดเก็บไว้ เดี๋ยวน้องมาฝึกงานหาไม่เจอ SOAP case – 2 เคส ให้เลือกมานำเสนอ 1 เคสพร้อมกับ journal club Journal club – 1 เรื่อง ให้สรุปมาคร่าวๆ 1 – 2 หน้า A4 เลือกหัวข้อที่เกี่ยวกับเคสที่นำเสนอ ADR monitoring – 1 เคสพร้อมประเมิน DIS – ตอบคำถามคนละ 1 คำถาม Academic in service – ให้ความรู้บุคลากร 1 เรื่อง (ทำเป็นกลุ่ม)

elixer

2 December, 2010

ทำไมถึงเลือกมาเรียนเภสัช

ทำไมถึงมาเรียนเภสัช คำถามนี้เป็นคำถามที่ผ่านมาแล้ว 9 ปี แต่ผมก็ยังไม่เคยตอบมันอย่างจริงจังได้เลย คำถามนี้เป็นหนึ่งในงานที่ได้รับมอบหมายของวิชา Pharmacy Orientation วิชาแนะนำงานของเภสัชกรว่าเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง คำตอบที่ผมตอบไปตอนนั้นคือ มาเรียนเพราะไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี แล้วก็ไม่ได้ชอบวิชาชีพนี้เป็นพิเศษ สารภาพตามตรงว่าตอนนั้นตอบไปแบบส่งๆ เพราะเห็นเพื่อนๆ ตอบกันประมาณว่า “รักวิชาชีพนี้ ฝันอยากจะเป็นมาตั้งแต่เด็ก” ก็เลยหมันไส้ตอบมันกวนทีนแบบนี้แหละ (นึกแล้วก็ขำตัวเองตอนนั้น นิสัยเด็กจริงๆ ที่เพื่อนตอบก็ถูกของเพื่อน ก็พวกเค้าฝันแบบนี้กันจริงๆ นี่) แล้วคำตอบนี้มันก็ส่งผลให้ผมได้เกรดบีในวิชานี้ วิชาที่แจกเอเกือบหมดชั้นปี มีแค่ผมกับเพื่อนอีกคนที่ได้บี แล้วมันก็ซิ่วไปเรียนแพทย์จนกลายเป็นนายแพทย์ไปแล้วด้วย แต่จะโทษคำตอบนี้อย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะตอนนั้นผมชอบเลี่ยงการออกไปนำเสนอด้วย ก็สมควรหรอกที่จะได้คะแนนน้อย ถึงผมจะย้อนเวลากลับไปแก้คำตอบนี้ไม่ได้แล้ว ผมก็อยากหาคำตอบของคำถามนี้ให้ได้ ก่อนที่ผมจะลืมความรู้สึกของตัวเองเมื่อ 9 ปีที่แล้วไปซะก่อน ขั้นแรกก็ต้องย้อนอดีตกลับไปว่าตอนนั้นผมกำลังคิด กำลังทำอะไรอยู่ มีอะไรที่พอจะเป็นคำตอบได้บ้าง ช่วงก่อนจะยื่นคะแนนโควต้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรประมาณ 2 เดือน น้าชายที่ใกล้ชิดกับผมมาตั้งแต่เด็ก ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับอาชีพเภสัชให้ผมฟัง ซึ่งผมจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว แต่สรุปได้ว่าอาชีพนี้น่าสนใจ และเหมาะกับผมดี แพทย์เป็นอาชีพที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่มัธยมต้น แล้วก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนมาค่อนข้างเยอะ แล้วก็ได้รู้ว่าต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ด้วย แล้วผมก็กลัว แล้วผมก็คิดเอาเองว่าเรียนเภสัชไม่ต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ แล้วผมก็ได้รู้ว่าผมเข้าใจผิด เภสัชก็ต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ด้วย แค่ไม่ต้องผ่าเท่านั้นเอง […]

