การใช้ calcium gluconate ในการรักษาภาวะ Hypocalcemia

คำถาม     ผู้ป่วยได้รับ 10% calcium gluconate 100 ml + 5%dn/2 900 ml iv drip 50 ml/hr ในการรักษาภาวะ Hypocalcemia อยากทราบว่า Calcium gluconate ที่ได้มีความเหมาะสมหรือไม่ คำตอบ             Calcium gluconate injection 10% in 10 ml, ampoule (มี Calcium gluconate 1 กรัมให้Calcium 93  mg  ซึ่งเท่ากับ Calcium  4.5 mEq  หรือ 2.25  mmol)   ขนาดยาที่ใช้ ภาวะ HypocalcemiaContinue reading →

Posted by elixer in DIS, 0 comments

ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการผ่าตัดบริเวณหน้าท้องมาประมาณ 15 วัน สามารถฉีดอินสุลินที่หน้าท้องได้หรือไม่

คำถาม

ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการผ่าตัดบริเวณหน้าท้องมาประมาณ 15 วัน สามารถฉีดอินสุลินที่หน้าท้องได้หรือไม่

คำตอบ

ควรหลีกเลี่ยงการฉีดอินซูลินที่หน้าท้องผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เพิ่งผ่าตัดบริเวณหน้าท้อง จนกว่าจะแน่ใจว่าแผลผ่าตัดบริเวณหน้าท้องนั้นจะหายสนิท คือ บริเวณผิวหนังไม่มีการอักเสบ หรือบวม หรือติดเชื้อ หรือมีแผล

ดีงนั้นจึงอาจพิจารณาเปลี่ยนตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมในการฉีดอินซูลินแทนที่หน้าท้อง คือ หน้าขา บั้นเอว หน้าแขน ถึงแม้ว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานจะผ่าตัดบริเวณหน้าท้องมาแล้ว 15 วันก็ตาม เนื่องจากระยะการฟื้นตัวของแผลผ่าตัดในระยะของแผลผ่าตัดเริ่มสมานตัวเข้าด้วยกันใช้เวลาตั้งแต่ 4 วันแรก ไปจนถึง 1 เดือนหลังจากผ่าตัด ตัวอย่างกรณีแผลผ่าคลอด ชั้นกล้ามเนื้อช่วงบริเวณผนังหน้าท้องนั้นจะใช้เวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ในการสมานตัว ซึ่งในขั้นตอนการฉีดอินซูลินนั้นมีการดึงผิวหนังบริเวณที่จะฉีด หากแผลผ่าตัดหน้าท้องยังไม่สมานตัวดีอาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยได้ เช่น ความเจ็บปวด ผลกระทบด้านจิตใจและอารมณ์ นอกจากนี้ตัวโรคเบาหวานเองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการหายของแผล กล่าวคือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มที่แผลจะหายช้า ยิ่งไปกว่านั้นการฟื้นตัวหลังผ่าตัดในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ปัจจัยที่มีผลต่อการฟื้นตัวหลังผ่าตัดในผู้ป่วยผ่าตัดช่องท้อง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. ปัจจัยภายใน เป็นปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดจากผู้ป่วยเอง ได้แก่ อายุมากกว่า 70 ปี ประวัติการสูบบุหรี่ใน 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา การดื่มสุรา ขาดสารอาหาร และการเสียเลือดขณะทำการผ่าตัด และการอักเสบของเยื่อบุลำไส้ภายหลังการผ่าตัด ค่าดัชนีมวลกาย ภาวะเครียดจากการผ่าตัด การนอนไม่หลับ ภาวะอ่อนล้าหลังผ่าตัด ระดับความวิตกกังวล การเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน มีโรคร่วม มีการติดเชื้อเฉียบพลันในระบบทางเดินหายใจส่วนบนหรือส่วนล่าง ความไม่สุขสบายหลังผ่าตัด และความเจ็บปวดหลังผ่าตัด

2. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เสียง แสง กิจกรรมการพยาบาล การได้รับความรู้ก่อนผ่าตัด ระยะเวลานอนรอก่อนผ่าตัด ตำแหน่งการผ่าตัด ระยะเวลาการผ่าตัด การผ่าตัดชนิดฉุกเฉิน ระยะเวลาที่ได้รับยาระงับความรู้สึก ดังนั้นควรให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมที่จะฉีดอินซูลินที่ท้องแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ผ่าตัดบริเวณหน้าท้องเป็นกรณีไป โดยพิจารณาจากแผล และประเมินจากปัจจัยต่างๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้น

เอกสารอ้างอิง

1. คณะทำงานพัฒนามาตรฐานทักษะวิชาชีพด้านการเตรียมยา. คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สภาเภสัชกรรม. นนทบุรี : สภาเภสัชกรรม, 2554. หน้า 105.2. ชนัญญา ศิริสุขประเสริฐ. เทคนิคการฉีดยา การเก็บยา และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย. Available at: http://www.hospital.tu.ac.th/nursing/event/Aug16/handout_intensive_insulin/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2.pdf. Accessed Jun 6, 2018.

