May 10th, 2008 Social technographics ladder
ดูสไลด์ได้ที่ slideshare
เห็นมาจาก Groundswell
เคยเขียนเรื่อง 5 Stages of Grief ไปเมื่อปีก่อน ตอนนั้นยังไม่ได้ดู 1 Litre of Tears (บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร) เลยไม่มีตัวอย่างมาอธิบายประกอบ แต่ตอนนี้ไทยพีบีเอสเอามาออกอากาศแล้ว ผมเลยมีโอกาสได้ดูสักที จะได้เอาเคสของอายะ มายกตัวอย่างประกอบเรื่อง 5 Stages of Grief ด้วย
ผมตั้งใจว่าจะเขียนไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับละครที่กำลังออกอากาศอยู่จนจบ จะได้มีเรื่องอื่นนอกจากเนื้อเรื่องหลักให้ได้อ่านกัน ส่วนใครที่ยังไม่เคยรู้จักละครเรื่องนี้มาก่อน นอกจากลิ้งค์ของวิกิพีเดียที่ให้ไว้ข้างบน แนะนำให้อ่านรีวิวของคุณ wät กับ น้องรัฐ ครับ
ตอนที่ 1 “The Beginning of my Youth” และ ตอนที่ 2 “15 years old, sickness that steals up”
ผู้ที่รับรู้เรื่องการเป็นโรค spinocerebellar ataxia ของอายะคนแรกคือ คุณแม่ของอายะ (Shioka Ikeuchi) ที่ไม่ใช่ตัวผู้ป่วยเอง แต่ด้วยความที่โรคนี้เกิดคนที่ตนเองรักมาก เลยแสดงอาการของขั้นที่ 1 คือการปฏิเสธความจริงได้อย่างชัดเจน เริ่มจากการไม่ยอมรับว่าอะยะเป็นโรคนี้ ไม่เชื่อผลการตรวจของมิซึโนะ ขอผลการตรวจไปให้หมอคนอื่นดู (second opinion) ค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต และหนังสือ ไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโรคนี้
ในขณะเดียวกัน เธอคิดว่าเธอเลี้ยงลูกมาอย่างดี ให้รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์มาตลอด ทำไมถึงป่วยเป็นโรคนี้ได้อีก (นี่เป็นเหตุผลที่เธอโมโหคุณแม่ที่เลี้ยงลูกไม่ดี เพราะขนาดเธอให้โภชนาการลูกครบถ้วนแล้วยังป่วยได้ ประสาอะไรกับเด็กที่กินแต่บะหมีถ้วย)
ในที่สุดแล้ว เธอจึงยอมรับว่าอายะป่วยเป็นโรคนี้จริง และยอมรับว่าโรคนี้ไม่มีทางรักษาให้หายได้ แต่ด้วยความที่เธอเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ ที่เข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยได้ดี เธอจึงสามารถข้ามขั้นที่ 2 ,3 และผ่านขั้นที่ 4 ไปถึง 5 ได้อย่างรวดเร็วส่วนคุณพ่อของอายะ (Mizuo Ikeuchi) ก็แสดงอาการของขั้นที่ 1 เหมือนกันแต่หลังจากผ่านขั้นนี้ไปแล้ว ก็ไปถึงขั้นที่ 5 ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน (ในเรื่องจริง อาจจะไม่เร็วเหมือนละครก็ได้ เพราะบทละครมักจะเขียนเนื้อเรื่องให้กระชับ)
ซึ่งหลังจากนี้คนที่ต้องเข้าสู่ 5 Stages of Grief ก็คือตัวอายะเอง แล้วคอยติดตามดูกันนะครับ ว่าความรู้สึกของอายะในการผ่านช่วงนี้ไปจะเจ็บปวดแค่ไหน ส่วนใครที่อยากรู้เรื่องราวในบันทึกของอายะตัวจริงอ่านได้ที่นี่ครับ
เกร็ดความรู้เรื่องภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการเหตุสมองน้อยพิการ (Spinocerebellar ataxia)
- โรคนี้มีหลายชนิดส่วนใหญ่ มีสาเหตุการเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม แต่ในบางชนิดก็หาสาเหตุการเกิดไม่ไ่ด้
- ความชุกของโรคนี้ทั่วโลกเป็นเท่าไหร่ ไม่พบข้อมูล แต่จากการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษพบว่าในคน 6 แสนคน จะพบคนเป็นโรคนี้ 1 คน (0.16/100,000) ref
- ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวทางกายภาพไปเรื่อยๆ แต่ระบบจิตใจและความคิดทั้งปวงไม่ได้สูญเสียไปด้วย
คราวที่แล้วเขียนถึง DarkCopy ที่เป็น web-based clone ของ WriteRoom ไป จากการลองใช้ระยะนึงรู้สึกว่ามันยังไม่ distraction free เท่าที่ควร เพราะยังต้องต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าใช้โปรแกรมอยู่ เลยอยากได้โปรแกรมที่เป็น stand alone อย่าง WriteRoom บ้าง
จากการค้นหาก็พบว่าในวินโดวส์ก็มีคนเขียนโปรแกรมที่เป็นโคลนของ WriteRoom ไว้เหมือนกัน โปรแกรมนั้นมีชื่อว่า Dark Room รันได้ใน Windows XP / 2000 / 2003 ที่ติดตั้ง .NET Framework 2.0 เท่าที่ใช้งานดูก็ค่อนข้างพอใจ ถึงแม้คนเขียนโปรแกรมจะบอกไว้ก่อนแล้วว่า
It is a child of necessity, as there were no viable alternatives in Windows to produce the same behavior
แต่ยังไงเขาก็พยายามที่จะจับส่วนสำคัญของ WriteRoom ใส่ไว้ใน Dark Room โดยที่คงความง่าย และฟรีไว้ด้วย
The goal of the project is to capture the essence of WriteRoom, while keeping it simple and just as free.
ใครที่ชอบพิมพ์งานแบบ distraction free ก็ลองดูได้นะครับ
ปล. สำหรับใครที่ไม่ชอบ .NET มี JDarkRoom เป็นโคลนของ WriteRoom เหมือนกันแต่รันบน Java
Posted in cool | Comments (1)