elixer

20 June, 2010

Smartphone and Healthcare Market

ช่วงนี้มีพี่ๆ หลายคนมาถามอยู่เรื่อยว่าควรใช้ smartphone ตัวไหนดีสำหรับใช้งานทางการแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการเรียกใช้ข้อมูลยา การคำนวณเป็นต้น ซึ่งคำตอบผมก็ง่ายๆ เลือกรุ่นที่มีบุคลากรทางการแพทย์ใช้เยอะๆ ไง (กำปั้นทุบดินมาก) บริษัทที่ผลิตโปรแกรมจะได้ตามไปผลิตโปรแกรมออกมาให้ได้ใช้กันมากๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจที่เห็นโปรแกรมที่ต้องการใช้ไปลงบนระบบปฏิบัติการอื่น แต่ไม่มีบนเครื่องตัวเอง แล้วรุ่นไหนหละที่ใช้กันเยอะ ? จาก การสำรวจนี้ พบว่าบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ใช้ iPhone ที่เหลือก็ใช้ Windows mobile, Palm Pre, Google phone และ Blackberry ส่วนเหตุผลหลักในการเลือกใช้คือ โปรแกรมที่มีให้เลือกใช้ เพราะโปรแกรมทางการแพทย์มักไม่มีให้ใช้ครบทุกระบบปฏิบัติการ ถ้าไม่อยากใช้ iPhone เพราะมันไม่มีคีย์บอร์ดหละ? Windows mobile รุ่นที่มีคีย์บอร์ดสไลด์ ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า Blackberry เพราะบุญเก่าสมัยที่เป็นเจ้าตลาดนี้ ทำให้มีโปรแกรมให้เลือกใช้มากมาย แต่ในอนาคตอาจจะไม่แน่ถ้านักพัฒนาหนีไปเขียนโปรแกรมให้ iPhone กันหมด ถ้าให้คาดการณ์คิดว่าในอนาคต iPhone น่าจะเป็นเจ้าตลาดของบุคลากรทางการแพทย์ได้ ถ้า WM 7 ไม่ได้มีอะไรที่เหนือหรือเทียบเท่า iPhone แล้ว Android ไม่คิดจะบุกตลาดนี้ ส่วนผมตอนนี้รอ […]

elixer

23 August, 2009

Hospital pharmacist (7) : Definition of Thai pharmacist career

ช่วงนี้มีเพื่อนคุยเรื่องเรียนต่อเฉพาะทางกันอีกแล้ว ในขณะที่รุ่นน้องนั้นไม่ต้องพูดถึง เริ่มเรียนกันไปแล้ว เป็นเภสัชกรประจำบ้านปี 1 มาบรรยายในงานประชุมกันกันซะหลายคน รวมถึงเพื่อนที่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยด้วย ในขณะที่แพทย์นั้นมี extern, intern, resident, fellow หรือ staff กันมานมนานแล้ว เภสัชกรไทยพึ่งจะเริ่มมีระบบการเรียนต่อเฉพาะทางได้ยังไม่ถึง 5 ปีเลย ซึ่งชื่อเรียกเภสัชกรในแต่ละช่วงจะคล้ายแพทย์ แต่ระยะเวลาที่ใช้เรียน กับสาขาที่มีให้เรียนอาจจะต่างกันบ้าง เริ่มจากนิสิตเภสัชชั้นพรีคลินิก (pharmacy student, pre – clinic) คือ นิสิตเภสัชชั้นปีที่ 1, 2 และ 3 ที่มีการเรียนวิชาพื้นฐานสำหรับไว้ใช้ตอนขึ้นเรียนคลินิก นิสิตเภสัชชั้นคลินิก (pharmacy student, clinic) คือ นิสิตเภสัชชั้นปีที่ 4, 5 และ 6 ที่เป็นการเรียนวิชาสำหรับใช้ดูแลคนป่วย โดยเป็นการเรียนจากคนป่วยจริงๆ และคนป่วยในกระดาษสลับกันไป และในชั้นปีที่ 6 ที่ในบางประเทศเรียกว่า pre – registered pharmacist จะต้องทำงานได้ทุกอย่างได้เหมือนกับเภสัชกร […]