2. POBPAD. แผลผ่าตัด ดูแลอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ. Available at: https://www.pobpad.com/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94-%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1. Accessed Jun 6, 2018.

3. theAsianparent. แผลผ่าคลอดกี่วันหาย. Available at: https://th.theasianparent.com/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2/. Accessed Jun 6, 2018.

4. จุฑารัตน์ วรศิริ. ปัจจัยทำนายการฟื้นตัวภายหลังผ่าตัดต่อลำไส้ใหญ่ของผู้ป่วยมะเร็ง. 2559. Available at: http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2016/TU_2016_5614032026_6159_5610.pdf. Accessed Jun 6, 2018.

5. พรรณทิพย์ เกียรติสิน. สายพิณ เกษมกิจวัฒนา. ปรางทิพย์ ฉายพุทธ. การฟื้นตัวหลังผ่าตัดในผู้ป่วยผ่าตัดช่องท้อง: การสังเคราะห์วรรณกรรม. วารสารสภาการพยาบาล ปีที่ 25 ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน 2553. Available at: https://tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/download/2612/1996/. Accessed Jun 6, 2018

Posted by elixer in cool, 0 comments

รับประทานยา Didanosine แล้วมีอาการอาเจียนมาก ต้องทำอย่างไร

คำถาม

ผู้ป่วยรับประทานยา Didanosine แล้วมีอาการอาเจียนมากมีคำแนะนำในการรับประทายยาอย่างไรเพื่อให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อไปได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนสูตรยา

คำตอบ 

    ยา Didanosine  ในรูปแบบ Chewable  tablet จะต้องเคี้ยวก่อนกลืนเนื่องจากในเม็ดยาจะมีสารบัฟเฟอร์ (Buffer) ซึ่งจะช่วยเพิ่ม pH ในกระเพาะอาหารให้สูงขึ้นเนื่องจากตัวยา Didanosine สามารถถูกทำลายได้อย่างรวดเร็วในสภาวะกรดของกระเพาะอาหาร แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานยา Didanosine ในขณะท้องว่างเนื่องจากอาหารรบกวนการดูดซึมยา (ลดระดับยา 20-25%)

ซึ่งวิธีการรับประทานยา Chewable  tablet อาจรับประทานโดยเคี้ยวยาหรือบดยาให้ละเอียดก่อนกลืนหรือละลายยาในน้ำสะอาดอย่างน้อย 30 มิลลิลิตร เพื่อให้สารบัฟเฟอร์ (Buffer) สามารถออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว แต่ห้ามกลืนยาเม็ดยาทั้งเม็ดเนื่องจากสารบัฟเฟอร์ (Buffer) จะออกฤทธิ์ช้าโดยควรรับประทานยาก่อนอาหารประมาณ 30 – 60 นาทีหรือหลังอาหารประมาณ 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้อาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ป่วยหากเกิดทันทีหลังจากรับประทานยา ซึ่งอาจเกิดได้จากรสชาติที่แย่ของยา แต่หากเกิดหลังรับประทานยาแล้ว 15 นาทีขึ้นไป อาจเกิดจากสารบัฟเฟอร์ (Buffer) ไปทำให้เกิดอาการ GI upset หรือคลื่นไส้อาเจียน

จึงแนะนำให้ป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียนจากการรับประทานยา ยา Didanosine โดยการรับประทานอาหารปริมาณเล็กน้อย และเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการดูดซึมยา ควรเลือกรับประทานอาหารที่มี calories ต่ำ (1,2,3) 

เอกสารอ้างอิง :

  1. Stephen C. Piscitelli KAR, Manjunath P. Pai. Drug Interactions in Infectious Diseases: springer link; 2011.
  2. Micromedex [Internet]. UK: Didanosine ; c1994-2016 [updated 2009 Jun 9; cited 2016 Sep 24]. Available from: http://www.micromedexsolutions.com
  3. Perry CM, Balfour JA. Didanosine : An Update on its Antiviral Activity, Pharmacokinetic Properties and Therapeutic Efficacy in the Management of HIV Disease. Drugs. 1996 Dec;52(6):928-962.
Posted by elixer in DIS, 0 comments