elixer

17 August, 2009

Next big goal

อ่านที่คุณขุนอรรถรีวิวหนังสือ “เขาเรียกผมว่า คุณหมอผู้เปลี่ยนโลก” ของนายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะต้องแวะไปที่ร้านหนังสือเพื่อหาซื้อหนังสือเล่มนี้ ซึ่ง B2S ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง วางหนังสือเล่มนี้ไว้แถวสิบอันดับหนังสือขายดี ทำให้หาได้ง่าย หลังจากได้มาก็ใช้เวลาอ่านถึงสองครั้งจึงจบ เป็นเพราะหนังสือคุณนรินทร์ที่ซื้อมาพร้อมกันก็น่าอ่านเลยอ่านสลับไปมา ทำให้ขาดความต่อเนื่องของอารมณ์ไปหน่อยนึง นี่แหละนะผลของการทำ multi task สุดท้ายก็ให้ผลสู้ทำทีละอย่างหรือ single task ไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมก็ห้ามตัวเองไม่ให้ทำ multi task กับสิ่งหนึ่งได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งสิ่งนั่นก็คือ ความรัก กลับมาเรื่องหนังสือต่อ ภาพรวมผมว่าขุนอรรถเขียนได้ชัดเจนแล้ว แต่ที่ผมสนใจคือ โครงการถุงยาง 100% นี่ ทำให้งานของผมยังเป็นงานที่ทำได้โดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าไม่มีโครงการนี้ผมอาจจะถอดใจกับการดูแลการใช้ยาของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีไปแล้ว เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่มากเกินกำลังบุคลากรอันจำกัดจะรับไหว เพราะทุกวันนี้ขนาดมีโครงการแล้วเภสัชกร 2 คนยังมีเวลาให้ผู้ป่วย 200 คน (ทั้งหมดประมาณ 800 คน) แค่ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลย เจ้าหน้าที่ทุกคนก็อยากให้เวลามากกว่านี้เหมือนกันแต่ ภาระงานทุกคนล้นมือหมดแล้ว ก็เลยต้องกัดฟันสู้กันต่อไป รอวันที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลง หรือไม่ก็รอวันที่เจ้าหน้าที่ด้านนี้เพิ่มขึ้น เป็นจริงได้สักอย่างก็ดี อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้ไฟในการที่จะเปลี่ยนบางสิ่งที่หลายๆ คนคิดว่าใหญ่เกินตัว […]

elixer

12 August, 2009

My patients at Emergency Department

ช่วงนี้อยู่เวรแล้วในหัวเหมือนมีฝ่ายดีกับฝ่ายเลวตีกันในหัวตลอดเวลา ฝ่ายเลว: มาทำไมกันนี่เป็นแค่นี้ นอนอยู่บ้านก็หายแล้ว ฝ่ายดี: เห้นใจเขาเหอะ ลองคิดดูถ้าเป็นลูกเรา ไม่ว่าจะหนักจะเบาแค่ไหนก็ต้องพามาอยู่ดีแหละ ถ้ารักษาเองไม่ได้ จบแค่นี้ให้พอเห็นภาพคือ ตอนนี้ช่วงอยู่เวรไม่ว่าคนไข้จะเป็นเคสอะไร ถ้ามองดูแล้วอาการไม่หนัก บวกกับรายการยาที่ต้องจ่ายเกิน 5 รายการ และเป็นยาน้ำนี่จะเกิดเรื่องแบบนี้ในหัวตลอด ก็เลยลองลิสต์ดูคร่าวๆ แบบไม่ต้องดึงข้อมูลออกมาจากฐานข้อมูลของโรงพยาบาล (เพราะขี้เกียจ) ว่าคนไข้ที่มาในแต่ละแผนกมาด้วยอาการอะไรกันบ้าง โดยเริ่มจากแผนกฉุกเฉิน หรือ Emergency room นั่นเอง – อุบัติเหตุทางถนน นี่แทบจะเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งเลยมั้ง เพราะแทบทุกครึ่งชั่วโมงจะต้องจ่ายยาให้คนไข้กลุ่มนี้ตลอด ซึ่งมันง่ายมากครับ มีหลักๆ แค่ยาฆ่าเชื้อ กับยาแก้ปวด ซึ่งคนไข้หรือญาติบางคนชอบมีอาการงุนงงหลังรับยา แล้วก็ถามมาว่า “มียาแค่นี้เองหรอ” อืมถ้ามันมียามากกว่านี้ แพทย์ก็คงสั่งให้หมดทุกตัวแหละครับ แต่มันมีอยู่แค่นี้จริงๆ ครับ ที่รพ. เอกชนจ่ายเพิ่มจากนี้มันเป็นยาเสริม กินหรือไม่กินก็แทบไม่ต่างกันครับ – ถูกทำร้ายร่างกาย ทะเลาะวิวาท นี่ก็เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ เหมือนกันในแถบนี้ ซึ่งมันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมไม่เลือกพักอยู่ใกล้โรงพยาบาล ยอมขับรถไกลๆ มาทำงาน – อุบัติเหตุอื่นๆ นี่ก็เยอะใช่เล่นมีทั้งเกิดที่ทำงาน (เขตก่อสร้าง) […]

elixer

10 August, 2009
1 2 3 4 5 6 10