การใช้ Rifampicin ในการรักษา Ergotism

คำถาม

สามารถใช้ยา Rifampicin ในการรักษา Ergotism ได้หรือไม่

คำตอบ

Ergotism เป็นภาวะที่เกิดการหดตัวของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย  โดยเกิดจากผู้ป่วยได้รับสารกลุ่ม ergot alkaloids มากเกินไป เช่น ergotamine, methysergide, dihydroergotamine ergonovine โดยสารเหล่านี้มีผลกระตุ้นการทำงานของ alpha adrenergic receptor ทำให้หลอดเลือดแดงหดตัว

ดังนั้นในผู้ป่วยที่ได้รับยา ergotamine เกินขนาด หรือมีระดับยาสูงกว่าปกติ จะทำให้ผู้ป่วยมีหลอดเลือดแดง ส่วนปลายหดตัว ทำให้แขนและขาส่วนปลายขาดเลือดไปเลี้ยง ผู้ป่วยจะมีอาการมือเท้า เย็น ชา เขียว (cyanosis) และปวด โดยอาการจะเริ่มที่บริเวณปลายมือปลายเท้าก่อน และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเนื้อเยื่อตายในที่สุด (gangrene)

จากการศึกษา Ergotism in Thailand Caused by Increased Access to Antiretroviral Drugs: A Global Warning ได้รวบรวมกรณีศึกษาการเกิด ergotism จาก 5 โรงพยาบาลในประเทศไทย จำนวน 23 รายที่เกิดอันตรกริยาระหว่าง ergotamine และยา ARV ระหว่างปี พ.ศ. 2547- 2554

  • Onset: โดยระยะเวลาตั้งแต่เริ่มได้ยาร่วมกันจนแสดงอาการ ergotism อยู่ในช่วง 1-14 วัน โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จำนวน 12 รายเกิดภายใน 1 วันหลังรับยาและผู้ป่วยจำนวน 4 คนเกิดภายใน 2-3 วัน และผู้ป่วยจำนวน 2 คนเกิดภายใน 7 วัน และอีก 1 คนเกิดหลังรับยาแล้ว 14 วัน
  • Treatment : Nitroprusside, Nifedipine, Heparin (ระยะเวลาการนอน รพ. 4-11 วัน)
  • Outcome: หลังการรักษามีทั้งหมด 17 รายที่สามารถกลับมาเป็นปกติ และ 4 ราย รอยโรคไม่สามารถกลับมาสมบรูณ์ปกติได้(ตัดขา 2 ราย/ตัดนิ้ว 1 ราย/ มีแผลและชา> 3 เดือน 1 ราย) และมี 1 รายเสียชีวิต ทั้งนี้ไม่พบการใช้ Inducer of CYP3A44 เพื่อแก้พิษจาก Ergotism

จากรายงานการรวบรวมข้อมูลย้อนหลังการเกิดอุบัติการณ์ Ergotism ของโรงพยาบาลศิริราชระหว่างปี 2555 – 2558 มีผู้ป่วยได้รับ Ritonavir ร่วมกับ Ergotamine 3 รายจากทั้งหมด 7 ราย โดยมีอาการ ชาปลายมือปลายเท้า เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล่ำ บางรายคลำชีพจรไม่ได้

  • Onset: โดยระยะเวลาตั้งแต่เริ่มได้ยาร่วมกันจนแสดงอาการ ergotism ประมาณ 2 วัน
  • Treatment : Nitroprusside, Nifedipine, Heparin
  • Outcome: หลังการรักษาหายกลับมาเป็นปกติ 2 ราย และมี 1 รายเสียชีวิต

ทั้งนี้ไม่พบการใช้ Inducer of CYP3A44 เพื่อแก้พิษจาก Ergotismกล่าวโดยสรุปยากลุ่ม ergot alkaloids นั้นถูกเมตาบอลิซึมที่ตับ โดยเอ็นไซม์ cytochrome 450 3A4 (CYP3A4) ดังนั้นในทางทฤษฏีหากรับประทานยาในกลุ่มที่เป็น Inducer of CYP3A44 (Rifampicin) ร่วมกันน่าจะลดระดับยา ergot  ลงได้แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาในทางคลินิกยังขาดข้อมูลสนับสนุนการใช้ Inducer of CYP3A44 เพื่อแก้พิษจาก Ergotism

เอกสารอ้างอิง :

  1. สุดา วรรณประสาท. Case study: Ergotism. ไทย: คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  2. วีรพงษ์ ชลิสา. ergotism from ergot alkaloid. สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล. 2015.
  3. ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ. สรุปรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ประจำปี 2558. ไทย: สำนักพิมพ์กราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2556.

หัวข้อสืบค้น(keywords): Rifampicin, ergotism

Posted by elixer in DIS, 0 comments
Load more